
‘เปาะเปี๊ยะทอด’ อิ่มอร่อยเพลิดเพลินยามบ่าย
โดย... ปอย ภาพ : นพ.สุวิน ไกรภูเบศ
โดย... ปอย ภาพ : นพ.สุวิน ไกรภูเบศ
บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาเข้าครัวเลย ธัญญาภรณ์ ไกรภูเบศ ผู้บริหารหญิงคนเก่งของบิวตี้ช็อปแบรนด์ ที่มีเอกลักษณ์ในสไตล์วินเทจ “บิวตี้ บุฟเฟต์” ช็อปจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และเครื่องสำอางแบบครบวงจร โดดเด่นตรงที่การผสมผสานเอาการดำเนินธุรกิจของร้านอาหารบุฟเฟต์กับรูปแบบของธุรกิจเครื่องสำอางเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นคอนเซปต์แปลกใหม่ให้สาวๆ ตื่นเต้น สนุกสนานไปกับการทดลองเทสต์ผลิตภัณฑ์กันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างนั้นเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้โชว์ฝีมือคุกกิ้ง แต่เสน่ห์ปลายจวักผู้หญิงเราก็ต้องมีติดตัว ติดมือเอาไว้บ้าง ของว่างจานเด็ดของครอบครัวนี้ ธัญญาภรณ์ บอกว่าคุณสามีสุดที่รัก นพ.สุวิน เอ็มดีบริษัท โมนาโพลิแตนท์ ผู้บริหารร้านเครื่องสำอางบิวตี้บุฟเฟต์ และวันนี้เพิ่มไลน์เครื่องสำอางพรีเมียมอีกแบรนด์หนึ่งคือ “บิวตี้คอทเทจ” โปรดปรานอาหารเวียดนามมากๆ ความที่เป็นคุณหมอเจ้าของเครื่องสำอางก็ต้องเน้นอาหารเฮลท์ตี อาหารเวียดนามสไตล์กินแนมกับผักสดแบบนี้ จึงเหมาะที่สุด “เปาะเปี๊ยะทอด” จานนี้ก็ได้สูตรเด็ดมาจากคุณแม่สามี แล้วถ้าใครมาขอสูตรก็ไม่มีหวง
ส่วนอีกบิ๊กบอย 2 หนุ่มลูกชายวัย 10 ขวบช่วงบ่ายๆ ก็กลับมาจากเตะฟุตบอลพอดี จึงเป็นของว่างยามบ่ายช่วยเติมพลัง เป็นสามหนุ่มสามมุมที่ผู้หญิงของบ้านนี้ต้องคอยเอาใจใส่ดูแล
“น้องกานต์ น้องก้อง ลูกชาย 2 คนเป็นแฝดค่ะ แต่เกิดจากไข่คนละใบ เลยเป็นแฝดคนละฝา สไตล์การกินอาหารจึงคนละรสนิยมกันเลยนะคะ ลูกชายคนโตกานต์จะชอบอาหารแนวนมๆ เนยๆ เป็นอาหารฝรั่งที่คุณพ่อเขาก็ชอบเหมือนคุณลูก เวลาทำก็ต้องทำ 2 จาน ส่วนลูกชายคนเล็กน้องก้องชอบอาหารไทย ช่วงที่ดิฉันจะมีเวลาเข้าครัวได้บ่อยที่สุดคือเช้าวันอาทิตย์ ทำอาหารเช้าให้ลูกชายกับสามีรับประทาน และอีกช่วงคือบ่ายๆ วันหยุดที่ได้อยู่บ้านเราก็จะเข้าครัว เมนูง่ายๆ เปาะเปี๊ยะทอด เป็นอาหารว่างประจำบ้านนี้ค่ะ
การดูแลลูกกับสามี เหนื่อยแต่ก็สนุก และไม่ยุ่งยากเพราะสไตล์ผู้ชายเขาจะง่ายๆ สบายๆ กันนะคะ แต่ถ้าทำอาหารขึ้นโต๊ะก็แน่นอนว่ารสชาติต้องอร่อยไว้ก่อนจะได้ไม่มีปัญหา (หัวเราะ) เปาะเปี๊ยะสูตรของนี้ดิฉันขอจากคุณแม่คุณสุวินที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่มีฝีมือทำอาหาร แล้วก็ชอบสอนแม่ครัวที่มีหน้าที่ทำอาหารให้คนบ้านนี้รับประทานส่วนดิฉันก็อย่างที่บอก นานๆ ค่ะจึงจะได้มีเวลาเข้าครัวทำอาหารสักครั้งหนึ่ง
เปาะเปี๊ยะที่ทอดๆ ขายกันตามตลาด บางเจ้ารสชาติไม่ค่อยอร่อยเต็มปากเต็มคำเพราะไม่ค่อยถึงเครื่องค่ะ อย่างเช่น แห้ว สูตรของคุณแม่จะหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าชิ้นย่อมๆ สักหน่อยค่ะ เพื่อเวลาเคี้ยวจะกรุบๆ กรอบๆ แต่ของทั่วไปเขาจะหั่นๆ แห้วเป็นชิ้นเล็กเกินไป เวลาเคี้ยวก็จะไม่รู้รสของความกรอบเลย หรือเนื้อกุ้งสับ ก็จะต้องมากกว่าเนื้อหมู 2 ใน 3 เลยค่ะและเพิ่มไข่ไก่ ใช้ไข่แดงผสมเข้าไปด้วยเพิ่มความนุ่มนวลของเนื้อเปาะเปี๊ยะ ส่วนไข่ขาวก็อย่าทิ้งใช้แต้มตอนม้วนเปาะเปี๊ยะก่อนทอดได้ด้วย
สูตรคุณแม่น้ำจิ้มเน้นรสเปรี้ยว ซึ่งดิฉันชอบมากเพราะน้ำจิ้มเปรี้ยวๆ ช่วยความสดชื่นยามบ่ายอีกด้วย น้ำจิ้มบ้านนี้ไม่ใส่ถั่วบดค่ะ แต่จะคล้ายๆ กับเวียดนามที่มีแครอตฝอยผสมพริกและน้ำส้มสายชู” ธัญญาภรณ์ บอกเคล็ดลับระหว่างปรุงของว่างที่มีลูกชายฝาแฝดบิ๊กบอยสุดหล่อ คอยช่วยคุณแม่หยิบโน่นนี่ให้เป็นลูกมือ ที่สำคัญรอคอยรับประทาน (แทบจะ) ไม่ไหวแล้ว บ่ายๆ อย่างนี้กลับมาจากเตะบอล หิวมากๆ เลยครับคุณแม่
สูตรนี้ที่ลูกสะใภ้ผู้บริหารสุดเปรี้ยวได้มาจากคุณแม่สามี ยังบอกความสัมพันธ์ครอบครัวสุขสันต์ได้ด้วย ธัญญาภรณ์ หัวเราะเบาๆ ก่อนแย้มเคล็ดลับการเข้าถึงหัวใจคุณแม่สามี
“ดิฉันเจอกับคุณหมอสุวินที่เชียงใหม่ค่ะ ตอนนั้นไปเป็นคุณหมอที่ไปประจำโรงพยาบาลอยู่ที่นั่น เราเป็นพยาบาลและเขาก็ ไม่เคยสนใจพยาบาลเลย (หัวเราะ) สนใจแต่สาวๆ สวยๆ นอกโรงพยาบาล แต่มีอยู่วันหนึ่งไปเจอกันโดยบังเอิญ แล้วเขากำลังมองหาเพื่อนจะไปช่วยกันเลือกเฟอร์นิเจอร์ ดิฉันเดินผ่านหน้าเขาช่วงนั้นพอดี เขาก็ชวนไป ดิฉันไม่ใช่คนคิดมาก็ลองไปช่วยเขาเลือกซื้อของ ก็เลยได้พูดคุยได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นและลองคบหากันจุดเริ่มต้นจากวันนั้นค่ะ” ธัญญาภรณ์ บอกเล่า และเมื่อลองหันไปถามเหตุผลคุณหมอสุวินของการเลือกแม่บ้านคนสวยคนนี้
คำตอบคือความจริงใจ และเด็ดขาด เจ้าระเบียบ ถ้าลองสังเกตมองง่ายๆ อย่างการเข้าครัววันนี้ทั้งการหั่นผัก การเลือกวัตถุดิบการทำอาหาร ต้องเนี้ยบใช้ของดีที่สุด และนั่นก็เป็นนิสัยที่ส่งผ่านมาทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการบริหารธุรกิจอีกด้วย
เปาะเปี๊ยะทอด
ส่วนผสม (ไส้เปาะเปี๊ยะ)
1.หมูสับ 2 ขีด
2.กุ้ง 34 ขีด
3.แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ 34 ขีด
4.วุ้นเส้นห่อเล็ก 1 ห่อ
5.แครอตหั่นฝอย 0.5 ถ้วย
6.ไข่ไก่ 2 ฟอง
7.สมหวัง (แห้ว) ต้มสุกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 0.5 ถ้วย
8.ต้นหอม+ผักชี หั่นฝอย 0.5 ถ้วย
9.หัวหอมใหญ่สับพอหยาบ 0.5 ถ้วย
10.เห็นหูหนูหั่น 0.5 ถ้วย
11.รากผักชีตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
12.พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
13.เกลือป่น 0.25 ช้อนชา
14.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
15.รสดีผง 0.5 ถ้วย
16.ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
17.น้ำตาลทราย 0.5 ถ้วย
18.น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ (ไส้เปาะเปี๊ยะ)
1.นำเห็ดหูหนู หอมหัวใหญ่ แครอต สมหวัง (แห้ว) ต้นหอม ผักชี ล้างน้ำให้สะอาด
2.นำวุ้นเส้นมาแช่น้ำไว้จนนิ่มแล้วนำมาหั่นให้ยาวประมาณ 2 นิ้ว
3.นำหมูสับ กุ้ง เห็ดหูหนู และวุ้นเส้น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4.หลังจากนั้นนำเครื่งปรุงต่างๆ ทยอยคลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วยเครื่องปรุง สุดท้ายนำไข่ไก่ เฉพาะไข่แดง คลุกเคล้าเป็นอย่างสุดท้าย (ส่วนไข่ขาวเก็บไว้ทาตอนห่อเปาะเปี๊ยะ)
5.นำไส้ห่อลงบนเปาะเปี๊ยะแล้วนำลงทอดในน้ำมันไฟปานกลาง ทอดจนเหลืองน่ารับประทาน แล้วนำขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
6.พักไว้จนเย็นแล้วหั่นพอดีคำ จัดพร้อมเครื่องเคียงผักต่างๆ ตามชอบ
ส่วนผสม (น้ำจิ้ม)
1.น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
2.เกลือป่น 0.25 ช้อนชา
3.น้ำเปล่า 23 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
5.พริกสด 12 เม็ด
6.แครอตหั่นฝอย 0.5 ถ้วย
7.กระเทียมสับหยาบ 0.5 ถ้วย
วิธีทำ (น้ำจิ้ม)
1.นำน้ำเปล่า และน้ำตาลทรายตั้งบนไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนงวด
2.หลังจากนั้นนำเครื่องปรุงที่เหลือใส่ลงไป แล้วปรุงรส บีบมะนาว แล้วนำลงจากเตา รอจนเย็น พร้อมรับประทาน
เคล็ดลับความอร่อย
1.ปริมาณน้ำมันที่ใช้ทอดต้องท่วมตัวเปาะเปี๊ยะ
2.ตอนนำเปาะเปี๊ยะลงทอดน้ำมันต้องไม่ร้อนจัด (ไฟปานกลาง) เพราะถ้ารอให้ไฟร้อน ไส้ข้างในจะไม่สุก เพราะข้างนอกจะไหม้ก่อน
3.ขณะทอดใช้ตะเกียบเป็นตัวพลิก
4.ใส่ไข่แดงคลุกลงไปที่ไส้
5.ควรจะใช้ สมหวัง (แห้ว) ต้ม แล้วมาหั่นลูกเต๋า จะช่วยทำให้เปาะเปี๊ยะกรอบและหวาน
6.ไข่ขาวที่เหลือ จะนำมาทาตอนห่อ ทำให้ห่อออกมาแล้วสวย







