
จิตติมา วิภูสุพรรณ์ อย่านิ่งนอนใจกับภัยธรรมชาติ
เห็นหน้าตาสวยทันสมัยแบบนี้ แต่เธอก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีสีเขียว
เห็นหน้าตาสวยทันสมัยแบบนี้ แต่เธอก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีสีเขียว
ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน จิตติมา วิภูสุพรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ เจมส์ เจ้าของแบรนด์เพรสทีจ เจมส์ คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงจิวเวลรีมากว่า 10 ปี แถมธุรกิจของสามี (บริษัท อิมโก้แพ็ค คอร์ปอร์เรชั่น) ที่ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ก็รณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง
เธอบอกว่า ขณะนี้สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัตินั้นเหมือนระเบิดเวลา จะปะทุขึ้นเมื่อใด รุนแรงแค่ไหน เราไม่สามารถรู้ได้ แต่รอวันปะทุอย่างแน่นอนหากเราไม่ใส่ใจช่วยกันประคับประคองไม่ให้โลกร้อนรุนแรงไปกว่านี้ เพราะแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงหนักขึ้นทุกที เกิดขึ้นทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือพัฒนาแล้ว ก็โดนกันทั่วหน้า เธอมีความห่วงกังวลในเรื่องนี้มาก และมีการปรับตัวในเรื่องวิถีสีเขียวเยอะขึ้น
เริ่มจากเรื่องส่วนตัว ด้วยการไม่ใช้สารเคมีหรือใช้ให้น้อยที่สุด เปลี่ยนจากใช้สบู่เหลวมาใช้สบู่ก้อนแทน เพราะสบู่เหลวใช้ขั้นตอนในการผลิตมากกว่า เปลืองพลังงาน ล้างออกยากเปลืองน้ำ กินอาหารปลอดสารพิษ มีถุงผ้าติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา เวลาไปช็อปปิ้งจะไม่เอาถุงพลาสติก ซื้อของชิ้นเล็กๆ ก็ไม่ใส่ถุง เวลาไปกินกาแฟก็เอาแก้วไปเอง ได้ลดขยะด้วย ได้ลดราคาด้วยอีก แก้วละ 10 บาท โลกก็ดี เราก็ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น ให้บ้านร่มรื่น ลดแสงแดด บ้านจะได้เย็นไม่ต้องเปิดแอร์เยอะ ไปไหนใกล้ๆ ก็ใช้เดินแทนบ้าง เวลาไปไหนทางเดียวกัน ก็รวมรถไปด้วยกันเพียงคันเดียว คือคิดและลงมือทำมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อนรู้ว่าดีแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ วันนี้ต้องลงมือทำก่อนได้ก่อน เราได้ประหยัดค่าใช้จ่าย โลกก็ได้
เธอเล่าว่า ในเร็วๆ นี้ที่สหรัฐอเมริกา ต่อไปขวดโค้กจะเปลี่ยนจากขวดพลาสติกมาใช้ขวดสเตนเลสแทนแล้ว บริษัทของสามีเธอที่ทำแพ็กเกจจิงจากพลาสติกเอง ก็มีการปรับตัวด้วยการใช้พลาสติกที่นำไปรีไซเคิลได้ และผลิตสินค้าจากเม็ดพลาสติกที่มาจากการรีไซเคิล พยายามหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการใช้พลาสติกในการผลิตชิ้นงานให้น้อยลง รวมทั้งหาเม็ดพลาสติกที่ผลิตจากพืชมากขึ้น เช่น จากมันสำปะหลัง ข้าวโพด ซึ่งยังอยู่ในระยะทดลอง อนาคตน่าจะมีราคาที่ถูกลงอีกส่วนก็คือ ลดขั้นตอนในการขนส่งให้มากขึ้น จากเดิมที่มีโรงงานอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และชานเมือง แล้วส่งไปยังต่างจังหวัด ซึ่งต้องเสียเวลาและพลังงานในการขนส่ง ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นระหว่างกระบวนการขนส่ง ก็เปลี่ยนจากนำเครื่องจักรไปผลิตที่แหล่งใช้งานเลย
“ล่าสุด เราซื้อเครื่องจักรใหม่ไปตั้งที่โรงงานของกระทิงแดงที่ต่างจังหวัดเลย เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา ลดขั้นตอนการขนส่งไปได้เยอะ เราลงทุนเครื่องจักรเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ลดเรื่องค่ารถขนส่ง ค่าน้ำมันในระยะยาว แล้วดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ดีกับสิ่งแวดล้อมด้วย ลดมลพิษจากรถขนส่งไปได้มาก”
จิตติมา บอกว่า ตอนนี้ถ้ามีอะไรที่ทำแล้วดีต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าไม่ลำบากมากหรือลงทุนมากไป ถ้าทำได้ก็จะทำทันที ไม่ลังเล ล่าสุดที่โรงงานพลาสติกก็ลงทุนเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย เอาน้ำที่บำบัดได้ไปล้างห้องน้ำ ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ พยายามใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าให้มีของเสียออกมาน้อยที่สุด โรงอาหารที่โรงงานก็ทุบกำแพงออก 3 ด้าน ให้ลมธรรมชาติเข้ามา ใช้แสงธรรมชาติ เปิดพัดลมแทนแอร์ ประหยัดพลังงานแล้วแถมอากาศก็ดีขึ้นด้วย ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งสบาย เอกสารในโรงงานไม่ใช้กระดาษ ใช้สื่อสารผ่านเมลของบริษัท
ทั้งหมด คือ ความไม่นิ่งนอนใจของผู้บริหารหญิงคนนี้







