
เบื้องหลังการบริหารจัดการพลังงาน
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
เมื่อน้ำมันราคาแพงขึ้น การอนุรักษ์พลังงานและการประหยัดพลังงานจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อความอยู่รอดของภาคเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs
ทุกวันนี้การประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมของไทยมักถูกมองว่าเป็นเรื่องของ “ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน” เท่านั้น โดยไม่ได้มองถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพื่อการลดต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด
เมื่อธุรกิจอุตสาหกรรมคิดที่จะลดต้นทุนด้านพลังงาน จึงมักจะทำด้วยการลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองเฉพาะจุด เช่น การลดการใช้ไฟแสงสว่าง การลดเวลาในการใช้เครื่องปรับอากาศ การเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องจักรบางชิ้น เป็นต้น โดยไม่มีการวิเคราะห์ถึงกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมทั้งระบบ ทำให้กิจกรรมลดการใช้พลังงานส่วนใหญ่ลดการใช้พลังงานได้น้อย ซึ่งส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้สึกว่ากิจกรรมประหยัดพลังงานเป็นกิจกรรมที่ไม่คุ้มค่าในการลงทุน จึงให้ความสำคัญน้อยกว่าการพัฒนางานของฝ่ายผลิตโดยตรง และที่สำคัญคือการสนับสนุนจากภาครัฐเองล้วนแต่มุ่งเน้นที่การเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเท่านั้น
ดังนั้น แนวความคิดในการประหยัดพลังงาน ควรเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในระดับสูง อาทิ วิศวกร นักเทคโนโลยี ผู้จัดการทางเทคนิค มากกว่าความร่วมมือเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องพลังงาน และต้องเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม รวมตลอดทั้งพนักงานฝ่ายสำนักงาน ฝ่ายผลิต ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบกระบวนการผลิต ซึ่งทุกส่วนงานจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกันในการประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
ในภาวะที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดโลก ทำให้บริษัททุกแห่งต้องลดต้นทุนการผลิตทุกทางเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด และเพิ่มคุณค่าในตัวสินค้าให้มากที่สุด ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แนวความคิดในการบริหารจัดการยุคใหม่ๆ กับ Total Quality Control, Concurrent Engineering และ Value Engineering จะเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับกิจกรรมอื่นๆ ในโรงงานได้โดยง่าย โดยการดำเนินกิจกรรมเพื่อประหยัดพลังงานนี้สามารถแบ่งย่อยเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
1) การมุ่งเน้นที่ต้นทุนและพลังงาน (Cost/Energy Focus) โดยปรับเปลี่ยนทัศนคติของทุกคนทุกระดับเรื่องการประหยัดพลังงานว่าไม่ใช่เรื่องของพลังงานเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของการลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันด้วย ทุกคนจึงต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ การปรับเปลี่ยนทัศนคติของพนักงานทุกระดับจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการประชาสัมพันธ์ และฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง
2) การกำหนดนโยบาย แผนงานและแผนการปฏิบัติ (Policy Forumlation and Action Plan) โดยผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องมีการกำหนดนโยบาย เป้าหมายและทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารระดับกลางและล่างสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติงานตาม Action Plan ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืนกัน
3) การปรับปรุงกระบวนการและผลิตภัณฑ์ (Product/Process Improvement) โดยจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดต้นทุนความสูญเสียที่เกิดจากการออกแบบ (Design) และการผลิต (Process) โดยพิจารณาลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ หรือการดัดแปลงปรับปรุงกระบวนการผลิต วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ โดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา (ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเพียงคนเดียว) เช่น วิศวกรโรงงาน วิศวกรพลังงาน ผู้บริหาร เป็นต้น
4) การให้ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Involvement) โดยผู้บริหารและพนักงานทุกคนทุกระดับจะต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อพัฒนา และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างเพื่อให้เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น การวางแผนการดำเนินงานจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ และมีการกำหนดนโยบายในการดำเนินการที่ชัดเจน
ทั้งหมดทั้งปวงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อทำการประหยัดพลังงานได้ผลและเกิด “การเรียนรู้จากประสบการณ์” ด้วย โดยเฉพาะ SMEs ครับผม!







