
ได้เวลาคุณย่าซัวเรซออกโรง!
ปล่อยให้ หลุยส์ ซัวเรซ ตกเป็นผู้ร้ายในเรื่องเหยียดสีผิวอยู่นาน ในที่สุดคุณย่าวัย 73
โดย...จาด้า
ปล่อยให้ หลุยส์ ซัวเรซ ตกเป็นผู้ร้ายในเรื่องเหยียดสีผิวอยู่นาน ในที่สุดคุณย่าวัย 73 ก็ได้โอกาสออกมาปกป้องหลานชายสุดที่รักว่า เป็นความผิดพลาดทางการสื่อสารแท้ๆ
แม้ว่ากระแสข่าวเรื่องการเหยียดสีผิวของ ซัวเรซ ที่มีต่อ ปาทริซ เอวรา กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว แต่ “เดอะ ซัน” แทบลอยด์จอมจุ้นของเมืองผู้ดี ก็สรรหาประเด็นมาต่อยอดเพิ่มอีกจนได้ ด้วยการส่งนักข่าวไปเสาะแสวงหาความจริงจากครอบครัวของหัวหอกลิเวอร์พูลถึงอุรุกวัยกันเลยทีเดียว
ซัวเรซ ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษแบนถึง 8 นัด จากการไปใช้คำพูดเหยียดสีผิว เอวรา ในเกมแดงเดือด โดยทั้งสองทีมเสมอกันไป 11 ที่แอนฟิลด์ ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
เอฟเอได้รับรายงานว่าดาวยิงฟันจอบเรียกกองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ว่า “ไอ้มืด” และนั่นทำให้เขาถูกจงเกลียดจงชังจากแฟนบอล เนื่องจากการเหยียดสีผิวในวงการลูกหนังถือเป็นประเด็นใหญ่
อย่างไรก็ตาม ไลลา ปิริซ คุณย่าของ ซัวเรซ ยืนกรานว่า “Negrito” ในภาษาสแปนิชที่ใช้กันในอุรุกวัยนั้น ไม่ได้สื่อความหมายในเชิงดูถูกเหยียดหยามชาติพันธุ์อย่างที่หลานชายถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่เป็นการใช้เรียกขำๆ มากกว่า โดยเธอมักจะเรียก ซัวเรซ ตอนเด็กๆ ว่า “Mi Nrgrito, mi negrito” หรือ “เจ้าดำน้อยหลานรัก” อยู่เสมอ
ชื่อเล่น Negrito ในย่านบ้านเกิดของศูนย์หน้าวัย 25 ปีนั้น ถือว่าเป็นอะไรที่ถูกเรียกกันอย่างดาษดื่นและมักจะถูกใช้ในความรู้สึกที่ดีมากกว่าในทางลบ ประมาณว่า “ที่รัก” อะไรทำนองนั้น
นั่นก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ ซัวเรซ ได้พยายามอธิบายให้เอฟเอฟังว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะเหยียดสีผิว เอวรา อย่างที่โดนกล่าวหาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล เพราะคำว่า นิโกร ในภาษาสแปนิช ก็แปลว่าคนผิวดำเหมือนกับในภาษาอังกฤษ ทว่าบริบทที่ถูกใช้ต่างกันไปโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าโทษแบนและปรับเงินก้อนโตจะจบลงไปแล้ว แต่คุณย่าไลลา ก็ยังต้องการที่จะเคลียร์ความบริสุทธิ์ให้กับซัวเรซ โดยเธอกล่าวว่า หากจะผิดก็คงจะผิดที่เธอเอง ที่ใช้คำพูดแบบนั้นเรียกหลานมาตั้งแต่เด็ก
“คำว่า นิโกร เป็นคำธรรมดาที่คนที่นี่ใช้พูดกันกับเพื่อนฝูง มันก็เหมือนกับการเรียกใครสักคนว่า ไอ้อ้วน ไอ้แห้ง หรืออะไรก็ตามนั่นแหละ” คุณย่ายืนยัน
“หลานของฉันไม่ควรจะถูกแบนเลย ไม่แม้แต่นิดเดียว หลุยส์ ผู้น่าสงสาร เขารักฟุตบอลของเขามาก มันเป็นบทลงโทษที่เลวร้ายมาก ฉันเองก็เคยเรียกเขาแบบนั้น”
