
พรานอารมณ์ Episode 1
ฟังชื่อแล้วเหมือนเพลงอะไรสักอย่าง โบราณๆ ว่าไหมคะ แต่วันนี้ หนูดีไม่ได้มาชวนคุยเรื่องเพลงค่ะ แต่จะมาชวนคุยเรื่องอะไรที่มัน
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
ฟังชื่อแล้วเหมือนเพลงอะไรสักอย่าง โบราณๆ ว่าไหมคะ แต่วันนี้ หนูดีไม่ได้มาชวนคุยเรื่องเพลงค่ะ แต่จะมาชวนคุยเรื่องอะไรที่มัน “ฮาร์ดคอร์” กว่านั้น สืบเนื่องมาจากการจัดรายการที่คลื่น MET 107 ช่วง 8 โมงเช้า ที่เราจะเปลี่ยนหัวข้อกันไปเรื่อยๆ ตามเรื่องราวที่เป็นข่าวกันอยู่ในวันนั้นๆ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวของการปล่อยคลิปส่วนตัวเพื่อเป็นการทำร้ายอดีตแฟน ซึ่งปัจจุบันนี้โทษรุนแรงมากนะคะ ไม่ใช่ปล่อยแล้วออกมาขอโทษแล้วเงียบหายได้เหมือนที่ผ่านมา เพราะคนที่โดนก็เรียกว่าเป็นหลักฐานไปได้ชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว ดังนั้นคนกระทำ บทลงโทษจึงค่อนข้างแรง ปรับเป็นแสนและอาจเป็นคุกเกิน 5 ปี อีกต่างหาก
ว่าแล้ว หนูดีก็กลับไปเปิดตำราที่ซื้อมาเก็บไว้ ทั้งสมัยเรียนครอบครัวศึกษาและต่อๆ มา ที่แม้เราไม่ได้เรียนต่อเป็นจิตแพทย์ครอบครัวแล้ว เพราะเปลี่ยนสายไป แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นความสนใจและความชอบส่วนตัวหนูดีต่อมาเรื่อยๆ เพราะสมัยนั้นเราต้องเรียนรู้และทำงานกับครอบครัวที่มีปัญหาเป็นหลัก เพื่อให้เขาสามารถกลับมาอยู่กันด้วยดี หรือให้เขาเลิกราต่อกันโดยไม่มีใครต้องบาดเจ็บ เสียใจมากจนเกินไป แต่หลายครั้งก็เกินฝีมือนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพราะเกิดการเสียชีวิตจากการทำร้ายกันทั้งหญิงและชาย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายหญิงที่โดนค่ะ จึงมีตำราเขียนให้ผู้หญิงเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง พาตัวเองให้พ้นจากภัยร้าย
สมัยนี้หมดยุครอให้ผู้ชายมาปกป้องเราแล้วนะคะ มีแต่เรานี่ล่ะที่จะต้องปกป้องตัวเองจากผู้ชาย
ผู้ชายที่ทุบตี ซ้อม ทำร้ายผู้หญิงมีมากค่ะ แต่ผู้ชายกลุ่มนี้ แม้ดูไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเท่าอีกกลุ่ม คือกลุ่มที่เราเรียกกันในวงการว่า “Emotional Predator” หรือหนูดีแปลเป็นไทยว่า “พรานอารมณ์” ตรงตัวเลยค่ะ กลุ่มนี้มักจะเอาเปรียบผู้หญิงทางการเงินบ้าง หรือหลอกลวงให้เสียใจ หรือไม่ซ้อมแต่ฆ่าเลยค่ะ ไม่ค่อยมีปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ซ้อมผู้หญิงเท่าไร เพราะภาพลักษณ์ที่ปรากฏภายนอก คือ คนที่มีเสน่ห์มากๆ การซ้อมผู้หญิงเรื่อยๆ จะลบเสน่ห์นี้ เขาจึงมัก “ลวง” ไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์บางอย่าง หรือหลอกไปฆ่า ม้วนเดียวจบเลยค่ะ
เช่น กรณีของ Ted Bundy ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของคนกลุ่มนี้ เป็น “ฆาตกรต่อเนื่อง” ที่ฆ่าผู้หญิงไม่ต่ำกว่า 30 คน (แค่ที่เขายอมสารภาพ) ใน 70 รัฐ ทั่วสหรัฐในเวลาเพียง 4 ปี โดยเขาได้รับการกล่าวถึงว่า “เป็นคนที่หล่อและมีเสน่ห์มาก” และวิธีที่เขาจะหลอกเหยื่อไปข่มขืน ฆ่าทิ้งนั้น ก็มักเป็นการปลอมตัวเป็นคนพิการ บาดเจ็บ ต้องการความช่วยเหลือ ผู้หญิงคนสุดท้ายที่เขาลวงไปฆ่าได้ ก็จากการที่เขาปลอมตัวเป็นคนขาหัก แล้วมาโบกรถขอความช่วยเหลืออยู่ริมไฮเวย์ เธอจอดรถและรับฆาตกรขึ้นรถไปด้วยค่ะ เขาโดนลงโทษประหารชีวิตบนเก้าอี้ไฟฟ้า ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างที่สุดโต่งของคนกลุ่มนี้ แต่คนที่มีพฤติกรรมนี้แบบอ่อนๆ มีอยู่ทั่วไปในสังคมค่ะ ผู้หญิงธรรมดาๆ สามารถพบเห็นและเดตได้โดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
อย่างที่บอก คนกลุ่มนี้มีเสน่ห์มาก แต่ไร้หัวใจมากในขณะเดียวกัน ดังนั้น กว่าสาวๆ จะรู้ตัวก็มักจะสายเกินไปเสมอ เช่น แต่งงานไปแล้ว หรืออยู่ในสถานการณ์เสี่ยงชีวิตที่ไม่มีใครมาช่วยได้แล้ว
ที่เลือกพูดถึงคนกลุ่มนี้ที่เป็นชาย ไม่ใช่ว่า “พรานอารมณ์” จะไม่มีผู้หญิงด้วย มีแน่นอนค่ะ แต่คนมักไม่พุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงว่าเป็นพราน เพราะตามวัฒนธรรม ไม่ว่าประเทศไหน เพศหญิงก็ถือว่ามักเป็นฝ่ายเหยื่อทั้งนั้น แต่คุณผู้ชายที่เคยเสียใจ เสียเงิน เสียเวลา เสียชื่อเสียง เพราะฝ่ายหญิงก็คงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม หนูดีก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ ก็หวังว่าวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า จะมีหนังสือสำหรับคุณผู้ชายให้ป้องกันตัวจากผู้หญิงร้ายๆ เช่นกัน
วันนี้ เข้าเป้าเลย “พรานอารมณ์” คือ คนประเภทไหน
พราน หรือ Predator (ผู้ล่า) นั้น Webster Dictionary ให้คำนิยามไว้ว่า “One that preys, destroys, or devours” หรือ “สิ่งที่ล่าเหยื่อ ทำลาย และกินจนหมด” ประมาณนี้ ลองคิดดูสิคะ คนปกติที่ไหนจะเลือกทำแบบนี้
สิ่งที่นักจิตวิทยาค้นพบก็คือว่า คนที่มีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ มักจะเป็นอาการที่รักษายากหรือรักษาไม่หาย และมักเป็นผลมาจากวัยเด็กที่บิดเบี้ยวหรือผิดปกติ และมักเกิดขึ้นในช่วง 1-7 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงปีที่ใช้ฟอร์มพฤติกรรมหรือบุคลิกภาพของคน แต่หลายๆ ครั้ง ก็พบว่าคนที่เป็นแบบนี้ ไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้ หรือ Source Unknown คือ ถ้าเป็นแบบหลังนี่ก็ตัวใครตัวมันเลยนะคะ เพราะถ้าแบบแรกเรายังพอพูดคุย ถามไถ่ถึงวัยเด็กของเขาได้ โดนพ่อแม่ทำร้ายไหม พ่อทำร้ายแม่ไหม มีพฤติกรรมอะไรผิดปกติไหมในครอบครัว แต่ถ้าเป็นแบบหลังนี่คือ ไม่มีฝนตั้งเค้า แต่วิบตาเดียวพายุลงเลย ใครเจอแบบนี้ แจ็กพอตจริงๆ ค่ะ
ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อผู้ชายกลุ่มนี้ มักเป็นคนที่ไว้ใจคนง่าย ทำเหมือนความไว้ใจเป็นของฟรี คนไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรมากมาย ก็ยกความไว้ใจให้เขาเสียแล้ว
นักจิตวิทยา เช่น คุณ Sandra L. Brown ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานกับผู้หญิงที่โดนทำร้าย และทำงานกับผู้ชายที่เป็นฝ่ายทำร้าย ล่อลวง ฆ่า หรือข่มขืนผู้หญิงเหล่านี้ (เธอเข้าไปทำงานในคุกด้วย) เล่าว่า เธอได้ยินจากปากชายเหล่านี้ตรงๆ เลยว่า เขาสามารถ “ได้กลิ่น” ผู้หญิงที่จะตกเป็นเหยื่อคนต่อไปของเขาได้จากฝั่งตรงข้ามของห้องเลยทีเดียว
วันนี้ เนื้อที่หมดก่อนค่ะ แต่เนื้อหายังคงมีต่ออย่างเข้มข้น สัปดาห์หน้าจะมาบอกวิธีหลบเลี่ยงคนเหล่านี้ ด้วยการเช็ก Red Alert เป็นข้อๆ ว่าคนๆ นี้ เข้าข่ายหรือไม่







