posttoday
คุณค่ากว่า 200 ปี ดูที่นี่...วันเดียว

คุณค่ากว่า 200 ปี ดูที่นี่...วันเดียว

06 มีนาคม 2553

...ไพรัช คุ้มเสน

เปิดให้สื่อมวลชนได้ยลความอลังการกันไปเรียบร้อย สำหรับ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ที่ที่รวบรวมคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งยุครัตนโกสินทร์ที่ยาวนานกว่า 200 ปี มาให้คนรุ่นหลังได้ดูได้ชมและศึกษาภายในวันเดียวด้วยรูปแบบที่น่าสนใจ และแหล่งเรียนรู้ใหม่กลางกรุงเทพฯ ก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่.7 มี.ค. 2553

แต่เดิม “กรุงรัตนโกสินทร์” เป็นนามของราชธานีของไทยที่เรียกขานกันมาตั้งแต่ครั้งอดีต ภายหลังได้รับการสถาปนาในปี 2325 แล้วจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กรุงเทพมหานคร” เหมือนเช่นในปัจจุบัน

“อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง อยู่ใกล้เคียงกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เป็นแหล่งจารึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ผ่านแง่มุมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้จัดการแสดงผลงานอันทรงคุณค่า ผ่านเทคนิคการนำเสนอด้วยการใช้เทคนิคสื่อผสมให้ผู้ชมรู้สึกเสมือนอยู่ในสถานที่จริง โดยถ่ายทอดผ่านมุมมองในมิติใหม่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ มีนโยบายที่จะปรับปรุงอาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลางที่หมดสัญญาเช่าให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยเริ่มที่อาคาร 1 ใกล้กับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และวัดราชนัดดาฯ แห่งนี้เป็นอาคารแรก และด้วยเหตุที่อาคารหลังดังกล่าวเสมือนเป็นด่านแรกที่จะเข้าสู่เขตพระราชธานีเมื่อครั้งในอดีต หรืออีกนัยหนึ่งคือ ประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์

ดังนั้น จึงกำหนดให้อาคารแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมเกียรติยศอันเกรียงไกรแห่งแผ่นดินสยามตลอดยุครัตนโกสินทร์ อันเป็นแหล่งความรู้ที่ทรงคุณค่าของชาติมิให้สูญหายไปตามกาลเวลา อีกทั้งยังมีประโยชน์กับประชาชนทั่วไปที่จะได้ชื่นชมกับมรดกของแผ่นดินที่คนรุ่นก่อนสรรค์สร้างให้ลูกหลาน และได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับยุครัตนโกสินทร์อย่างถ่องแท้และถูกต้องและให้ชื่ออาคารนี้ว่า อาคาร “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” นั่นเอง

เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า “อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นอาคารนิทรรศการที่มีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวตลอดเวลาผ่านกิจกรรมและการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ รวบรวมเรื่องราวทุกอย่างของรัตนโกสินทร์ ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหา ราชวัง ซึ่งถือเป็นเกียรติยศแห่งแผ่นดินสยาม พระราชพิธีสำคัญต่างๆ สถาปัตยกรรม วัง วัด บ้านในแต่ละยุค สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์ มหรสพอันทรงคุณค่ามากมาย

สิ่งเหล่านี้จะจัดแสดงในลักษณะสื่อผสมเสมือนจริง ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ เพื่อใช้นำเสนอเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยเทคโนโลยีมุมมองแบบ 360 องศา ที่จะสร้างบรรยากาศรอบตัวของผู้เข้าชมให้เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเมื่อ 200 กว่าปีก่อน ตลอดจนมุ่งเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผ่าน 7 ห้องสำคัญด้วยกันที่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ในตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วเขามีทั้งหมด 9 ห้อง คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ราวๆ ปี 2554

ทั้ง 7 ห้องที่ให้คุณได้เข้าไปเรียนรู้ เริ่มจาก...

1.ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ เมื่อเราย่างก้าวเข้าไปในห้อง จะเสมือนย้อนกลับไปสู่เมื่อครั้งแรกเริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และด้วยภาพยนตร์สื่อผสม 4 มิติ ตื่นตาตื่นใจทั้งภาพ เสียง และสัมผัส นำเสนอประวัติความเป็นมาของการกำเนิดกรุงรัตนโกสินทร์ที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกรุงศรีอยุธยา ด้วยพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรี

แค่ก้าวสู่ห้องแรก เราก็ต้องเจอเซอร์ไพรส์ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษที่พาทุกคนเสมือนย้อนเวลากลับไปหาอดีตอันเรืองโรจน์อีกครั้ง จะเป็นอะไรนั้น ต้องเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองครับ

2.ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม ในห้องนี้เราจะพบกับความตระการตาไปกับแบบจำลองพระบรมมหาราชวังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ครั้งแรกที่จะได้ชมพระแก้วมรกตในเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดูในคราวเดียว ประกอบกับการลัดเลาะประตูย่ำค่ำเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งถือเป็นโอกาสเดียวที่ผู้ชายมีสิทธิเข้าชมเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างใกล้ชิดที่นี่

3.ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์ นำเสนอรูปแบบของการย้อนยุคไปชมบรรยากาศมหรสพสมโภช เสมือนได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเมื่อ 200 กว่าปีก่อนในมุมมอง 360 องศา เรียนรู้ภาษาท่าทางโขน และทดลองเชิดหุ่นกระบอก

4.ห้องลือระบิลพระราชพิธี ชื่นชมความยิ่งใหญ่ตระการตากับพระราชพิธีที่เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในรูปแบบ 3 มิติ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอพระราชพิธีที่มีความเกี่ยวข้องกับประชาชน เช่น พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อชุบชูกำลังใจให้เกษตรกรไทยผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติที่สืบต่อกันมาถึงเฉกเช่นทุกวันนี้

5.ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม ร่วมชื่นชมรูปแบบสถาปัตยกรรมในยุครัตนโกสินทร์ ทั้ง วัง วัด บ้าน ซึ่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงสอดรับกับปัจจัยแวดล้อม ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจากต่างประเทศ จนทำให้วัง วัด บ้าน ในกรุงรัตนโกสินทร์มีลักษณะหลากหลายดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

ห้องนี้เราจะได้เรียนรู้ในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่ทำให้ยุคสมัยนั้นมีชีวิต ผ่านยานพาหนะที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัย ได้แก่ เรือ รถม้า และรถยนต์ ซึ่งนำไปสู่บริบทของสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย ผมว่าห้องนี้เด็กๆ ต้องชอบแน่ๆ

6.ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน นำเสนอความเป็นมาและเอกลักษณ์ของชุมชนบนเกาะรัตนโกสินทร์เพียงแค่ย่างเก้าเท้าไปยังจุดที่ตั้งของชุมชน ก็จะปรากฏลวดลายสวยงาม ที่จะนำผู้ชมไปทำความรู้จักชุมชนนั้นๆ พร้อมชื่นชมผลงาน การรังสรรค์จากชุมชนต่างๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งบางชิ้นหาชมได้ยากในปัจจุบัน

7.ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง ประสบการณ์ใหม่ที่คุณจะได้เข้าไปเป็นตัวละครหลัก โดยผ่านตัวการ์ตูนแอนนิเมชัน โลดแล่นท่องเที่ยวไปทั่วกรุง ร่วมพบเห็นสถานที่มีความน่าสนใจบนเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งสถานที่ ที่น่าสนใจในเชิงสถาปัตยกรรมอันสวยงาม สวนสาธารณะยอดนิยม แหล่งรวบรวมอาหารการกินและจับจ่ายสินค้า ตลอดจนย่านที่เป็นสีสันในยามค่ำคืน ซึ่งแต่ละสถานที่ต่างก็มีบรรยากาศอันชวนให้หลงใหลในแบบฉบับของตัวเอง

นอกจากนี้ครับ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ยังได้สะท้อนเจตนารมณ์และความตั้งใจในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองแห่งบันเทิงศึกษาให้มีความชัดเจน และน่าสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการได้เรียนรู้ถึงแหล่งที่มีความสำคัญของประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเราคนไทยรู้จักตัวตนของตนเองมากขึ้น ยังช่วยให้พวกเราได้รับรู้ว่า เราควรจะดำเนินวิถีชีวิตเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เพื่อธำรงและรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ศิลปะอันงดงามของชาติให้สืบไปอย่างยั่งยืน

สุดท้าย หากใครที่ต้องการสัมผัสกับเรื่องราวอันทรงคุณค่าของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ยุคที่พวกเราคนไทยทุกคนกำลังดำเนินชีวิตอยู่ ณ ปัจจุบัน “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” บนถนนราชดำเนินกลางแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่คนไทยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจได้

สมดั่งคำกล่าวที่ว่า “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์...คุณค่าแห่งยุคสมัย สัมผัสได้ในหนึ่งวัน”

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?