ด้วยความที่ ซัวเรซ ก็มีเชื้อสายของคนผิวดำในตัว จึงทำให้คุณย่ารวมถึงเคนนี ดัลกลิช กุนซือลิเวอร์พูล และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ออกโรงหนุนความบริสุทธิ์ของหัวหอกรายนี้กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ “คิงเคนนี” ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าหลับหูหลับตาปกป้องคนผิด
ไลลา บอกว่า ซัวเรซ คุ้นเคยกับคนผิวดำมาตั้งแต่เด็ก และเธอก็ได้งัดเอารูปเก่าๆ ของหลานชายที่เตะฟุตบอลร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่นในท้องถิ่น ซึ่งก็มีผิวดำอยู่หลายคนด้วย
ขณะที่ ซานดรา คุณแม่ของ ซัวเรซ ก็ร่วมประสานเสียงกับอดีตแม่สามีด้วยว่า ลูกชายของเธอไม่เคยมีและไม่มีทางที่จะทำพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน
“ทุกคนที่อุรุกวัยต่างก็สนับสนุนหลุยส์ เขาไม่ผิดอะไรสักหน่อย ครอบครัวของเรามีทั้งคนดำและลูกผสม หลุยส์ ไม่เคยจะมีปัญหากับคนต่างชาติพันธุ์” ซานดรา กล่าว
ในขณะที่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัวเอง ว่ามีเจตนายั่วยุกองหลัง “ปีศาจแดง” ด้วยการเหยียดสีผิวกว่า 10 ครั้ง ในเกมแดงเดือดจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ การที่ ซัวเรซ ปฏิเสธไม่ยอมจับมือกับ เอวรา ในนัดที่ไปเยือนโอลด์แทรฟฟอร์ด คงไม่มีใครจะปกป้องได้ เพราะหลักฐานก็ปรากฏให้เห็นกันอยู่โต้งๆ
ไม่มีตัวบทกฎระเบียบข้อใดที่ระบุว่านักเตะทุกคนต้องจับมือกันก่อนเกมจะเริ่มต้นขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรพึงกระทำตามมารยาท และเมื่อ ซัวเรซ ไม่ยอมจับมือกับคู่กรณีทั้งที่เขายื่นมาให้แล้วแบบนี้ จึงหนีไม่พ้นที่จะโดนโจมตีอย่างหนักซ้ำสอง
ถึงแม้ว่าตอนหลังศูนย์หน้าหงส์แดงจะยอมออกมาขอโทษ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมาเท่าไหร่ เพราะเขาได้ถูกตราหน้าว่าไม่มีน้ำใจนักกีฬา จนมีข่าวลือออกมาว่าผู้บริหารสโมสรไม่พอใจจนถึงขั้นคิดจะโละเขาออกจากทีมหลังจบฤดูกาลกันเลยทีเดียว
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ซัวเรซ เป็นดาวยิงพรสวรรค์สูง แต่การที่เขายังมีแต่ข่าวฉาวออกมาแบบนี้ ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวเองแม้แต่น้อย เพราะแม้จะยังได้รับการหนุนหลังจากเหล่าเดอะ ค็อป และครอบครัว รวมถึงแม้กระทั่ง โฮเซ มูจิกา ประธานาธิบดีอุรุกวัย แต่กระแสยี้จากแฟนบอลทีมอื่นๆ ก็คงจะทำให้เขาอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้ลำบากมากขึ้นอยู่ดี
ตอนนี้มีข่าวว่ายักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่าง บาร์เซโลนาและยูเวนตุส รวมถึงเศรษฐีลีกเอิง อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สนใจจะดึงตัว ซัวเรซ ไปช่วยล่าตาข่ายด้วย
ไม่ว่าความกดดันจากสื่อในเมืองผู้ดีจะหนักหน่วงจนถึงขั้นทำให้ ซัวเรซ ต้องย้ายทีมหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือเขายังมีคุณย่าวัย 73 ปี รวมถึงคนในครอบครัวคอยอยู่เคียงข้างเหมือนเดิม
แม้ว่าตอนนี้คุณย่าไลลา อาจจะเรียก Mi Negrito ไม่ได้แล้วก็ตาม (เพราะโตขึ้นเป็นหนุ่มผิวขาวไปซะแล้ว)







