posttoday
ชลลดา พรหมเดชไพบูลย์ งดงามด้วยจิตอารี

ชลลดา พรหมเดชไพบูลย์ งดงามด้วยจิตอารี

07 กุมภาพันธ์ 2555

ความบังเอิญบางครั้งก็ทำให้ใครหลายคนต้องเอ่ยคำ “ขอบคุณ” อย่างสุดซึ้ง

ความบังเอิญบางครั้งก็ทำให้ใครหลายคนต้องเอ่ยคำ “ขอบคุณ” อย่างสุดซึ้ง

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

ความบังเอิญบางครั้งก็ทำให้ใครหลายคนต้องเอ่ยคำ “ขอบคุณ” อย่างสุดซึ้ง เช่นผู้หญิงผู้มีต้นทุนทางสังคมผู้นี้ “ชลลดา พรหมเดชไพบูลย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะกิจ (1995) และประธานมูลนิธิชลลดา ที่ 34 ปีมานี้เธอมีความสุขกับการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และคนชราที่ด้อยโอกาส ด้วยฉันทะ วิริยะ อันแรงกล้า จนที่สุดก็ได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้นมาขับเคลื่อนความตั้งใจมั่นของเธอขึ้นในชื่อ “มูลนิธิชลลดา” ในปี 2552 ทว่าเพิ่งจะมาเปิดตัวเมื่อต้นปี พ.ศ. 2555 นี้เอง

ที่มาสู่การเป็นผู้ให้

ประธานมูลนิธิชลลดาเล่าจุดเริ่มต้นของการทำงานด้านสังคมในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และคนชรา และถือเป็นจุดสตาร์ตที่จุดประกายให้ทำงานด้านนี้ด้วยใจรักในปัจจุบันว่า สืบเนื่องจากการที่ได้ไปเรียนสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 5 (ปรม.5) ในรุ่นก็ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกลุ่มบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ต้องออกไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม และคราวนั้นได้คิดโครงการจักรยานยืมเรียนขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อหาจักรยานไปมอบให้เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารที่บ้านตั้งอยู่ห่างไกลโรงเรียน และต้องเดินเท้ามาเรียน

เธอเล่าโครงการคร่าวๆ ว่า มีเด็กหลายคนที่บ้านตั้งอยู่ห่างไกลโรงเรียน ต้องเดินเท้ามาโรงเรียน บางคนต้องกลับมาบ้านตอนพักเที่ยงเพื่อมาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้เกิดความลำบากที่ต้องเดินเท้าไปกลับโรงเรียน จึงคิดว่าถ้าเด็กมีจักรยานจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้มาก จึงได้คิดโครงการนี้ขึ้นมา โดยการจัดหาจักรยานนำไปมอบให้โรงเรียนต่างๆ ในเขตจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนยืมรุ่นต่อรุ่น

ชลลดา พรหมเดชไพบูลย์ งดงามด้วยจิตอารี

“จังหวัดที่นำไปมอบก็มี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ กาญจนบุรี และพะเยา ซึ่งในการเดินทางลงไปมอบแต่ละครั้งมิได้นำแค่จักรยาน แต่นำทีมแพทย์ไปตรวจสุขภาพเด็ก อุปกรณ์การเรียนและกีฬา ทุนการศึกษา และแว่นตาพร้อมทีมตรวจวัดสายตาไปตรวจสายตาให้เด็กๆ ซึ่งผลของการดำเนินโครงการสำเร็จด้วยดี เพราะได้กัลยาณมิตร เพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันสนับสนุนทุนและกำลังกาย อาทิ บางคนเป็น สส. รองผู้ว่าฯ ในพื้นที่ได้ไปเซอร์เวย์หาเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ส่งรายชื่อเข้ามาให้ดิฉันคัดเลือก” ประธานมูลนิธิเล่าจุดประกายเล็กๆ ทว่าเป็นจุดประกายแห่งการเป็น “ผู้ให้” ที่เกิดขึ้นในใจเธอนับแต่บัดนั้น

ต่อมาเธอได้เรียนหลักสูตรการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 11 (ปปร.11) เพิ่มอีกหลักสูตร ครั้งนี้ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกลุ่มเช่นเดิม ซึ่งเธอรับด้วยความยินดีเพราะอยากทำอยู่แล้ว แต่ทว่านั่นเท่ากับเธอต้องทำสองโครงการ สองหลักสูตร สองกัลยาณมิตรคู่ขนานไป อย่างไรก็ดี ในบทบาทนี้ก็ทำให้เธอเข้าใจสภาพจิตใจของเด็กด้อยโอกาสและยากจนอย่างลึกซึ้ง

ตัดสินใจตั้งมูลนิธิ

ถัดมาปี พ.ศ. 2552 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งต้องขึ้นพิจารณาคดีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ทำผิดเกี่ยวกับคดีต่างๆ ร่วมกับผู้พิพากษาประจำของศาล ณ บทบาทดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกว่าเด็กที่ถูกพิพากษาแล้วส่งตัวไปยังศูนย์ฝึก 17 แห่งทั่วประเทศ ทำอย่างไรจะไม่ทำความผิดซ้ำอีกหลังพ้นโทษ ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนคนปกติและเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

และแล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกแปรเป็นรูปธรรมในเวลาต่อมาเมื่อเธอตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิของตัวเองขึ้นในชื่อ “มูลนิธิชลลดา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ สตรีและผู้สูงอายุที่ยากไร้และไร้ที่พึ่งในปี พ.ศ. 2552

“ดิฉันไม่อาจไปชี้นำองค์กรต่างๆ ที่ทำงานด้านนี้ที่มีอยู่เดิมได้ ก็มองว่าการเป็นองค์กรแนวร่วมช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้าต่อไปน่าจะเหมาะกว่า ซึ่งเมื่อพิจารณาด้วยสรรพกำลัง กัลยาณมิตรที่มีเพื่อนๆ ที่สนับสนุน ก็คิดว่าจะลองตั้งมูลนิธิ ทำเท่าที่กำลังมี ในที่สุดมูลนิธิชลลดาก็เกิดขึ้นอย่างที่เห็นในปี พ.ศ. 2552” เธอเล่าการตัดสินใจตั้งมูลนิธิด้วยรอยยิ้มเป็นระยะ

เดินหน้าขับเคลื่อนคืนสุขสู่สังคม

หลังตั้งมูลนิธิเธอก็เริ่มเดินหน้าโครงการต่างๆ สู่สังคม เริ่มที่โครงการ “คืนเด็กและเยาวชนสู่สังคมด้วยธรรมะ” เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ถูกพิพากษาและส่งตัวไปยังศูนย์ฝึก 17 แห่งทั่วประเทศ เริ่มต้นที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึง จ.ชลบุรี แห่งแรก โดยมีเด็กเป้าหมายประมาณ 300 กว่าคน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด

เธอบอกว่าอุปกรณ์สำคัญที่ถูกหยิบมาใช้ในโครงการคือหนังสือธรรมะของท่าน ว.วชิรเมธี โดยจะแจกให้เด็กอ่านและวัดผลด้วยการสอบเขียนบรรยายตามความเข้าใจ ถ้าทำข้อสอบได้ก็ได้รับทุน 1,000 บาท- 2,000 บาท ขึ้นกับเกณฑ์ที่แต่ละคนทำได้ แต่ทว่าจุดประสงค์หลักคือต้องการให้เด็กเข้าใจเนื้อหาและซึมซับสิ่งที่ตัวเองได้อ่านพร้อมที่จะนำไปใช้ในชีวิต

“โครงการต่อมาคือคุณยายดีใจกับสายใยบุญ ดิฉันมองว่าท่านเหล่านั้นต้องการความอบอุ่น หลายคนไม่มีญาติไปเยี่ยม ชีวิตอยู่อย่างเดียวดายและมีความรู้สึกว่าตัวเองอยู่อย่างไม่มีค่า แต่เรามองท่านมีค่าสำหรับเรา ก็เลยเอาไหมพรมและครูสอนถักผ้าพันคอไปสอนให้ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 จ้างงานคุณยาย คิดผืนละ 300 บาท ทำให้ท่านมีกำลังใจดีและได้บุญด้วย เพราะผ้าที่ท่านถักจะนำไปถวายพระ ตามด้วย ‘แว่นตานี้แด่คุณยาย’ ด้วยการมอบแว่นตาให้คุณยายที่หลายคนสายตาพร่ามองไม่ค่อยเห็น” ประธานมูลนิธิเล่าสิ่งที่ได้ทำมาหลังตั้งมูลนิธิ

โครงการเหล่านี้ล้วนใช้ทุนทรัพย์ของเธอขับเคลื่อน และเธอยืนยันต้องทำต่อไปโดยเฉพาะโครงการคืนเด็กและเยาวชนสู่สังคมด้วยธรรมะ ต้องครบ 17 ศูนย์ จากนั้นจึงจะนำโครงการดีๆ ลงสู่ชุมชนแออัดต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังการเปิดตัวมูลนิธิเธอบอกว่าความรู้สึกได้เปลี่ยนไปที่จะทำคนเดียวเพราะมีกัลยาณมิตรและผู้ใหญ่ใจบุญร่วมสนับสนุนมากมาย และเชื่อว่าการมีบุคคลเหล่านี้จะสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ได้เร็วขึ้น รวมถึงโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามมา

“ยอมรับว่าชีวิตที่ต้องมาเกี่ยวกับการให้การช่วยเหลือคนนี้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่ต้องขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้ดิฉันได้ทำสิ่งที่ดิฉันทำแล้วมีความสุขในชีวิตอย่างมากค่ะ”

ความอยากเห็นของชลลดา

1.อยากเห็น... เด็กและเยาวชนที่เคยกระทำความผิดและผ่านการฝึกอบรมจากโครงการแล้ว ที่เมื่อออกสู่สังคมแล้วจะไม่ย้อนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก

2.อยากเห็น... เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงความรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อสังคม เข้าใจถึงความสุขที่ได้รับ จากการให้อภัย การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น

3.อยากเห็น... คนชราที่ไร้ญาติได้มีที่พึ่งพิงด้านจิตใจ และมีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่

4.อยากเห็น... และเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่ตกอยู่ในความทุกข์ หรืออยู่ในสภาวะที่ยากลำบากลุกยืนอีกครั้งด้วยตัวเอง ดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข

5.อยากเห็น... คนรอบข้างและคนทั่วไปเข้าใจถึงการนำธรรมะมาเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต เข้าใจถึงความสุขที่เกิดจากการให้ เข้าใจถึงปาฏิหาริย์ของคำว่า “อภัย”

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI