posttoday
ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

15 กุมภาพันธ์ 2555

คนเขาว่า ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...น่าจะอย่างนั้น แต่ชื่อจีน...ชื่อฝรั่ง...(ฉัน) ไม่ (สน)

คนเขาว่า ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...น่าจะอย่างนั้น แต่ชื่อจีน...ชื่อฝรั่ง...(ฉัน) ไม่ (สน)

โดย..หาตุ้ย

คนเขาว่า ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...น่าจะอย่างนั้น แต่ชื่อจีน...ชื่อฝรั่ง...(ฉัน) ไม่ (สน) ชื่อไทย...ยิ่งไทยแท้ (ฉัน) ช้อบ...ชอบ บอกมาซะดีๆ ชื่อที่ว่าน่ะอะไร!?

แหมก็ชื่อของบริษัทคนไทยยังไงล่ะ ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นและได้ยิน ไม่จีนจ๋า...ก็สากลเป็นฝรั่งผมทอง หรือไม่ก็ลูกผสม ครึ่งไทยครึ่งจีน ครึ่งไทยครึ่งฝรั่ง และอีกหลายๆ ครึ่งผสมกันไป น้อยนักที่จะได้เห็นชื่อเก๋ๆ ดูดี มีเสน่ห์ เป็นมงคลแบบไทยๆ จำง่าย ความหมายดี และมีความสร้างสรรค์สิ่งสวยงามอยู่ในตัวโดยที่ไม่จำเป็นต้องถอดรากเหง้าแต่ละศัพท์แต่ละคำออกมาแปล เพราะเด็กอนุบาลก็รู้แล้วววว...

ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

ว่าแต่ท่านผู้มีเกียรติท่านใดคิดจะทำธุรกิจของตัวเองกำลังเมียงมองหาชื่อบริษัท ชื่อร้าน แล้วไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อยังไง แนวไหน แบบไทย จีน ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ เสนอว่าถ้าไม่ติดสากล ชื่อไทยๆ (เขียนด้วยหนังสือไทย) คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ความหมายดีๆ สิริมงคลไปครึ่งเลยนะพี่น้องทั้งหลาย ไม่เชื่อลองไปฟังเจ้าของบริษัทแนวนี้ดูว่าทำไมเขาเลือกใช้ชื่อไทยๆ กัน

บริษัท ดีขึ้นเรื่อยเรื่อย

ว้าว...ชื่อแบบนี้ก็มีด้วยเหรอเนี่ย ถามทีเหอะคุณพี่ทั้งหลายเคยได้ยินมาบ้างหรือยัง ถ้ายังขอย้ำดังๆ ว่า นี่แหละคือบริษัทไทยแท้พันเปอร์เซ็นต์ ไม่มีลูกผสม และคนที่คิดชื่อและเป็นเจ้าของบริษัทด้วยก็ชื่อไทยยย...ไทยอีก

เธอมีชื่อว่า “ตุ้ม” อดีตเป็นพีอาร์บริษัทดนตรียักษ์ใหญ่ที่ขยับขยายมาสร้างบริษัทประชาสัมพันธ์ของตัวเองในชื่อเก๋ๆ “ดีขึ้นเรื่อยเรื่อย” ที่แปลไทยเป็นไทยว่า ดีไม่มีที่สิ้นสุด

เริ่มแรกเมื่อคิดตั้งชื่อบริษัทเธอบอกอยากได้ชื่อภาษาไทยที่ไม่เชย มีความหมายดี เป็นสิริมงคล และเป็นชื่อที่ไม่จำกัดว่าจะต้องรับเฉพาะงานพีอาร์เท่านั้น เผื่อว่าจะขยับขยายงานไปทำอย่างอื่นในอนาคต และกว่าจะได้ชื่อนี้ก็ใช้เวลาคิดอยู่นาน

ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

ตุ้มพูดถึงหลักในการตั้งชื่อว่าดูคำและความหมายเป็นหลัก ไม่ได้ดูอักษรกาลกิณีหรือผูกดวงอะไรทั้งสิ้น ซึ่งไม่ได้ไม่เชื่อ แต่ถ้าไปดูแล้วอาจจะทำให้ยุ่งยาก ใช้ชีวิตยากเกิน “เหมือนไปดูหมอแล้วก็ทำให้กลัว ไม่กล้าทำนู่นนี่ก็ไม่ดี”

อย่างไรก็ดี “ดีขึ้นเรื่อยเรื่อย” ก็ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินหรือได้เห็นต้องอมยิ้มหรือหัวเราะชอบใจเชิงประหลาดนิดๆ ว่าชื่ออย่างนี้ก็มีด้วย

“เวลาไปวางบิลคนก็จะขำกัน แต่ก็กลายเป็นเรื่องดีสำหรับเรา เพราะชื่อถูกจดจำได้ง่าย แต่ปัญหาอย่างเดียว คือ เขียนเป็นภาษาอังกฤษยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากไม่ได้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษบ่อยนัก หากต้องทำงานกับลูกค้าต่างชาติ เช่น เกาหลี ผลงานที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ยืนยันทำให้ลูกค้ามั่นใจและเลือกใช้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทชื่ออะไร”

