posttoday
เป็นเศรษฐีชาตินี้! (และชาติหน้าด้วย)

เป็นเศรษฐีชาตินี้! (และชาติหน้าด้วย)

07 พฤษภาคม 2555

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ Tara Moore by Corbis

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ Tara Moore by Corbis

คงไม่มีใครปฏิเสธความเป็นเศรษฐี แต่ก่อนจะอ่านบทความนี้ ต้องตระหนักรู้ก่อนว่า 1.เงินไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือในการเดินทาง 2.ผลเป็นเหตุให้ถึงผล และ 3.แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา เราจะนำกฎทั้ง 3 นี้ไปใช้ในการเดินทางสู่เป้าหมายของการเป็นเศรษฐีได้อย่างไร อยากรู้ตามมาเลย

วีรณัฐ โรจนประภา ผู้แต่ง “เศรษฐีใหม่เป็นง่ายนิดเดียว” สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี มองเศรษฐีในมิติข้ามชาติ แนวทางที่จะนำพาทุกคนที่อยากเป็นเศรษฐีให้มั่งมีเงินทอง เป็นเศรษฐีชาตินี้แล้ว ต้องเป็นเศรษฐีถึงชาติหน้าและชาติต่อๆ ไป โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เขียนในตอนหนึ่งของคำนิยมว่า “เศรษฐีมีหลายแบบ ส่วนใหญ่ที่เจอ คือรวยชาตินี้ แต่ป่นปี้ในชาติต่อไป เพราะกินบุญเก่า บุญใหม่ไม่รู้จักทำ เอาแต่งกๆ เค็มๆ”

เป็นเศรษฐีชาตินี้! (และชาติหน้าด้วย)

 

เคล็ดลับของความเป็นเศรษฐี ที่ตกผลึกด้วยเคล็ดลัดทางธรรม นำเราที่อยากรวยให้ได้เป็นเศรษฐีแบบจิตสาธารณะ รวยแล้วให้ ให้แล้วรวย มั่งคั่งทางโลก รื่นรมย์ทางธรรม

กฎข้อที่หนึ่ง ทัศนคติของคุณต่อเศรษฐีนั้น ต้องเป็นไปตามความจริง เงินไม่ใช่ตัวชี้วัดความเป็นเศรษฐี ต้องย้ำเรื่องนี้เพราะเดี๋ยวเป้าหมายจะคลาดเคลื่อน การเดินทางของคุณก็จะเสียเวลาเปล่า วิธีการเดิมๆ คือต้องมีเงิน (มากๆ) ก่อน จึงจะเป็นเศรษฐี วิธีนี้จะทำให้คุณพลาดโอกาสของการชื่นชมการมีการเป็นในรายทางของชีวิตไปเปล่าๆ ปลี้ๆ

กฎข้อที่สอง ผล = เหตุ มาสโลว์ (Maslow) เชื่อว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องจากระดับพื้นฐาน คือ 1.ความต้องการด้านร่างกาย เช่น ปัจจัยสี่ 2.ความต้องการความปลอดภัย 3.ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ 4.ความต้องการได้รับความยกย่องนับถือ 5.ความต้องการความเป็นตัวตนอันแท้จริงของตนเอง

กฎของเศรษฐีแนะว่า แทนที่จะเลือกเดินไปทีละข้อ 1, 2, 3, 4, 5 กว่าจะถึงข้อ 5 ชีวิตอาจหมดลมเสียก่อน ทำไมไม่เลือกเดินข้ามจากข้อ 1 ไป 5 เลย ซึ่งสามารถทำได้และง่ายกว่าเยอะ โดยเมื่อเราก้าวข้ามความต้องการทั้งหลายนี้ไปได้ “ผล” กลับไปหา “เหตุ” ให้ขั้นต้นสมบูรณ์ เพราะเมื่อคุณก้าวมาอยู่ในขั้น 5 คือขั้นการแสวงหาความจริงของชีวิต อย่างน้อยๆ คุณก็ได้ความรู้เรื่องกินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน

“คุณจะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าแท้ คุณค่าเทียมของสิ่งต่างๆ เช่น เสื้อผ้า เป็นแค่สิ่งสวมใส่ใช้ปกปิดร่างกายเท่านั้น ไม่ใช่อวดความเลิศหรู ยิ่งคุณศึกษาสัจธรรมลึกซึ้ง คุณก็จะยิ่งปล่อยวางลาภ ยศ สรรเสริญและการยอมรับจากผู้อื่นมากขึ้น อันหมายถึงเมื่อคุณทำขั้น 5 เท่ากับขั้นก่อนหน้าได้ถูกการตอบสนองครบถ้วนไปด้วย ทำให้เรามีชีวิตที่พอเพียงมากขึ้น”

นี่คือกฎของวงกลมที่ส่งผลต่อเนื่องกัน เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน โดยหมุนวน ไม่ใช่เส้นตรงที่ลากไปทีเดียวจบ หมายความว่า คุณต้องมีจิตเศรษฐีเป็นพื้นฐาน ก่อนที่คุณจะเป็นเศรษฐี ผลคือจิตจะชักนำกายของคุณเป็นเศรษฐีจริงๆ ขึ้นมาได้ ในชั้นนี้ต้องการจะชี้ให้เห็นทฤษฎีที่ว่า คุณต้องอยู่จุดสูงสุดก่อน และภาวะของจุดสูงสุดนั่นแหละ ที่จะเป็นเหตุให้ผลขั้นต้นสมบูรณ์ไปด้วย

กฎข้อที่ 3 ต้องรู้จักการให้ จะทำอย่างไรจึงเป็นเศรษฐี ตอบด้วยกฎข้อนี้ นั่นคือคุณต้อง “ให้” พื้นฐานข้อแรกของการเป็นเศรษฐี เพราะการให้จะได้รับกลับมา ถ้าอยากได้ก็ต้องให้ ยิ่งให้มากเท่าไรก็ยิ่งได้มากเท่านั้น เพราะการให้และการรับจะมีผลต่อกัน แรงกิริยา = แรงปฏิกิริยา โดยทุกแรงกิริยาใดๆ ในโลกนี้ จะเกิดขึ้นเป็นคู่เสมอ ก็เหมือนกับการให้ เมื่อเราให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่ผู้อื่น ผู้รับก็จะให้สิ่งใดสิ่งนั้นกลับมายังผู้ให้เช่นกัน

ที่สำคัญต้องให้แบบไม่หวังผล ถึงจะได้ผล แต่ถ้าให้เพื่อผล ผลนั้นก็ตอบสนองไปตามเหตุอันควร คือไม่มีผล เพราะไม่ได้ให้จริง

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา