posttoday
กฎหมายใหม่สหรัฐ บังคับรายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจก

กฎหมายใหม่สหรัฐ บังคับรายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจก

05 มีนาคม 2553

จันจิ

 

 

กฎระเบียบใหม่สหรัฐ Mandatory Reporting of Greenhouse Gases (GHG) Rule ซึ่งออกโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (Environmental Protection Agency : EPA) เป็นระเบียบข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้ประกอบการ ต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ได้แก่

ก๊าซ Carbon Dioxide (CO2)

ก๊าซ Methane (CH4)

ก๊าซ Nitrous Oxide (N2O)

ก๊าซ Sulfur Hexafluoride (SF6)

ก๊าซ Hydrofluorocarbons (HFCs)

และก๊าซ Fluorinated

ผู้ที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม ได้แก่ โรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นแหล่งผลิต แหล่งปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก การใช้ความจุความร้อนในการเผาไหม้เชื้อเพลิง โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ผู้ผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากถ่านหิน ผู้ผลิตรถยนต์ และเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงรถยนต์ประเภท OffRoad เป็นต้น

ขั้นตอนจัดส่งรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซ GHG กำหนดให้ส่งภายในวันที่ 31 มี.ค. ของทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 และจัดส่งภายในวันที่ 31 มี.ค. 2554

เงื่อนไขที่จะสามารถยุติการรายงานได้ก็ต่อเมื่อ

(1) มีปริมาณการปล่อยก๊าซ GHG ในปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) กับ 2.5 หมื่นเมตริกตัน เป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน

(2) มีปริมาณการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจกในปริมาณ CO2e กับ 1.5 หมื่นเมตริกตัน เป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน

หรือ (3) เลิกการผลิตก๊าซที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก

ทั้งนี้ ในการยุติการรายงานจะต้องแจ้งให้หน่วยงาน EPA ทราบถึงเหตุผลในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก

สำหรับข้อมูลที่ต้องแจ้ง ได้แก่ ชื่อ พร้อมที่อยู่ของโรงงาน/สิ่งปลูกสร้าง หรือผู้ผลิต ระยะเวลาของการรายงานและวันที่จัดส่งรายงาน คำชี้แจงกรณีการเปลี่ยนวิธีคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซ GHG รวมทั้งในช่วงวันที่ 1 ม.ค.–31 มี.ค. 2553 กรณีใช้การคำนวณแบบ Best Available Monitoring ที่ใช้ข้อมูลจากการประมาณการ การคำนวณทางวิศวกรรม และ/หรือข้อมูลบริษัท การประมาณค่าข้อมูลสูญหาย และคำรับรองพร้อมลายมือชื่อของตัวแทนเจ้าของบริษัท หรือผู้ประกอบการที่ได้รับมอบหมาย

รายงานดังกล่าวจะต้องจัดส่งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยตรงให้กับหน่วยงาน EPA ซึ่ง EPA ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ภายในเดือนม.ค. 2554

ผู้ที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบดังกล่าวจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ยื่นทั้งหมดต่อหน่วยงาน EPA ไว้เป็นระยะเวลา 3 ปี และสามารถยื่นแสดงหลักฐานได้ในกรณีที่หน่วยงาน EPA ต้องการ

ปัจจุบันรายละเอียดทั้งหมดได้ถูกบรรจุไว้ในเว็บไซต์ www.epa.gov/climatechange/emissions/ghgrulemaking.html

ใครที่เข้าข่ายก็อย่าลืมตรวจสอบตัวเองผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวได้แล้ว เพราะกำหนดเวลาในการส่งรายงานงวดเข้ามาทุกขณะ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา