posttoday
เฮลท์ โปรโมชัน หัวใจแห่งสุขภาพดี

เฮลท์ โปรโมชัน หัวใจแห่งสุขภาพดี

24 มกราคม 2555

การประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลได้เวียนมาถึง ปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24-28 ม.ค.

การประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลได้เวียนมาถึง ปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24-28 ม.ค.

ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์กรสุขภาพในระดับโลก อาทิ องค์การอนามัยโลก (WHO) ธนาคารโลก (World Bank) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA เป็นเจ้าภาพร่วมในการประชุมนานาชาติ ประจำปี 2012 ในหัวข้อ “ก้าวสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า : เร่งพัฒนาระบบการเงินสุขภาพ” (Moving Towards Universal Health Coverage : Health Financing Matters) โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิด ในวันที่ 26 ม.ค.นี้

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการจัดการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กล่าวว่า เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดการคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าในระดับโลก โดยประชุมมุ่งเน้นเรื่องปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาระบบการเงินสุขภาพ สนับสนุนการเจรจา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกลุ่มประเทศที่มีรายได้แตกต่างกัน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดี สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพเมื่อคราวจำเป็น

โดยไม่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย ภายใต้ระบบประกันสังคม หรือระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค การประชุมแม้เป็นเรื่องระดับมหภาค แต่ก็ส่งผลโดยตรงต่อคนไทยตัวเล็กๆ ที่ก็หวังว่าจะจ่ายเงินให้กับเรื่องสุขภาพน้อยที่สุด?!!


‘คนไทย’ สุขภาพดีถ้วนหน้า

เฮลท์ โปรโมชัน หัวใจแห่งสุขภาพดี

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ ปีจะประกอบไปด้วยการศึกษาดูงานด้านสาธารณสุขของไทยในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง การจัดนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามผลักดันประเด็นที่จะทำให้เกิดการคุ้มครองสุขภาพแบบถ้วนหน้า (Universal Health Coverage) มาตั้งแต่ปี 2005 แล้ว

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อปรับปรุงระบบการเงินสุขภาพ และมุ่งสู่การคุ้มครองสุขภาพแบบถ้วนหน้าต่อไป

“ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแพทย์สาธารณสุข มาแบ่งปันประสบการณ์เรื่องสุขภาพ สุขภาวะของผู้คนในหลากหลายประเทศ เสวนาในเรื่องที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาระบบการเงินสุขภาพที่เหมาะสม และนำไปสู่การแปลงเป็นนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว แล้วย้ำว่า “ความทั่วถึงในวงเงินจำกัด” ประเด็นหลักในปีนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไทยจัดเป็น Middle Income Country กึ่ง Lower ด้วยซ้ำ มีเงินน้อยแต่ก็ต้องดูแลสุขภาพคนให้ดี

“ผมอยากแนะนำให้ไปหาดูหนังสารคดีเรื่อง Sicko ผู้กำกับ ไมเคิล มัวร์ นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการประกันสุขภาพในอเมริกา ที่เต็มไปด้วยข้อมูลอันน่าสะพรึงกลัว เช่น ความเจ้าเล่ห์ของบริษัทประกัน ที่แม้ว่าคุณจะมีประกันสุขภาพ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างฟรีและง่ายดาย มันต้องผ่านขั้นตอน แล้วถ้าคุณต้องใช้ค่ารักษาจำนวนมาก ค่าประกันของคุณก็จะเพิ่มขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคุณไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้อีกต่อไป นี่คือมุมลบในประเทศที่มีเทคโนโลยีวิทยาการการรักษาดีที่สุดในโลก ผมอยากบอกว่านี่คือความแพงโดยใช่เหตุนะครับ สุขภาพคน (ไทย) อย่างเราๆ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินมากขนาดนั้น

หนังสารคดีเรื่องนี้เปรียบเทียบระบบสุขภาพ คนอเมริกันกับคู่อริที่อยู่ติดกันคือ คิวบา ที่มีระบบสุขภาพยอดเยี่ยมมากๆ แล้วยังเก่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์เองด้วยครับ เช่น ทำวัคซีนบางชนิดใช้เอง ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วก็ยังทำสู้เขาไม่ได้ ขณะที่ไทยเรามีเรื่องหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คือ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือประกันสังคม รัฐก็ทำได้ดีและครอบคลุมทุกๆ คนไม่แพ้คิวบา

การไปหาหมอรักษาโรคทุกวันนี้ เราอาจตกอยู่ใต้ระบบการตลาดที่ต้องการกำไร จากการลงทุนสูงๆ ผลิตเทคนิคทันสมัย จึงต้องขายยาคิดค่ารักษาราคาแพงๆ ซึ่งการที่ผมแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้กัน ก็เพื่อเราจะได้จุดประกายและตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องการ (จะ) จ่ายเงินค่ารักษาสุขภาพนั้น ควรจะจ่ายอย่างไร? จ่ายมากน้อย ขนาดไหน? จึงจะเหมาะสม อย่างผมคนสูงวัยพอป่วยขึ้นมา ลูกๆ ก็จะไปซื้อ ‘แพ็กเกจกตัญญู’ (คุณหมอบอกพลางหัวเราะ) ให้คุณพ่อรักษาแพงๆ ดีๆ ซึ่งเราก็อาจเป็นเหยื่อของการโฆษณาในระบบธุรกิจก็เป็นไปได้นะครับ” ศ.นพ.วิจารณ์ เปิดประเด็น

สุขภาพดี ‘ใช้เงิน’ ให้น้อยที่สุด

เฮลท์ โปรโมชัน หัวใจแห่งสุขภาพดี

เมื่อป่วยขึ้นมา “จ่ายเท่าไรก็ยอม!!!” บางครั้งเรื่องสุขภาพก็อาจเป็นเรื่องอีโมชันนัล มากกว่าจะพิจารณาด้วยเหตุผล เพราะใครก็อยากหายเร็วๆ

แต่การสร้างเสริมสุขภาพที่ดีก็ใช่ว่าต้องเสียเงินมาก โดยรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ (Health Promotion) หรือการสนับสนุนเสริมสร้างการยอมรับในวิธีรักษาอีกหลายๆ แบบ เช่น ใช้สมุนไพรพื้นบ้าน การรักษาแผนไทย การนวด ฯลฯ ทั้งนี้ ศ.นพ.วิจารณ์ แสดงความเห็นว่า วิธีเหล่านี้ก็ยังเป็นการมองมุมที่ปลายเหตุ ระบบสุขภาพที่ดีที่สุด คือ (พยายาม) อย่าให้ป่วย ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ สักวันหนึ่ง (ทุกคน) ก็ต้องป่วย แล้วแม้ว่าเราจะมีระบบประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรคครอบคลุมประชาชนไทยทุกคน แต่การสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืนที่แท้จริง “เฮลท์ โปรโมชัน” ต้องอยู่ในมือของตัวเราเอง และคนที่ใกล้ชิดในชุมชนคือผู้นำชุมชน โดยทำงานร่วมกับนักสุขศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขในท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำกับดูแล

เรากินอาหารอย่างไร? มีนิสัยการออกกำลังกายหรือไม่? นี่คือ “ปัจจัยการป้องกันโรค” ด้านสุขภาพ (ดี)

“เรื่องพวกนี้ใครๆ ก็พูดได้ครับ แต่ดีที่สุด (คุณ) ต้องลงไปในภาคปฏิบัติ ผมเป็นหมอที่ออกกำลังกายทุกวัน เลิกสูบบุหรี่ทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนสูบจัดมาก คนทั่วไปเห็นก็ได้คิดกันแล้ว โอ้โห! หมอยังออกกำลังกาย เลิกบุหรี่เลยนะ (หัวเราะ) ชีวิตคนสมัยใหม่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี ทั้งที่วิทยาการแพทย์สูงแต่โรคร้ายชนิดใหม่ๆ ก็พัฒนาตามมลภาวะไปด้วย เช่น วัณโรค ทุกวันนี้ก็ยังแพร่ระบาดอยู่ โดยอาจร่วมกับเอชไอวี สมัยผมเรียนหนังสือโรคติดเชื้อน่ากลัวที่สุด แต่วันนี้มันเปลี่ยนแพตเทิร์นไปเยอะเลยครับ เช่น โรคท้องร่วง ก็กลายเป็นว่ามีทั้งแบคทีเรียและไวรัส

จากโรคติดเชื้อกลายเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน แต่ถ้าดูแลตัวเองดีก็ไม่ทำให้อายุสั้น คุณแม่ของผมเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุ 40 ปีกว่าๆ เวลานี้อายุ 94 ปีแล้วก็ยังสดใสแข็งแรง เพราะการดูแลตัวเองอย่างดี หลายคนก็อาจติงว่า แหม...ก็แม่ของหมอนี่ (หัวเราะ) ซึ่งที่จริงแล้วคนไม่ถึงครึ่งหรอกนะครับที่รู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน แล้วเมื่อไม่รู้ก็ไม่ดูแลตัวเอง ทำให้อีกสารพัดโรคตามมา ทั้งเส้นเลือดแข็ง ไต หัวใจ ความดัน ผมเป็นเบาหวานตามกรรมพันธุ์ครับ และไม่เคยกินยาเลย แต่มีวินัยออกกำลังกาย และระวังเรื่องกินอาหาร

ลดงาน ลดความเครียด ก็เป็นอีกเรื่องของชีวิตที่ยืนยาว คุณพ่อผมเป็นความดัน รู้ตัวเมื่ออายุ 51 ปีแล้ว กว่าจะตรวจพบก็เป็นทั้งตับโต หัวใจอาจวายได้ ตอนนั้นผมกำลังเรียนแพทย์ที่ศิริราช คิดว่า แย่แล้ว พ่อเราอายุสั้นแน่ๆ แต่พ่อผมเสียเมื่ออายุ 89 ปี ไม่ใช่อยู่เพราะยาแพงๆ นะครับ แต่เพราะมีวินัยสูงในการดูแลตัวเอง” ศ.นพ.วิจารณ์ บอก แล้วก็หัวเราะเสียงสดใสในวัย 74 ปี ทั้งที่ได้รับทั้งโรคเบาหวานจากแม่ ความดันจากพ่อ ซึ่งคุณหมอย้ำว่าโรคเหล่านี้อยู่คู่กับคนสมัยใหม่ที่หลายๆ คนอาจไม่รู้ตัวว่าป่วย นี่คือสภาพของโรคที่เปลี่ยนแพตเทิร์นจากโรคติดเชื้อมาเป็นโรคเรื้อรัง

“สุขภาพไม่ใช่ของแพง ถ้าเรามีความรู้เกี่ยวกับโรคและปฏิบัติตัวดี” ในยุคที่ระบบการรักษามากับระบบการตลาด การรักษาอาจกลายเป็นเพียงกระแสนิยมที่หลายๆ คนอาจรู้ไม่เท่าทัน มุ่งแต่การรักษาใช้ยาแพงๆ ทุกปีต้องไปเจาะเลือดเอกซเรย์ปอด ตรวจสุขภาพประจำปีละ 2 ครั้ง ถ้าไม่ทำก็คือคนไม่ดูแลสุขภาพ แต่การสร้างเสริมสุขภาพด้วยวิธีง่ายๆ เสียสตางค์น้อย คือเริ่มออกกำลังกาย ดูแลอาหารการกิน เช่น คนสมัยนี้ควรเลิกกินหวานกันได้แล้ว ศ.นพ.วิจารณ์ บอกย้ำทิ้งท้ายว่าคือวิธีดีที่สุด

“อย่างที่ผมเล่าประเทศที่ระบบดูแลสุขภาพแย่ที่สุด 1 ใน 3 คนอเมริกันใช้เงินในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตป่วยทุรนทุราย จ่ายเพื่อรักษาโรคหนีความตาย บางคนป่วยหมดตัว แถมยังทิ้งหนี้สินไว้ให้ทายาทอีกต่างหาก บ้านเราโชคดีที่มีนักวิชาการทำเรื่องนี้ อย่างเช่น สปสช. ไม่ได้ใช้เงินแค่รักษาโรค แต่รณรงค์ให้ชุมชนเห็นความสำคัญของการรักษาสุขภาพที่ดีโดยใช้เงินให้น้อยที่สุด” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

การประชุมที่ยึด “วันมหิดล 24 ก.ย.” ซึ่งเป็นวันคล้ายวันทิวงคตในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ด้วยพระบารมีพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน คณะแพทย์ไทยล้วนเดินตามรอยตามพระองค์ท่าน และหัวข้อการประชุมปีนี้ “ก้าวสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” คนไทยตัวเล็กๆ จึงอุ่นใจที่ระบบสุขภาพครอบคลุมดีขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI