posttoday
หมอดี (ต้อง) เลี้ยงไข้...?

หมอดี (ต้อง) เลี้ยงไข้...?

22 มีนาคม 2555

“คุณหมอหนุ่มหล่อ” กับ “คนไข้สาวอึ๋ม” คือ 2 ตัวละครหลักที่นำคนดูไปรู้จักความสัมพันธ์ของทั้งคู่

โดย...โจ เกียรติอาจิณ

“คุณหมอหนุ่มหล่อ” กับ “คนไข้สาวอึ๋ม” คือ 2 ตัวละครหลักที่นำคนดูไปรู้จักความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เบื้องหน้า เบื้องหลัง เรื่อยถึงเบื้องลึก ได้ก่อเกิดขึ้นชั่วข้ามคืนและรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด จนวันหนึ่งมันจึงลุกลามกลายเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม เมื่อคุณหมอหนุ่มหล่อกระทำการละเมิดจริยธรรมแพทย์ ซ้ำยังละเมิดสิทธิของคนไข้สาวอึ๋มอย่างไม่น่าให้อภัย

หนังใช้ชื่อภาษาไทยว่า “หมอเลี้ยงใคร่” ดูๆ ไปก็เหมือนจะคนละความหมายกับชื่อภาษาอังกฤษ The Good Doctor เพราะคำว่า “ใคร่” อาจให้ความหมายเชิงชู้สาวและติดลบหน่อยๆ รวมทั้งยังมุ่งตีค่าว่าคนคนนั้นต้องเอาตัวเองไปเกี่ยวพันกับ “เซ็กซ์” ขณะที่ The Good Doctor กลับมีความหมายที่ดูดีมีชาติตระกูลซะงั้น ประมาณ---“ซูเปอร์คุณหมอ” “คุณหมอพ่อพระ” “คุณหมอใจบุญ”

ทว่าเนื้อในของหนังเรื่องนี้ ชื่อทั้งสองต่างก็สะท้อนพฤติกรรมของตัวละคร “หมอมาร์ติน” (ออร์แลนโด บลูม---เรียบนิ่ง เย็นชา ร้ายลึก เป็นการแสดงที่น่าจดจำอีกเรื่องของเขา) ได้เป็นอย่างดี มุมหนึ่งเขาคือคุณหมอแสนดี ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและแรงขับเคลื่อนในวิชาชีพ แต่อีกมุมนี่สิ เขาก็พร้อมจะสวมบทเหี้ยมราวกับปีศาจร้ายที่แฝงมาในคราบคุณหมอ

หมอดี (ต้อง) เลี้ยงไข้...?

และเมื่อนำสองชื่อมาเขย่าๆ และรวมกันใหม่ “หมอเลี้ยงใคร่” + The Good Doctor จึงเท่ากับ “หมอดี (ต้อง) เลี้ยงไข้” ด้วยประการละฉะนี้

พฤติกรรม “เลี้ยงไข้” ของหมอนั้น ว่ากันตามจริงก็มีการพูดถึงกันอยู่บ่อยๆ ในสังคมไทย และไม่ใช่สิ่งปรารถนาสำหรับคนไข้ หรือญาติคนไข้นักหรอก แต่ที่ผ่านมา---ก็ยังไม่มีการพิสูจน์หรือจับไต๋ได้จังๆ ว่า หมอคนไหน (ชอบ) เลี้ยงไข้คนป่วยและถูกไล่ออก

ในหนัง “หมอมาร์ติน” ใช่ว่าแกจะตั้งใจเลี้ยงไข้เด็กสาว “ไดแอน” (ไรลี คีโอ---มาแบบเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็ฉายแววดาวเด่นไปได้ แถมสวยสะดุดตา) ที่ป่วยเป็นไตติดเชื้อนะ แต่เพราะอาการวูบไหวทางอารมณ์ประสาเด็กหนุ่มมันพุ่งพล่าน (หรือไงมิทราบ) หมอสุดหล่อรายนี้ก็เลยสติแตกกระเจิดกระเจิงถึงขั้นกล้าและบ้าทำผิดเป็นถูก

“หมอมาร์ติน” วางยาคนไข้สาวสวยอึ๋มรายนั้น โดยให้ยาผิดโรคและผิดขนาดไม่พอ หมอยังสวมบทโหดเป็นคนเปลี่ยนผลวิเคราะห์เชื้อ เพียงเพื่อว่าจะให้ “ไดแอน” เป็นคนไข้ของแกและนอนอยู่บนเตียงให้แกรักษาต่อไป

ฟังดูมันค่อนข้างโหดร้ายมากต่อสิ่งที่สาวน้อย “ไดแอน” ได้รับ แต่ทำไงได้เมื่อ “หมอมาร์ติน” คือพระเจ้าที่ครอบครัวของเธอฝากความหวังไว้

มีความพยายามที่หนังจะส่งสาส์นบอกคนดูว่า โลกความจริง “การเลี้ยงไข้” อาจจะโหดร้ายกว่านี้หลายเท่า อาจถึงขั้นพรากลมหายใจคนไข้ก็มี เช่นที่มันเกิดขึ้นกับ “ไดแอน” ที่สุดท้ายเธอต้องกลายเป็น “หนูลองยา” กับ “หนูลองรัก” โดยฝีมือหมอหนุ่มผู้ถูกแรงกดดันเล่นงาน ทั้งจากคนรอบข้าง (พยาบาล+เพื่อนหมอ+หมอรุ่นพี่+ครอบครัว+การสมัครชิงทุนเรียนหมอ) และแรงปะทะในใจตัวเองถึงคุณสมบัติการเป็น “หมอที่ดี”

The Good Doctor สามารถกระชากโฉมหน้าของผู้ที่อยู่ในแวดวงการแพทย์แบบไม่กริ่งเกรงเสียงวิพากษ์ ขอชื่นชมในความกล้าหาญที่หยิบประเด็นละเอียดอ่อนมากระทุ้งให้รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลด้านจริยธรรมที่คุณหมอพึงมี ยิ่งเฉพาะเมื่อคุณต้องสวมบทเป็นคนไข้และโดนคุณหมอละเมิดสิทธิ คุณจะทำยังไง?

คำตอบในหนังอาจทำให้คุณผิดหวังและชวนหดหู่ แต่นั่นก็คงจะเป็นเรื่องปกติของวงการแพทย์ แม้ไม่ใช่จริยธรรมบทหนึ่งที่ถูกบัญญัติไว้ ทว่าก็ยังไม่มีคุณหมอคนไหนที่มีพฤติกรรมเลี้ยงไข้คนป่วย หรือกระทั่งทำให้คนป่วยตาย ต้องขาดคุณสมบัติการเป็น The Good Doctor เลยสักนิด

ปล. ขอติงเรื่องการให้เรตติ้งหนังอีกหน่อย เห็นตกใจ โอ้แม่เจ้า!!! ท (เหมาะสำหรับผู้ชมทั่วไป) ให้เรตติ้งนี้ได้ไง จริงอยู่ที่หนังไม่มีฉากรุนแรง ไม่มีภาษาหยาบคาย หรือเร่าร้อนด้วยฉากรัก แต่อย่าลืมสิ ประเด็นที่หนังกำลังพูดถึงคือการละเมิดจริยธรรมของคุณหมอ นี่ยังไม่นับรวมฉากวางแผนที่นำไปสู่การฆาตกรรมคนไข้และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งก็เข้าข่ายว่าต้องมีคนแนะนำในการรับชม---หรือไม่

 

 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน