posttoday
วัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล ต้องเซฟเพื่อคนรุ่นหลัง

วัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล ต้องเซฟเพื่อคนรุ่นหลัง

20 เมษายน 2555

โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เป็นคนหนุ่มที่ท่องคำว่า “เอนไวรอนเมนต์” (Environment) ขึ้นใจ สำหรับ เต้ยวัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย ที่ไม่ว่าในเรื่องการทำธุรกิจหรือการใช้ชีวิต ก็จะคิดถึงสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยเสมอ ยิ่งบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าของตัวองหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ กะทิผงชาวไทย ครีมเทียมโคคอฟ ฯลฯ ยิ่งต้องใส่ใจ

วัชรลักขณ์ พูดถึงตัวเองว่า เริ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ตอนไปเรียนปริญญาโทและมีโอกาสได้ทำงานที่ประเทศออสเตรเลียอยู่ประมาณ 10 ปี ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนออสเตรเลียที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเชิงอนุรักษ์หลายๆ อย่างแล้วทำให้เกิดการซึมซับเป็นลำดับ

“คนออสเตรเลียเนเจอร์มากๆ ครับ รักธรรมชาติ ประชากรได้รับการปลูกฝังในเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันเขาตระหนักมาก ทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างไม่ว่าป่าไม้ แหล่งน้ำ เขาดูแลรักษาอย่างดี ป่าไม้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ แหล่งน้ำก็สะอาด

ผมเคยไปแคมปิงกับเพื่อนๆ ในสมัยเรียน ลุยป่าพายเรือในทะเลสาบ บอกได้เลยน้ำเขาใสมากจนมองเห็นตัวปลา การที่ได้ไปอยู่ออสเตรเลีย ทำให้ผมได้ซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเอนไวรอนเมนต์อย่างมาก ทุกครั้งที่มีกิจกรรมปลูกป่าหรือทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมผมไปร่วมหมด นั่นเพราะผมมองว่าเราต้องเซฟเพื่อคนรุ่นหลัง” วัชรลักขณ์ กล่าว

เขาบอกว่า หลายปีมานี้ปัญหาโลกร้อนส่งผลต่อโลกและมนุษย์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ฤดูกาลผันเปลี่ยน ฯลฯ ซึ่งทั่วโลกเป็นเหมือนกันหมด ก็เกิดมาจากการที่มนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อม

“ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ประเทศที่ไม่เคยมีหิมะตกก็ตกมาซะงั้น ผมอยู่ออสเตรเลีย 10 ปี ไม่เคยเจออากาศหนาวที่กินเวลายาวนานถึง 9 เดือน ก็ได้เห็น วันๆ แทบไม่มีแสงแดด ส่วนที่ซิดนีย์ไม่เคยมีลูกเห็บตกทั่วเมือง บอกเพื่อนก็หาว่าโกหก แต่พอเขาเปิดประตูก็ต้องประหลาดใจ วันหนึ่งท้องฟ้าที่ออสเตรเลียเป็นสีแดงหมด เพื่อนบอกว่าแถวตรงกลางประเทศออสเตรเลียมีภูเขาที่มีฝุ่นสีแดงแล้วพายุก็ได้หอบเอาฝุ่นนั้นมาตกที่เมืองต่างๆ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 23 วัน เหล่านี้ผมว่าเกิดมาจากคนไม่ค่อยรักษาสิ่งแวดล้อม มีแต่ทำลาย ธรรมชาติจึงต้องเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างที่เห็นกัน” วัชรลักขณ์ พูดถึงโลกที่เปลี่ยนไป

หลังกลับจากออสเตรเลียเมื่อ 2 ปี เขามานั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย ที่นอกจากต้องดูแลการขาย การตลาด บัญชี และภาพรวมแล้ว ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เขาได้นำแนวคิดดีๆ เกี่ยวสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในโรงงาน ระบบการทำงานในออฟฟิศ และพนักงานเพื่อให้ทุกคนได้เกิดความตระหนัก

“โรงงานผลิตสินค้าของเราที่ราชบุรี ไม่มีปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมและน้ำเสีย ทุกอย่างเรามีกฎเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วและปฏิบัติตามมาตรฐานหมด เราสร้างบ่อดักไขมันขนาดใหญ่ และมีระบบอาร์โอซิสเต็ม (ระบบบำบัดน้ำเสีย) เรียกว่าไม่มีน้ำเสียหลุดออกไปข้างนอกกระทบชาวบ้านเลย

นอกจากนี้ สิ่งที่ผมเน้นมากคือการทำลายสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุที่จะไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม ผมจะไม่ใช้วิธีเผา เพราะจะทำให้เกิดเขม่าควันสร้างกระทบต่ออากาศ แต่เลือกการฝังกลบโดยการคัดแยกประเภทด้วย เช่น กล่องกระดาษ พลาสติก แต่ละอย่างมีระยะย่อยสลายที่แตกต่างกัน”

วัชรลักขณ์ บอกว่า หลุมฝังกลบจะมีความลึกที่แตกต่างกันไปตามประเภทขยะ เพราะบางชนิดมีมลภาวะทางกลิ่นด้วยหลุมจะต้องขุดให้ลึกและอยู่ในที่ห่างไกล จากนั้นก็ทำกำแพงล้อมเหมือนเป็นประตูปิดไว้ด้วยเพื่อไม่ให้กลิ่นกระจายออกไป

ในระบบการทำงานที่ออฟฟิศ เขาเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของฝ่ายบัญชี ซึ่งเป็นฝ่ายที่ต้องใช้เอกสารจำนวนมากในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยและสอนให้ทุกคนได้รู้จักการสรุปงาน

“ออฟฟิศยังเป็นระบบเก่า ยังไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีเท่าไหร่ เรียกว่ายังใช้ DOS อยู่เลย ผมจึงพยายามให้เขาฝึกใช้เอ็กเซลกับเวิร์ด พร้อมสอนให้รู้จักการทำสรุปเสนอต่อกรรมการ คือ เวลาทำเอกสารให้คณะกรรมการดูไม่ต้องไปลงรีเทล เพราะกรรมการบางคนไม่มีเวลาอ่านอยู่แล้ว จึงต้องรู้จักการสรุปให้เป็น สมมติต้องทำ 20 แผ่น แต่สำคัญจริงๆ ก็ไม่เกิน 5 แผ่น แล้วเวลาที่พรินต์เอกสารก็ควรที่จะเลือกให้ถูกหน้าที่ต้องการพรินต์ เป็นต้น และตอนนี้การใช้กระดาษเริ่มเห็นแนวโน้มลดลง ถือเป็นการปรับลดค่าใช้จ่ายไปในตัวด้วย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย กล่าว

ไม่เพียงแค่นี้ เขาได้ให้แนวคิดกับพนักงานในเรื่องของ “เอนไวรอนเมนต์ในออฟฟิศ” โดยใครที่จัดโต๊ะทำงานของตัวเองสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และแสดงออกถึงสิ่งแวดล้อมได้ดี ก็จะให้คะแนนพิเศษ มีรางวัลหรือของขวัญให้

“ผมมองเอนไวรอนเมนต์ทั้งข้างนอกและข้างใน ถ้าถามเขาว่า คุณทำออฟฟิศรก อยู่กับเอกสารกองระเกะระกะตลอดเวลา เศษอาหารอยู่ใต้โต๊ะ คุณทำงานไปคุณมีความสุขไหม ผมว่าไม่นะ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากปลูกฝังเขา ไม่ใช่แค่ทำที่ออฟฟิศเพราะต้องการคะแนนหรือรางวัล แต่ผมหวังให้สิ่งดีแบบนี้ติดตัวเขาไปตลอด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ และเขาควรต้องทำอย่างน้อยเพื่อคนที่คุณรักอยู่ใกล้ ซึ่งแนวคิดนี้ได้ฟีดแบ็กกลับมาจากพนักงานทุกคนตอบรับดีมาก ทำงานอย่างมีความสุขมีชีวิตชีวา”

วัชรลักขณ์ ทิ้งท้ายว่า ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ควรได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีในวันนี้ เพราะถ้าไม่ทำในวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเหลืออะไรไว้ให้คนรุ่นหลัง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน