
มันจะอยู่กับเราไปจนนิรันดร์
โดย...สโรดม
โดย...สโรดม
มันจะอยู่กับเราไปจนนิรันดร์
Eternal Summer
ปี 2006
ประเภท รัก/ชีวิต
ประเทศ ไต้หวัน
ภาษา จีนกลาง
ความยาว 95 นาที
กำกับ เลสเต เฉิน
แสดงนำ ไบรอันท์ ฉาง/จางเสี้ยวฉวน/เคท หยวน
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวอย่างแรงส์ เอี๊ยดดดดด...ว่าเป็นการล่าช้ามากๆ ที่เพิ่งจะหยิบหนังเรื่องนี้มานำเสนอ สารภาพตามตรงเลยก็แล้วกันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ดู (ไม่รู้ไปอยู่ไหนมา อิอิ)
อีกอย่างเมื่อได้ดูแล้วรู้สึกประทับใจกับมิตรภาพและความผูกพันจนเก็บเอาไว้ไม่ไหว เลยอยากบอกให้ใครต่อใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ดูไปหามาดูกันซะ ส่วนใครที่ได้ดูแล้วก็อาจนึกอยากจะปัดฝุ่นแล้วหยิบมันขึ้นมาดูรับร้อนนี้กันอีกสักรอบก็เป็นได้
แม้ว่าหนังจะเล่าเรื่องของคนรักร่วมเพศก็จริงอยู่ แต่มันก็มีคุณค่าพอสำหรับคนทุกเพศ เพราะเนื้อหาของหนังทำให้สัมผัสได้ถึงแก่นแท้ของคนเราได้อย่างลึกซึ้ง
หนังเปิดเรื่องด้วยวัยเด็กของ เจิ้งฉิง (ไบรอันท์ ฉาง) และโย่วเหิง (จางเสี้ยวฉวน) สองหนุ่มน้อยที่บังเอิญได้มาเป็นเพื่อนกันเพราะคำสั่งของครู โย่วเหิง เด็กสมาธิสั้น เกเร และไม่มีใครคบหา ขณะที่ เจิ้งฉิง เด็กเรียบร้อยและเรียนเก่ง จึงถูกคำสั่งจากคุณครูให้มาเป็นเพื่อนคู่หูกัน ที่ต้องดูแลทั้งพฤติกรรมและเรื่องของการเรียนทั้งที่ไม่เต็มใจ แต่นานวันเข้าเขาก็รู้ตัวว่าตกหลุมรักเพื่อนคนนี้เข้าให้เสียแล้ว แต่ก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเก็บงำความในใจไว้ฝ่ายเดียว แล้วแอบมอบใจให้เขาแบบเงียบๆ เพราะแอบรักเพื่อนน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ดันเป็นเพศเดียวกันนี่สิ!! (น่าอึดอัดชะมัด ว่ามะ)
กระทั่งความลับที่มาพร้อมกับเรื่องวุ่นๆ สไตล์รักสามเส้าก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฮุ่ยเจีย (เคท หยวน) มาตกหลุมรักเพื่อนสนิทอย่าง เจิ้งฉิง ซึ่งมารู้ภายหลังว่าเขาเป็นเกย์ เธอจึงหันไปคบหากับ โย่วเหิง แทน ซึ่งมันเป็นการยากที่จะเปิดเผยความจริง ด้วยเข้าใจว่าเพื่อนจะยอมรับไม่ได้ ในขณะที่ โย่วเหิง ก็ไม่กล้าบอกกับเพื่อนรัก เพราะกลัวเพื่อนจะเสียใจที่แอบไปมีใจให้กับแฟนเก่าเพื่อน (โอ๊ย ปวดเฮด)
จุดนี้แหละที่ทำให้หนังน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะแทนที่ฝ่ายหญิงจะรังเกียจ เจิ้งฉิง ที่เป็นเกย์ และยังมีใจให้กับชายที่เธอแอบชอบอีกต่างหาก ทางกลับกันเธอกลับรู้สึกเห็นใจเขาอย่างสุดซึ้ง มันทำให้เราสัมผัสได้ว่ามิตรภาพและความผูกพันของทั้งสามนั้นมันลึกซึ้งและมีพลังเกินกว่าจะมีเรื่องของเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง มันให้ความรู้สึกทั้งอึดอัด เห็นใจ และบีบความรู้สึกมากที่สุด
กระทั่งฉากเซ็กซ์ระหว่าง 2 หนุ่ม ซึ่งมันเป็นบทรักที่มีพลังมากกว่าตอบสนองตัณหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความรู้สึกดีๆ ที่คนสองคนมีให้กันโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อนรักเดินหันหลังจากไปตลอดชีวิต
บวกกับสับสนว่าแท้จริงแล้วรักใครกันแน่ หรือหึงหวงใครกันแน่ ระหว่างเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกายเขามาโดยตลอดทั้งในยามทุกข์และสุข หรือหญิงสาวที่ไม่มีข้อแม้ใดที่เขาจะไม่รักเธอ ประมาณว่าอยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน
นับว่าเป็นการสร้างเนื้อหาได้อย่างมีมิติและสมเหตุสมผล ซึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ทั้งสามคนก็ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมยอดเสียเหลือเกิน
ตอนจบของหนังยังทิ้งค้างบทสรุปของรักสามเส้าเอาไว้แบบคาใจที่สุด ว่าท้ายสุดแล้วทั้งสามคนจะมีบทสรุปความรักเป็นเช่นไร...
แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้รับรู้ได้หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบก็คือ
ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการที่เราไม่ยอมทรยศหัวใจตัวเอง เพราะความรู้สึกนั้นมันจะอยู่กับเราไปจนชั่วนิรันดร์!!!