ตุ้ม เห็นว่า การตั้งชื่อควรคำนึงถึงภาพลักษณ์ของบริษัทด้วย ถ้าตั้งเล่นๆ มากเกินไปจะไม่น่าเชื่อถือ “ลูกค้าอาจจะไม่มั่นใจ และรู้สึกว่าเราจะทำงานให้เขาได้มั้ย”

ปัจจุบันบริษัทอายุขวบเศษๆ ของตุ้ม นับว่าดีขึ้นเรื่อยเรื่อยอย่างชื่อ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะเจอสถานการณ์หนักๆ ทั้งเหตุการณ์การเมืองหรือปัญหาอุทกภัยมาก็ตาม เพราะเจ้าของบริษัทนี้เชื่อว่าไม่ควรจะดีแต่ชื่อ แต่ต้องทำงานให้ดี ลูกค้าจะได้ไว้วางใจและอยากจะร่วมงานด้วย

บริษัท มิตรนิยม

นี่ก็ไทยดี เพิ่งจะเปิดตัวไปได้ไม่นานนี้ ซึ่งหากพิจารณาตามชื่อ “มิตรนิยม” ก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้หลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือ ผู้ก่อตั้งชื่อบริษัท มิใช่คนเดียวอย่างแน่นอน เพราะคำว่า “มิตร” บ่งชัด!

ใช่แล้ว...นี่คือบริษัทของคนดังอารมณ์ดีที่เป็นเพื่อนสนิทกัน 4 คน ประกอบไปด้วย ตุ๊กญาณี จงวิสุทธิ์ ไก่สมพล ปิยะพงศ์สิริ หนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย และ กอล์ฟเบญจพล เชยอรุณ มารวมตัวกันก่อตั้งเพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ให้ผู้ชมได้ดู

ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

 

“มิตรนิยม” มิเพียงเป็นชื่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรายการอีกด้วย ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 ทุ่ม 45 ถึง เที่ยงคืน 10 นาที และเพิ่งจะเริ่มอากาศไปได้ 2 ครั้งเท่านั้น ล่าสุดถ้าใครได้ดูก็คงจะเห็น “น้องซัน มาริสา” หญิงสาวขาวสวยที่โชว์เต้าขาวๆ ในบ่อนการพนันตามที่ตกเป็นข่าวดังก่อนหน้ามาเผยตัวตนว่าทำไมต้องเปลือยด้วย

กว่าจะได้ชื่อ “มิตรนิยม” กอล์ฟ เบญจพล เฉลยว่า พวกเขาทั้ง 4 ได้นั่งคิดชื่อขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 10 ชื่อ จีนบ้าง ฝรั่งบ้าง ผสมผสานกันบ้าง แต่เมื่อแลกเปลี่ยนถกกันไปกันมา ก็ฉุกคิดว่า เรากำลังมองข้ามความเป็นไทยไปหรือเปล่า!?

และแล้ว “มิตรนิยม” ก็โผล่ขึ้นมาระหว่างที่ถกกันอยู่นาน

“จำไม่ได้จริงๆ ว่าชื่อนี้เริ่มมาจากจุดที่เราคุยกันถึงตรงไหน แต่วันนั้นเรานั่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด คิดๆๆ คุยๆๆ อยู่ๆ มิตรนิยม...ก็โผล่ขึ้นมา ก็เลยตกลงเอาชื่อนี้ รู้สึกว่าโดนใจมากกกส์...

หนึ่งเพราะเราเป็นเพื่อนกัน สองการรวมตัวกันของพวกเราครั้งนี้เพื่อต้องการนำเสนอทุกเรื่องราวในสังคมที่คนนิยมกัน สนใจ ใคร่รู้ เป็นกระแส หรือปัญหาค้างคาใจ ซึ่งมิใช่เฉพาะเรื่องในวงการบันเทิงเท่านั้น

มิตรนิยมเกิดขึ้นเพราะสองส่วนนี้ ซึ่งเราก็นำมาตั้งเป็นชื่อรายการด้วย ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เริ่มเวลา 5 ทุ่ม 45 ทางช่อง 5 หากใครที่ดูเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาที่เราเชิญ “น้องซัน มาริสา” มา ก็จะเห็นคอนเซปต์รายการค่อนชัด

ฉะนั้น เรื่องอะไรที่คนอยากรู้ เรื่องอะไรที่คนนิยมสนใจ เรื่องอะไรที่เป็นกระแส และเรื่องอะไรที่เป็นปัญหาค้างคาใจประชาชนคนไทย มิตรนิยมจะมาตอบโจทย์ตรงนั้น” กอล์ฟ พ่อหนุ่มอารมณ์ฮาเล่าที่มาของมิตรนิยม

ก่อนที่จะย้ำชัดเจนว่า “มิตรนิยม” คือชื่อมงคลที่สุดแล้ว ทั้งความหมาย ทั้งมีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เขียนด้วยตัวหนังสือไทย และมีความเป็นไทยแบบเรียบๆ แต่ทรงเสน่ห์เหลือเชื่อ

บริษัท คิดดี มุ่งทำดี

หากใครที่เคยดูรายการ “ภัตตาคารบ้านทุ่ง” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น. ทุกวันจันทร์ 15.30 น. (Rerun) แล้วก็คงจะเห็นชายหนุ่มผิวดำแดง หนวดเครานิดๆ พอเสริมบุคลิกใบหน้าให้ดูดี ดำเนินรายการ

ชื่อนั้นสำคัญไฉน...ชื่อ (ไทยๆ) เก๋ไก๋ใช่เล่น

 

นั่นแหละ “สตังค์จรงค์ศักดิ์ รองเดช” หนุ่มนครศรีธรรมราช เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท คิดดี มุ่งทำดี ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง ที่คนดูทุกแพศทุกวัยติดกันเป็นแถวและน้ำลายไหลทุกครั้งที่สตังค์หม่ำอย่างเอร็ดอร่อย

สตังค์ บอกว่า “คิดดี มุ่งทำดี” เกิดมาจากจิตสำนึกและปณิธานอันแน่วแน่ของเขาที่ต้องการจะผลิตสื่อดีๆ สู่สังคม โดยเฉพาะแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นงานที่เขาอยากทำมาตลอด เนื่องจากมองว่าสังคมสมัยนี้ขาดแคลนสื่อดีๆ ที่สร้างสรรค์

เดิมสตังค์ชอบชื่อ “คิดดี ทำดี” ที่ออกแนวพระพุทธศาสนาและเป็นแนวที่เขาได้รับการซึมซับมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจากการเข้าค่ายอบรมพุทธบุตรและธรรมทายาทขนาดถือศีล 8 ในโรงเรียนโดยที่ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งครูอาจารย์

แต่ชื่อนี้มีคนจดทะเบียนเสียแล้วทำให้พลาดโอกาส แต่ด้วยความชอบจึงไม่ยอมจำนน ยังไง...ก็ต้องมี “คิดดี ทำดี” อยู่ด้วย เขาจึงพยายามค้นหาคำมาเชื่อมต่อโดยที่ความหมายของชื่อไม่เปลี่ยนไป

ด้านพี่ชายที่เป็นคนส่งเขาเล่าเรียนหนังสือมาโดยตลอด และเป็นผู้สนับสนุนทุนในการก่อตั้งบริษัทนี้ด้วยเสนอให้ตั้งชื่อ “คิดดี พูดดี ทำดี” ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาไปเลย แต่เขาเห็นแย้งหากจะมีคำว่าพูดดีอยู่ด้วย

“ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องพูดดีได้ไหม เพราะผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่ต้องไปพบเจอใครพูดดีแต่ไม่ทำ ผมก็เลยตัดคำว่าพูดดีออกไปเหลือแต่คิดดี ทำดี แล้วเติมคำว่า ‘มุ่ง’ เข้าไปเชื่อม จึงได้ชื่ออย่างที่เห็นความหมายคงเดิม แล้วผมก็ชอบและดูเป็นมงคลอย่างยิ่ง”

สตังค์ อธิบายคำว่า มุ่ง มาจากคำว่า “มุ่งมั่น” ซึ่งเป็นคำที่เขาถามตัวเองและย้อนมองเรื่องราวการต่อสู้ที่ผ่านมาทั้งหมดของชีวิตว่าอะไรที่จะทำให้มาถึงจุดนี้ได้ นั่นคือ ก็ความมุ่งมั่นตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะฝ่าฟันอุปสรรคอย่างแท้จริง

เขานิยามความมุ่งมั่น คือ “การตั้งใจเกินอัตราปกติ” อุปมาเหมือนการอ่านหนังสือ ถ้าจะอ่านสอบเราใช้ความตั้งใจอ่าน อาจอ่านได้ 20 หน้า แต่ถ้าใช้ความมุ่งมั่นเข้าด้วยจะต้องอ่านได้ถึง 50 หน้า

คิดดี มุ่งทำดี ของสตังค์ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 6 ภาระหน้าที่หลัก คือ ผลิตรายการสารคดีโทรทัศน์ และผลิตสื่อนำเสนอให้กับหน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยงานราชการ องค์กร มูลนิธิ หรือบริษัทเอกชน และมุ่งเน้นที่จะผลิตสื่อนิตยสารเกี่ยวกับวัยรุ่นที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการทางความคิดในแนวทางสร้างสรรค์ เพื่อให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้และตระหนักในศักยภาพของตัวเอง เพื่อที่จะนำมาทำให้เกิดขึ้นกับตนเองและสังคมต่อไป

สตังค์ ทิ้งท้ายว่า จิตใจของเขา วิธีการทำงาน รวมถึงชื่อบริษัทที่เขาตั้งขึ้นคืออันเดียวกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้ และทุกวันนี้ชีวิตของเขาถ้าพิจารณาให้ดีเหมือนทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนายังไงยังงั้น ต่างแต่เพียงมิได้เป็นพระสงฆ์เท่านั้น


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน