
น้ำตาลครบุรีกับบทบาทอนุรักษ์พลังงาน
เพราะเหตุผลด้านสุขภาพ จึงทำให้โลกในสมัยหนึ่งถึงกับปฏิเสธน้ำตาล แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เพราะเหตุผลด้านสุขภาพ จึงทำให้โลกในสมัยหนึ่งถึงกับปฏิเสธน้ำตาล แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ในที่สุดโลกก็ต้องยอมรับว่า ชีวิตขาดน้ำตาลไปไม่ได้หรอก อย่างไรก็ตามโจทย์ของน้ำตาลวันนี้ไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องสุขภาพเท่านั้น ภายใต้สภาวะโลกร้อนและภาคการผลิตที่มีปัญหา น้ำตาลและกระบวนการผลิตน้ำตาลก็ยังถือว่ามีปัญหาใหญ่ คูลคอนเนอร์วันนี้นำเสนอความสมดุลภายใต้ความพยายามของกลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี
อิสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการบริหาร บริษัท น้ำตาลครบุรี หรือเคบีเอส (KBS) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายครบวงจรระดับประเทศ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต เป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข เคบีเอสให้ความสำคัญมากกับปัญหาโลกร้อน แม้ส่วนหนึ่งจะต้องยอมรับว่ากระบวนการผลิตน้ำตาลทรายมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกดังกล่าว
“เคบีเอสมีจุดยืนที่ชัดเจนด้านสิ่งแวดล้อม เราดำเนินธุรกิจแบบธรรมาภิบาล และมีความรับผิดชอบต่อชุมชน” อิสระ กล่าว
เริ่มจากที่ตั้งโรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีแหล่งน้ำใกล้เขื่อนขนาดใหญ่ คือ เขื่อนลำพระเพลิงและเขื่อนลำมูลบน ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกอ้อย จึงช่วยลดการขนส่งและค่าพลังงานในการขนส่ง ขณะที่การบริหารจัดการเข้มข้น ประหยัดค่าพลังงานและควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อจัดการปัญหามลภาวะในหลายด้าน
การบริหารจัดการด้านอากาศ
โรงงานผลิตน้ำตาลมีการเผากากอ้อยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการการผลิต ปัญหาคือฝุ่นละออง บริษัทแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งระบบดักฝุ่นละอองด้วยน้ำ หรือระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) โดยอากาศบริเวณโรงงานและชุมชนใกล้เคียงมีคุณภาพดีขึ้น จากเดิมมีค่าความหนาแน่นฝุ่นในอากาศ 600 พีทีเอ็ม ล่าสุดลดเหลือ 160 พีทีเอ็ม เปรียบเทียบกับระดับมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ประเภทโรงงานน้ำตาล) ห้ามเกิน 320 พีทีเอ็ม
“เราลดฝุ่นลงได้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ถือว่าน่าพอใจ อย่างไรก็ตามเราตั้งเป้าหมายในระยะยาวที่จะลดฝุ่นให้ได้ต่ำกว่า 100 พีทีเอ็ม” อิสระ กล่าว
การบริหารจัดการด้านน้ำ
น้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาลมีประมาณ 2,000 คิวต่อวัน ปัจจุบันเพิ่มจำนวนบ่อพักให้มากขึ้นเป็น 11 บ่อ อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำทิ้งโรงงานน้ำตาล ไม่ใช่เรื่องบ่อพัก แต่เป็นน้ำเสียที่เกิดในช่วงฝนตก ซึ่งชะล้างส่วนเน่าเสียหรือลานกองกากอ้อย โดยส่าน้ำตาลที่ปนเปื้อนทำให้น้ำเน่าเสีย
ล่าสุดบริษัทได้จัดการสร้างบ่อดัก เพื่อสะกัดทางไหลของน้ำฝนโดยตรง โดยเป็นบ่อเฉพาะที่จะช่วยกั้นทางของน้ำฝนไม่ให้ไหลไปต่อ รอจนทรีตเมนต์หรือบำบัดน้ำเรียบร้อยแล้ว หรือจนกว่าน้ำจะคุณภาพดีขึ้น จึงปล่อยสู่คูคลองธรรมชาติ ปัจจุบันค่าความเน่าเสียของน้ำหรือบีโอดีในน้ำที่ปล่อยออกจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
การบริหารจัดการด้านพลังงาน
บริษัทติดตั้งระบบสเปรย์ไอน้ำ (คล้ายพัดลมไอน้ำ) ซึ่งจะช่วยลดระดับความร้อนภายในอาคารให้เย็นลง โรงงานปิดแอร์ช่วงพักกลางวันและปิดแอร์ในพื้นที่ไม่ได้ใช้งาน จัดประกวดโครงการประหยัดพลังงานของพนักงาน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เพื่อปลูกฝังการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกสิ่งแวดล้อม
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทสนับสนุนพันธมิตรที่ลดการใช้สารเคมีในแปลงปลูกอ้อย มีการแจกฟรีขี้หม้อกรองเพื่อใช้แทนการใช้ปุ๋ยเคมี ขี้หม้อกรองหรือกากหม้อนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิต ถือเป็นปุ๋ยชั้นดีแร่ธาตุสูง นอกจากนี้ก็สนับสนุนการใช้แมลงกำจัดแมลง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าแมลงสารเคมี
สำหรับระบบการตัดอ้อย ซึ่งเชื่อมโยงกับสภาวะแวดล้อมไม่น้อย บริษัทใช้วิธีจ่ายเงินทดแทน เพื่อสนับสนุนให้ชาวไร่ตัดอ้อยสด แทนการตัดอ้อยแบบเผาทิ้งทั้งไร่ การตัดอ้อยแบบเผา แม้มีความรวดเร็วมากกว่า แต่เวลาเผาจะเกิดฝุ่นละออง สร้างมลพิษและทำลายปุ๋ยหน้าดินอย่างรุนแรง นอกจากนี้ก็นำเข้าเครื่องตัดอ้อยขนาดเล็ก เพื่อให้บริการตัดอ้อยแก่ชาวไร่ แทนการตัดอ้อยแบบเผาไร่
บริษัทได้พัฒนาระบบการผลิตให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและบรรจุภัณฑ์ตามที่ลูกค้าต้องการมากขึ้น โดยเมื่อขนาดและบรรจุภัณฑ์มีขนาดเล็กลง พื้นที่ระวางในการขนส่งก็น้อยลง การใช้พลังงานในการขนส่งก็น้อยลงนั่นเอง รวมทั้งได้ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดยุโรป
“ทิศทางของโลกเป็นไปในแนวเดียวกัน ผู้บริโภคพร้อมที่จะจ่ายเงินมากกว่า เพื่อโลกและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า โดยเฉพาะประเทศในยุโรป ที่เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน” อิสระ กล่าว
แนวทางและความเป็นไปของกระแสโลกคืออุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งทิศทางเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเวทีการค้าทั่วโลก อิสระ กล่าวว่า น้ำตาลครบุรีมีแนวทางชัดเจนในเรื่องอุตสาหกรรมเขียว การดำเนินธุรกิจที่ต้องสมดุลกับสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าสิ่งแวดล้อมดี ชุมชนดี ธุรกิจก็ยั่งยืน สามประสานที่ต้องเดินไปด้วยกัน
ด้วยการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้น้ำตาลครบุรีน่าจะเป็นชื่อที่ผู้บริโภคสบายใจที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท
&<2288;







