
วันครอบครัว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีความสุขมากกกก เพราะมีทั้งวันสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ และวันครอบครัว หยุดกันยาวลืมที่ทำงานกันไปเลยล่ะ วันปีใหม่ไทยนี่แหละที่จะได้โอกาสกลับบ้านเกิดไปเจอะเจอพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย กัน แต่คนไทยรู้สึกจะกลับถิ่นเกิดกันทุกเทศกาลนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่สากล ตรุษจีนหรือสงกรานต์อ่ะนะ
การพร้อมหน้าพร้อมตาสามัคคีรักใคร่กัน มักได้จากการถูกปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นใครนิสัยยังไงก็ตามก็จะสามารถมีจิตใต้สำนึกที่รักและผูกพันกับครอบครัวได้ถ้าได้เห็นได้เคยปฏิบัติอย่างต่อเนื่องกันมา เหมือนชาวจีนที่เขามักจะปฏิบัติในเรื่องของการกราบไหว้บรรพบุรุษเป็นประเพณีกันมายาวนาน อย่างเช็งเม้งเนี่ยก็น่าจะเป็นกุศโลบายให้ลูกหลานได้มารวมญาติกันสามัคคีกัน เป็นลูกหลานบ้านไหนก็ไม่รู้ล่ะพอถึงเวลากราบไหว้บรรพบุรุษก็ต้องมารวมตัวกันพบเจอกันไม่รู้จักกัน อย่างน้อยก็ได้คุ้นหน้าคุ้นตากันตอนรวมญาตินี่แหละ
ในสมัยนี้มักจะเป็นครอบครัวเล็กๆ หรือไม่ก็เลี้ยงเดี่ยวซะมากกว่า ขนาดย่อเป็นครอบครัวขนาดเล็กแล้วก็ยังไม่ค่อยมีความอบอุ่นกันเลยอ่ะ เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ต้องออกไปทำมาหากิน จึงกลายเป็นเลี้ยงลูกด้วยเงิน เอาเงินจ้างซื้อความสะดวกสบายทิ้งลูกไว้กับคนรับใช้ พี่เลี้ยง หรือไม่ก็ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเคยลำบากไม่อยากให้ลูกลำบาก เลยกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉันซะงั้น ด้วยการปรนเปรอทำให้ลูกทุกอย่าง ลูกไม่ต้องพ่อแม่ทำให้เอง ขอให้ลูกเรียนหนังสือไป เรียนเยอะๆ ต้องแข่งกับคนอื่นกับลูกเพื่อนลูกคนข้างบ้านบ้างล่ะ จนลืมนึกถึงจิตใจลูกหรือกลายเป็นปลูกฝังให้ลูกเป็นคนไม่ยอมแพ้จะเอาชนะอย่างเดียว
ส่วนการใช้ชีวิตก็ไม่เป็นเอาเสียเลยเพราะไม่เคยทำ เอะอะก็คนใช้ทำให้หรือไม่ก็ใช้พ่อแม่นั้นแหละทำให้ มีลูกเพื่อนคนหนึ่งซักผ้ารีดผ้าล้างจานยังไม่เป็นเลยอ่ะ พอจะใส่เสื้ออะไรก็มาโยนให้แม่ “แม่รีดให้หน่อย หนูจะไปเที่ยว” แม่ก็ทำให้งกๆ ถ้ามีคนรับใช้ แม่บ้าน ก็ยังโอหน่อย ไม่งั้นแม่คงเหนื่อยทั้งงานในบ้านและนอกบ้านแน่ นักจิตวิทยาเขาว่าถ้าบ้านไหนไม่เอาใจใส่ลูกปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง เด็กบ้านนั้นมักมีปัญหาร้อยทั้งร้อย แต่ถ้ามีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายดูแลบ้างก็จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะการเอาใจใส่ลูกหลานมีความจริงใจมากกว่าพวกพี่เลี้ยงที่ไม่มีความผูกพันแค่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้นเอง จึงทำให้เด็กมักขาดความอบอุ่น
แต่ถึงพ่อแม่ต้องทำมาหากินก็จริงอยู่ ถ้ารู้จักจัดการบริหารเวลา ให้ลูกๆ ได้มีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันในครอบครัว ก็จะเป็นการปลุกจิตใต้สำนึกรักครอบครัวให้กับเด็กๆ ได้ หรือแม้แต่สิ่งที่พ่อแม่ทำกับปู่ย่าตายายก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือร้ายให้กับเด็กๆ เช่นกัน เด็กๆ เขาเห็นพ่อแม่เป็นฮีโร่ของพวกเขาอยู่แล้วอ่ะ ทำอะไรก็เลยเอาอย่างไง พวกเด็กเห็นพ่อแม่เลี้ยงดูปู่ย่าตายาย พวกเขาก็เลี้ยงดูพ่อแม่ในยามแก่เฒ่าเช่นกันแหละ ถึงจะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันหรือไม่ได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ก็ตาม อย่างในโอกาสเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ ก็ควรจะจัดสรรเวลาให้ลูกหลานได้พบปะกับผู้เฒ่าผู้แก่บ้าง
ครอบครัวน้องหลีเพื่อนปูเขาเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่น่ารักตรงที่พ่อกับแม่ต้องผลัดกันดูแลเอาใจใส่ลูกๆ ทั้งสามคน ทั้งๆ ที่ทั้งพ่อทั้งแม่ต่างก็มีงานของตัวเองทำกัน แต่จะไม่ลืมที่จะมีกิจกรรมทำร่วมกันพ่อแม่ลูกเลย กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ถึงเทศกาลตรุษจีน ปีใหม่ เช็งเม้ง ต้องมีพบเจอญาติๆ ไม่เคยขาด ถึงแม้ในบางเรื่องพ่อแม่จะมากมายไปหน่อยในเรื่องการใช้เงินซื้อความสะดวกสบายให้ลูก อยากได้อยากเรียนอะไรจัดให้ ถึงขนาดจ้างครูมาสอนที่บ้านพร้อมเพื่อนฝูงก็ยังได้เลยแม่เนรมิตให้ ไปไหนอยากได้อะไรแม่จัดให้จัดหนักจัดเต็ม ก็โชคดีไงเกิดมาพ่อแม่มีสตางค์อ่ะ แต่อย่างหนึ่งที่ปูปลื้มก็ตรงที่เด็กๆ เป็นเด็กที่มีจิตใจที่ดี มีสัมมาคารวะ มีจิตสำนึกรักครอบครัว รักพี่น้อง ถึงแม้จะมีงอนกันบ้างตามภาษาเด็กก็เหอะนะ
นี่เป็นผลมาจากความอบอุ่น กำลังใจและการเอาใจใส่ของพ่อแม่ที่ให้กับพวกเขานั้นเอง ถ้าเราอยากให้ลูกๆ รักเรา กตัญญูต่อเรา ไม่ทอดทิ้งเรายามเราแก่เฒ่า ก็ควรจะใส่ใจ ปฏิบัติเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีให้พวกเขาเห็นซะตั้งแต่วันนี้ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ตามเถอะ...







