posttoday
มิตรแท้คือความสูญเสีย

มิตรแท้คือความสูญเสีย

08 เมษายน 2555

ผู้กำกับคนโปรด “ฮิโรคาสึ โคเรเอดะ” เพิ่งจะมีหนังใหม่ล่าสุด I Wish เข้าฉายที่ลิโด

โดย...โจ เกียรติอาจิณ

ผู้กำกับคนโปรด “ฮิโรคาสึ โคเรเอดะ” เพิ่งจะมีหนังใหม่ล่าสุด I Wish เข้าฉายที่ลิโด (อืม---ว่าแต่ตอนนี้ถูกลดรอบฉาย เหลือแค่รอบเดียวแล้วอ่ะ ใครอยากดูต้องรีบนิดส์หนึ่งนะจ๊ะ) โดยตัวหนังก็ยังคงลายเซ็นความเป็นโคเรเอดะมากกกก ถึงมากที่สุด กรุ่นกลิ่นบรรยากาศเรียบเรื่อยและง่ายงามของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ความหดหู่ ความท้อ แล้วค่อยๆ เติมพลังใจให้แก่คนดูเกิดความหวังและแรงศรัทธาต่อความเชื่อบางอย่างในตอนท้าย

ส่วนนี่คือหนังเก่าของโคเรเอดะที่เราบังเอิญไปเจอโดยบังเอิญ ซึ่งอายุของ Maboroshi ก็ทิ้งระยะห่างจาก I Wish ร่วมๆ 17 ปีเลยทีเดียว ถึงอย่างนั้นแม้มันจะดูเก่า (จัด) ไปหน่อย แต่เนื้อหาที่หนังนำเสนอกลับเป็นเรื่องราวที่สร้างความรู้สึกอิ่มเอมใจเกินความคาดหมายจริงแท้

หนังพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่พบกับความสูญเสีย เมื่อจู่ๆ สามีเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยวิธีให้รถไฟชน สาเหตุ---หนังไม่บอกรายละเอียด เพียงแต่ให้คนดูเดาว่า เขาน่าจะโดนให้ออกจากงานในโรงทอผ้า จึงนำไปสู่การปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีปัญหา

มิตรแท้คือความสูญเสีย

 

ความสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่และสุดจะเกินรับไหว สำหรับผู้หญิงที่มีลูกน้อยวัย 3 เดือน ทุกข์ไหนจะเท่าทุกข์ของการสูญเสียคนรักไปแบบไม่ทันตั้งตัว แรกนั้นเธอก็คงเหมือนกับคนทั่วไปที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ได้ แต่พอเวลาผ่านไป ความทุกข์ของเธอก็ค่อยๆ จางหาย---จางหาย แล้วชีวิตเธอก็เข้าสู่โหมดความสุขอันเอ่อล้น

ตัวละครเอก “ยูมิโกะ” ทำให้คนดูรู้สึกว่าชีวิตมักไม่มีความแน่นอน ความจีรังไม่มีในโลก ความสุขไม่ได้มีทุกวินาที วันนี้สุข พรุ่งนี้ก็อาจมีความทุกข์มาเยือนเช่นกัน ความสูญเสีย หรือความตาย ก็เป็นอะไรที่ชิดใกล้มนุษย์ทุกผู้ทุกนาม มันจะมาเมื่อไหร่ ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย อยู่ว่าจะมาไว หรือมาช้า แต่สิ่งเดียวที่เราจะทำได้นั่นคือ ยอมรับมัน และอยู่กับมันอย่างฉันมิตร

รวมๆ แล้ว Maborosi ค่อนข้างจะมีความงดงามในตัว ไม่ว่าเนื้อหาก็งดงามจับใจ ทั้งยังงดงามด้านการถ่ายภาพ ที่สื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ในความรู้สึกของตัวละคร โดยปล่อยให้คนดูเป็นผู้เฝ้าสังเกตเอาเอง จากงานถ่ายภาพที่เงียบงันไร้บทสนทนา

มิตรแท้คือความสูญเสีย

 

ต้องชมว่าโคเรเอดะหยิบประเด็นหนักๆ มาทำให้เป็นเรื่องละมุนละม่อมและอ่อนโยนสุภาพ เขาไม่ทะเยอทะยานที่จะเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญา แต่เขาพยายามนำพาคนดูไปซึมซับกับสถานการณ์ด้วยฉากและชีวิตของตัวละคร ผ่านการดำเนินเรื่องที่อ้อยอิ่ง เนิบช้า ที่สำคัญไม่มีอาการฟูมฟาย ไม่มีเสียงกรีดร้อง แล้วก็ไม่กระชากหัวใจคนดูให้หล่นลงมาตาตุ่มด้วยความโมโหร้ายต่อโชคชะตาของตัวละคร

มนุษย์ส่วนใหญ่นั้นปรารถนาที่ (อยาก) จะมีความสุขเป็นมิตร ไม่มีใครหรอกที่ (อยาก) มีความทุกข์เป็นมิตร ไม่ต่างกันนัก ครั้งหนึ่ง “ยูมิโกะ” ก็ (เคย) มีมิตรที่เรียกว่า ความสุข มีสามีดี มีลูกน้อยที่น่ารัก ครบสูตรครอบครัวแสนเพอร์เฟกต์ หายใจเข้าออกแต่ละวันคือ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่เมื่อมิตรที่เรียกว่าความสุขได้อันตรธานหายไปจากชีวิต เธอก็ยินดีต้อนรับมิตรใหม่ที่ชื่อ ความสูญเสีย ด้วยหัวใจที่เป็นสุข

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้