
ก้าวย่างสู่เลข 4 อย่างมีคุณภาพด้วย Integrative Medicine ตอน ภูมิแพ้อาหารแบบแฝง สาเหตุของโรคความเสื่อมนานาชนิด
ในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมากมายเหลือที่จะกล่าวในทุกๆ ด้าน
ในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมากมายเหลือที่จะกล่าวในทุกๆ ด้าน
โดย พล.อ.ต.นพ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์ + พื้นที่โฆษณา + ล้อมกรอบเดิมของ Shortcut วันพฤหัส + โลโก้ Hydrohealth
ในรอบ 200 ปีที่ผ่านมา ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมากมายเหลือที่จะกล่าวในทุกๆ ด้าน อาหารการกินล้วนถูกดัดแปลงให้น่าใช้ น่าบริโภคมากขึ้น และสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น
สมัยก่อนมนุษย์อายุสั้น เพราะส่วนใหญ่จะเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มสาว จากภัยพิบัติ ภัยสงคราม และโรคติดเชื้อ แม้การคลอดปกติก็เป็นเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ เดี๋ยวนี้มนุษย์อายุยืนยาวขึ้นเพราะยาต้านจุลชีพช่วยเวลาที่ติดเชื้อ วิชาการทางการแพทย์โดยเฉพาะการผ่าตัด การคลอด การซ่อมแซมร่างกายเมื่อเกิดการบาดเจ็บ ทั้งจากอุบัติเหตุและการสงครามทำได้ดีขึ้นอย่างมาก การบาดเจ็บระดับกลาง หรือแม้จะสาหัส ก็ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตเหมือนแต่ก่อน แต่มนุษย์กลับมาเสียชีวิตกันมากขึ้นจากโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และสมอง โรคภูมิทำลายตัวเอง และโรคที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ โรคเหล่านี้เกือบทั้งหมด เป็นโรคที่มากับการบริโภคอาหารที่ด้อยคุณภาพ และทำลายตัวเราเอง สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับวิวัฒนาการด้านอาหาร คือ โรค “ภูมิแพ้อาหารแฝง”
ความแตกต่างของการแพ้อาหารแบบเฉียบพลันและการแพ้อาหารแบบแฝง
เราคุ้นเคยกับโรคภูมิแพ้กันเป็นอย่างดี แต่ถ้าพูดถึงการแพ้อาหาร เราก็จะนึกถึงผู้ป่วยที่มีอาการแบบฉับพลันทางด้านระบบทางเดินหายใจ หอบหืด เป็นผื่นตามตัว หรือบางครั้งผู้ที่แพ้ถึงแก่ชีวิตเนื่องจากอาการช็อก อาการแพ้อาหารแบบนี้เรียกว่า “การแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน” ซึ่งร่างกายสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้อย่างรุนแรง
แต่การแพ้อาหารแบบ “แฝง” ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgG ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ ปฏิกิริยานี้จะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติอะไร ปัญหาอยู่ที่บางครั้งแอนติบอดี IgG ที่ร่างกายสร้างขึ้นหันกลับมาทำร้ายเนื้อเยื่อของร่างกายเราเอง เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเนื้อเยื่อนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม เหตุการณ์นี้จะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อยๆ ตราบเท่าที่เรายังคงบริโภคอาหารที่เราแพ้อยู่ IgG ก็จะถูกสร้างขึ้นมาตลอดเวลา ยิ่งบริโภคมาก IgG ก็ยิ่งมาก การทำลายเนื้อเยื่อก็ยิ่งมากขึ้น นานๆ ไปเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายมากขึ้น การทำงานของอวัยวะนั้นๆ ก็จะเริ่มเสียและปรากฏอาการของโรคขึ้น โดยที่เราไม่รู้ว่าโรคที่มีนั้นเกิดจากสาเหตุใด โรคที่เกิดจากการทำลายของภูมิต้านทานของตัวเอง จึงมักเป็นโรคที่เกิดกับผู้มีอายุมากกว่าวัยเด็ก หรือหนุ่มสาว เนื่องจากเกิดการทำลายเนื้อเยื่อสะสม และมักเป็นโรคลึกลับที่แพทย์ทั้งหลายมักจะบอกว่า ไม่ทราบสาเหตุ และไม่มีทางรักษาให้หายขาด
แต่ภายหลังเราพบว่าโรคกลุ่มนี้มีความเกี่ยวพันกับการแพ้อาหารอย่างลึกซึ้ง จากการศึกษาและติดตามผลการรักษา พบว่าผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังหลายชนิดมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหยุดอาหารที่แพ้ไประยะหนึ่ง แต่กลับมามีอาการอีก เมื่อเริ่มกลับมาบริโภคอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง แม้แต่เด็กออทิซึม เด็กสมาธิสั้น และซนมาก (Attention Deficit Hyperactive Development ; ADHD) ก็จะพบว่ามีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วหากหยุดอาหารที่แพ้
การบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบภูมิต้านทาน
หากไม่สามารถหาสาเหตุอื่นได้ สิ่งที่น่าดำเนินการคือการตรวจหาภูมิแพ้อาหารชนิด IgG โดยปกติมักจะพบว่าผู้ป่วยแต่ละคนจะแพ้อาหารมากกว่า 1 ชนิด บางรายแพ้อาหารมากถึง 50 ชนิด แต่แม้จะมีรายการที่แพ้มาก ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถหาอาหารอื่นมาทดแทนได้
การตรวจโรคภูมิแพ้อาหารแฝงมีการทำมานานกว่าสิบปีแล้ว ทั้งในสหรัฐและยุโรป ในกลุ่มแพทย์ที่มีความเชื่อในเรื่องที่ว่า โรคภูมิแพ้อาหารแฝงพบได้มากอย่างคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตามความรู้และความเชื่อเรื่องเหล่านี้ยังอยู่ในวงจำกัด ทำให้การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงไม่แพร่หลายเท่าที่ควร โดยเฉพาะแพทย์แผนหลักบางท่านยังไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่า โรคภูมิแพ้อาหารแฝงมีอยู่จริง หรือสามารถตรวจได้โดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับ IgG แอนติบอดี แต่ก็มีแพทย์จำนวนไม่น้อยที่เริ่มมีความคิดคล้อยตามแนวความคิดเรื่องลำไส้รั่วและภูมิแพ้อาหารแฝง และหันมาตรวจหาภาวะภูมิแพ้แฝงมากขึ้น
โดยที่วิธีการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงปัจจุบันทำได้ง่ายมาก ใช้เลือดเพียงไม่กี่หยด ก็สามารถตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงได้ถึงกว่า 220 ชนิด ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง จะสามารถครอบคลุมอาหารได้หลากหลายชนิดกว่าเดิมและผู้คนทั่วไปสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น







