posttoday
เสียมากเสียง่าย

เสียมากเสียง่าย

02 มีนาคม 2555

เสียมากเสียง่าย ?ผู้อ่าน (ที่เป็น SMEs) ถามมาว่า “ในเมื่อย้ำว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องประกอบกิจการโดยคำนึงถึง ‘ต้นทุน’ และ ‘กำไร’

โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

เสียมากเสียง่าย ?ผู้อ่าน (ที่เป็น SMEs) ถามมาว่า “ในเมื่อย้ำว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องประกอบกิจการโดยคำนึงถึง ‘ต้นทุน’ และ ‘กำไร’ เป็นหลักแล้ว ทำไมจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เพราะการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมักจะเพิ่มต้นทุนการผลิต ซึ่งทำให้ต้องขายของแพงขึ้น เสียเปรียบคู่แข่งที่ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม”

คำตอบที่ชัดที่สุด ก็คือ “เพื่อความอยู่รอด” เพราะธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องได้รับการยอมรับจาก “ลูกค้า” และ “สังคม” ด้วย เพราะวันนี้กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและซึมลึกเข้าไปในความรู้สึกของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมากขึ้น

ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีๆ เหล่านั้นเหมือนเมื่อก่อน ตามที่เราเห็นได้จากข่าวแทบทุกวัน

หากเรา (ทุกคน) ไม่มีอากาศที่สะอาดเพื่อการหายใจ ไม่มีน้ำสะอาดเพื่อดื่มกิน สุขภาพของเราก็ย่ำแย่ หากเราไม่มีวัสดุทางธรรมชาติที่ใช้เพื่อการผลิตสินค้าต่างๆ แล้ว เราก็คงจะไม่เหลือธุรกิจ ไม่เหลืออุตสาหกรรม จนกระทั่งอาจไม่เหลืออะไรเลยที่เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ทรัพยากรธรรมชาติยังเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบและแหล่งพลังงานที่เป็นปัจจัยการผลิต ที่เราป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในโรงงานเพื่อการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

และคำตอบที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็คือ “คุณค่าทางสังคมที่เราทุกคนต้องการ”

เรายอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อที่ดินติดแม่น้ำ บ้านติดทะเล หรือบ้านที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยสดงดงาม เรายอมจ่ายเงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก เพื่อดูความสวยงามของสถานที่และสิ่งที่มหัศจรรย์ หรือไปเที่ยวทะเลเพื่อเล่นน้ำ หรือนอนบนชายหาดที่ขาวสะอาด

เราต่างยอมควักกระเป๋าเพื่อแลกกับสิ่งแวดล้อมที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเดิม

ดังนั้น เราเกือบทุกคนคือนักสิ่งแวดล้อม และพวกเราก็คือลูกค้าของธุรกิจต่างๆ แทบทั้งสิ้น

ในส่วนของภาครัฐนั้น ก็มีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องค่อยเป็นค่อยไป (ด้วยการออกกฎระเบียบ) บางครั้งถึงกับก้าวกระโดดก็มีให้เห็นบ่อยๆ

ภาครัฐจึงออกกฎหมายหลายฉบับและยังมีอีกหลายฉบับที่อยู่ระหว่างการร่าง เพื่อจะได้กำกับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืน

แต่ถ้าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไม่ทำอะไรเลย กฎระเบียบและกฎหมายต่างๆ ก็จะมีมากขึ้น และจะขยายขอบเขตของการกำกับควบคุมการประกอบกิจการธุรกิจอุตสาหกรรมมากขึ้น เพราะตั้งแต่เกิดกรณีการฟ้องร้องที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โรงงานใหญ่ๆ หลายแห่งก็คงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน จากแรงกดดันของภาคชุมชนและสังคมในเรื่องการแก้ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมอันสดใสและยั่งยืน 7

ทุกวันนี้ต้นทุนที่เกิดจากทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้หมดไปและการกำจัดของเสีย หรือเศษที่เหลือทิ้งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความขาดแคลนและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎหมายมีมากขึ้น

ในความเป็นจริงแล้ว การลดต้นทุนการผลิตดีกว่าและง่ายกว่าการเพิ่มยอดขาย

ณ วันนี้ มีธุรกิจอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ไม่ได้มองว่าการเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry) หรือการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะเป็นการเพิ่มต้นทุนหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมแต่อย่างใด แต่กลับมองเป็นโอกาสในการประกอบกิจการและขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมานี้ หากเป็นกรณีที่ถูกประท้วงต่อต้านโดยชุมชน หรือกลุ่มที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จนทำให้การประกอบกิจการปกติต้องสะดุดชะงักด้วยแล้ว

เราจะรู้เลยว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา