
การเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์
โดย...แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน
โดย...แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน
กว่า 16 ปีที่ผ่านมา คือปี พ.ศ. 2539 ข้าพเจ้าได้นำคณะแม่ชีศีลสิบที่บวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองปีกาญจนาภิเษก ครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เข้าเฝ้าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในครั้งนั้น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้เมตตาประทานพระสังฆราโชวาทแก่คณะแม่ชีว่า
“สตรีภาพนั้น แม้ว่าจะมิได้บวชเป็นภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา แต่ก็สามารถบวชเป็นแม่ชีและปฏิบัติพระธรรมวินัยได้ดังที่คณะแม่ชีได้มีอยู่ในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ อีกเป็นอันมาก และโดยเฉพาะในบัดนี้ แม่ชีทั้งหลายที่มานี้ ก็ได้เข้ามาบวชเป็นแม่ชีและปฏิบัติพระธรรมวินัยตามฐานะของแม่ชีตามที่ได้แถลงแล้วนั้น มีการถือศีล 10 ประการ เป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงขออนุโมทนาอำนวยพร...
“การบวชในพระพุทธศาสนานั้น เป็นการบวชที่ประณีตยิ่งขึ้นกว่าพวกที่ไม่ได้ถือบวชอีกขั้นหนึ่ง แม้ว่าจะมิได้บวชเป็นภิกษุสามเณร แต่ก็สามารถบวชเป็นแม่ชีและปฏิบัติได้เช่นเดียวกับภิกษุสามเณรทั้งหลาย จึงไม่ควรที่จะน้อยเนื้อต่ำใจเพราะเหตุดังกล่าวนั้น เมื่อบวชเป็นแม่ชีแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ศึกษาพระพุทธศาสนา ทางการศึกษานั้นก็ประกอบด้วยการเล่าเรียนและการปฏิบัติ การเล่าเรียนต้องมาก่อน ก็จะต้องมีความรู้ว่าจะละอะไร จะทำอะไร ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน และน้อมนำมาประพฤติดังนี้แล้ว ก็สามารถจะบรรลุผลของการปฏิบัติทั้งในเบื้องต้นจนถึงอย่างสูงเป็นมรรคผลนิพพานดังกล่าวนี้ได้เสมอกัน จึงขอให้ตั้งใจปฏิบัติ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่ง แม้เพียงชั่วคราวก็จะบังเกิดผล และตั้งใจน้อมจิตที่จะได้มาปฏิบัติบวชเรียน แม้เป็นแม่ชีนี้ก็ถวายแด่สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส ธิดา และพระราชวงศ์ รวมเข้าเป็นประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งรวมเป็นประเทศไทย เพื่อให้สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถิตถาวรอยู่ตลอดไป”
เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดียเนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้กล่าวด้วยความเมตตากับข้าพเจ้าว่า มีความประสงค์ที่จะสนับสนุนการทำงานของสาวิกาสิกขาลัยให้เป็นอริยสาวิกา และเชิญชวนให้พวกเราสตรีที่มีความตั้งใจที่จะบวชพุทธสาวิกาในภาคฤดูร้อนปีนี้ไปบวชที่เมืองพุทธคยา โดยท่านอาจารย์จะเมตตาเป็นประธานในการบวชให้
คำกล่าวนี้ของครูบาอาจารย์มีความหมายว่า ท่านประสงค์ที่จะสนับสนุนหนทางที่จะทำให้เกิดความเป็นอริยะ สำหรับข้าพเจ้าแล้ว รู้สึกเป็นบุญเหลือเกินที่เราได้อยู่ในพระพุทธศาสนาที่มีหมู่สงฆ์เป็นเสมือนกัลยาณมิตร เป็นคล้ายพี่ที่คอยชี้ช่องทางที่ถูกต้อง
การบวชพุทธสาวิกาในปีนี้ จึงเป็นการบวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์ ณ แดนพุทธภูมิ...พุทธคยาราชคฤห์ไวสาลีกุสินาราลุมพินีสาวัตถีพาราณสี เพื่อฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ก้าวย่างแห่งปัญญาสู่ปีที่ 25 ของเสถียรธรรมสถาน และ 5 ปี สาวิกาสิกขาลัย การศึกษาที่ส่งเสริมให้คนบรรลุธรรม ระหว่างวันที่ 212 เม.ย. พ.ศ. 2555 และการบวชพุทธสาวิกา ณ เสถียรธรรมสถาน ระหว่างวันที่ 1322 เม.ย. 2555
คณะที่ร่วมเดินทางไปแดนพุทธภูมิในทั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 113 คน โดยในจำนวนนี้ มีผู้บวชพุทธสาวิกา 61 คน
การบวชคือการพัฒนาศักยภาพภายในให้เกลี้ยงเกลาจากกิเลส
พุทธสาวิกา...คือหญิงผู้ฟังคำสอนของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าและนำไปปฏิบัติจนเห็นผลจริง คือเป็นอิสระจากความทุกข์ได้จริง
การค้นหาตัวตนที่แท้จริงของการได้เกิดครั้งนี้จึงสำคัญนัก
และโอกาสในการเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์นี้...ไม่พึงที่จะมองข้าม ดังคำตรัสของพระบรมศาสดาที่ว่า
“ธิดาของเราเป็นผู้มีปัญญามาก ฉลาดในทางและมิใช่ทาง”







