
ขึ้นสังเวียนอัดกันดีกว่า
โดย...มิวโกโตะ
โดย...มิวโกโตะ
หลังเป็นข่าวฮือฮาเมื่อช่วงกลางเดือน ก.พ. เมื่อ ดีเร็ค ชิโซรา นักมวยรุ่นยักษ์ชาวอังกฤษ ปะทะคารมท้าทายกับ เดวิด เฮย์ กำปั้นรุ่นพี่เพื่อนร่วมชาติ ก่อนตบะแตกสาวหมัดใส่กันกลางงานแถลงข่าวไฟต์ที่ ชิโซรา แพ้คะแนน วิตาลี คลิตส์ชโก ยอดมวยเลือดยูเครน แชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ว่าแต่เป็นคนอังกฤษด้วยกัน ทำไมต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันด้วย...เอาเค้าว่ะ
จริงๆ แล้วทั้งคู่ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรกันมาก่อนหรอก แต่ความวุ่นวายมันมาเริ่มต้นเนื่องจากอีตา แบรนด์ โบเอนเต ผู้จัดการส่วนตัวของ คลิตส์ชโก ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการชกในอนาคตว่า จะหันไปหาคู่ต่อสู้จากประเทศอื่น เพราะนักชกในสังกัดต่างปราบยอดมวยเมืองผู้ดีได้หมดแล้ว
ทำเอา เฮย์ ถึงกับยัวะเมื่อได้ยินคำนั้น เขาจึงคว้าไมค์ตะโกนสวนว่า “ที่ตูแพ้ในวันนั้น เป็นเพราะนิ้วเท้าหักเฉยๆ หรอก ไม่งั้นเอวนายคงโล่งไปแล้ว (ไร้เข็มขัดแชมป์)”
ระหว่างนั้น ชิโซรา เองก็รู้สึกว่า พี่เฮย์ กำลังขโมยซีน จึงท้าทายยอดมวยรุ่นพี่กลับไปว่า “ก่อนจะไปเจอกับพี่น้องคลิตส์ชโกอีกครั้ง เรามาพิสูจน์กันก่อนดีไหม ว่าใครแน่ที่สุดในเกาะอังกฤษ” ชิโซรา ท้าทาย
พร้อมยังแซวนักชกรุ่นพี่ด้วยว่า “แล้วนิ้วเท้าของนายหายหรือยังล่ะ?” และนี่คือชนวนทั้งหมดที่ทำให้เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น ท่ามกลางแสงแฟลชและกล้องโทรทัศน์ของสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกผู้เกี่ยวข้องในแวดวงมวยหลายต่อหลายคนรุมจวกถึงความไม่เหมาะสม
จนกระทั่งล่าสุด แฟรงก์ วอร์เรน โปรโมเตอร์ของ ชิโซรา เกิดปิ๊งไอเดียเพื่อหาทางสะสางปัญหานักชกรุ่นยักษ์ในอังกฤษ ด้วยการเตรียมจัดบิ๊กไฟต์ให้กับ ชิโซรา กับ เฮย์ ขึ้นฟาดปากกันบนสังเวียนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
“มันมีความเป็นไปได้ที่นักชกของเขาจะยุติปัญหาความขัดแย้งกับ เดวิด เฮย์ แบบลูกผู้ชาย ด้วยการตะบันหน้ากันแบบตัวต่อตัวบนสังเวียน” วอร์เรน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีโจทย์อีกหลายข้อให้แก้ไข หากจะจัดไฟต์ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ ข้อแรกต้องมาลุ้นอุทธรณ์โทษแบนจากการโดนยึดใบอนุญาตขึ้นชกเสียก่อน จากกรณีที่ดันไปมีปัญหากับรุ่นพี่ในครั้งนั้น ส่วนข้อสอง คือ การดึง เฮย์ กลับมาสู่เวทีผืนผ้าใบอีกครั้ง เนื่องจากอดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตได้ประกาศแขวนนวมไปแล้ว
แม้ดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่โปรโมเตอร์ของ ชิโซรา ยังยืนยันว่ามีโอกาสแน่ แถมโม้ต่อจนน้ำลายแตกฟองด้วยว่า หากไฟต์นี้เกิดขึ้นจริง ศึกนี้จะยิ่งใหญ่กว่าการไปชกชิงแชมป์โลกกับสองพี่น้องคลิตส์ชโกซะด้วยซ้ำ
“มันจะเป็นการต่อสู้แบบธรรมชาติๆ เลย ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะว่ายังไง ศึกนี้จะใหญ่กว่าการที่พวกเขาคนใดคนหนึ่งไปชกกับ วลาดิเมียร์ หรือ วิตาลี คลิตส์ชโก เสียอีก พวกเขามีอะไรให้สู้กันเยอะ ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผมว่ามันเกิดขึ้นได้ และอาจจะเป็นหนทางให้พวกเขาได้จบปัญหากันซะที” วอร์เรน ย้ำ
สำหรับแฟนหมัดมวยก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า ไฟต์หยุดโลกครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ถ้าถามผมแล้ว คิดว่าโอกาสได้ชมมีสูงเลยทีเดียว เพราะจากการที่ลองมานั่งดูคลิปเหตุการณ์ย้อนหลังไปๆ มาๆ มันรู้สึกทะแม่งๆ ราวกับว่ามีคนร่างสคริปต์เพื่อปูทางให้ไฟต์ดังกล่าวเกิดขึ้น...ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน







