
เยอรมนี ตอนที่ 4 : ภาพลักษณ์ใหม่ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวคราวการประท้วงและเรียกร้องสิทธิของประชาชนอยู่หลายครั้ง
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวคราวการประท้วงและเรียกร้องสิทธิของประชาชนอยู่หลายครั้ง
โดย...ทีมงานโลก360 องศา
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวคราวการประท้วงและเรียกร้องสิทธิของประชาชนอยู่หลายครั้ง ทำให้เห็นชัดว่าคนไทยเราให้ความสำคัญกับสิทธิของตนเองเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาส่วนใหญ่ที่ยังเกิดขึ้นในสังคมไทย (โดยเฉพาะสังคมเมือง) คือการรักษาสิทธิของตน จนบางครั้งลืมเคารพสิทธิของผู้อื่น แถมคนส่วนใหญ่มักจะลืมไปว่าสิทธิที่ตนได้มาบางอย่างต้องแลกด้วยความรับผิดชอบที่สมน้ำสมเนื้อกัน
เรื่องราวที่จะนำมาฝากกันในวันนี้ เป็นเรื่องของสิทธิและความรับผิดชอบเช่นกัน แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเยอรมนี เมื่อครั้งที่เราเดินทางไปเยี่ยมชมเทคโนโลยีและการจัดการทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศนี้ โดยเราเดินทางไปดูงานที่โรงไฟฟ้า Schwarze Pumpe (เชอวาสเสอะ พุมเผอะ) ที่ตั้งอยู่ในเมือง Spremeberg (สเปร็มแบก) ทางตะวันออกของเยอรมนีฝั่งที่ติดกับประเทศโปแลนด์
ภายหลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้าเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการจัดการกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบแล้ว วันรุ่งขึ้นพวกเราก็ได้มีโอกาสไปเช็กข้อมูลอีกด้าน ซึ่งเป็นความคิดเห็นจากคนในชุมชนใกล้กับโรงไฟฟ้า โดยเราได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกเทศมนตรีเมือง Spremeberg ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์ทางด้านสิ่งแวดล้อม เราจึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้จะมาจากฝ่ายตรวจสอบที่มีองค์ความรู้โดยตรงเกี่ยวกับสาขานี้ และมีศักยภาพมากพอที่จะคานอำนาจของโรงไฟฟ้า
นายกเทศมนตรี Dr.KlausPeter Schulze เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “Spremeberg เป็นเมืองเล็กๆ บนพื้นที่กว่า 184 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม โดยมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นรากฐานของการพัฒนา แต่ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ได้ ทั้งโรงไฟฟ้าและชุมชนก็เคยมีปัญหาความขัดแย้งกัน เพราะเมืองนี้มีการทำเหมืองแร่ถ่านหินและโรงไฟฟ้ามากว่า 150 ปี ซึ่งในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน ดังนั้นเรื่องของฝุ่นละอองและมลพิษก็เคยสร้างปัญหาขึ้นพอสมควร ซึ่งประชาชนก็เคยมีการเรียกร้องให้โรงไฟฟ้าทำการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งก็ดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอด แม้จะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สุดท้ายเราก็คุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน เราไม่ได้ทำเพียงแค่ต่อต้านอย่างเดียว เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ แต่เราเรียกร้องให้มาหาทางแก้ไขร่วมกัน ถ้าเราพบว่าอะไรไม่ดี ไม่เหมาะสม เราก็ให้ทางโรงไฟฟ้าแก้ไข ถ้าไม่แก้ไข เราก็ไม่ยอม...”
โรงไฟฟ้า Schwarze Pumpe เป็นโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนของเดิมที่หมดอายุลง ซึ่งถูกสร้างขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก ประกอบกับผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้ามีข้อมูลและประสบการณ์มากขึ้น จึงเข้าใจว่าชุมชนต้องการอะไร ดังนั้นโรงไฟฟ้าแห่งนี้จึงเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของ 2 ฝ่าย ทั้งโรงไฟฟ้าและชุมชน
นายกเทศมนตรี Dr.KlausPeter Schulze กล่าวเสริมว่า “สำหรับเราแล้ว โรงไฟฟ้าเป็นพื้นฐานของการพัฒนาอื่นๆ อีกหลายด้าน ทั้งด้านสาธารณูปโภค, เศรษฐกิจ, สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าใหม่ทำให้เกิดพื้นที่อุตสาหกรรมขึ้น และมีการจ้างงานอีกหลายร้อยตำแหน่ง คนที่ทำงานในโรงไฟฟ้าก็มาจากเมือง Spremeberg นี่แหละ รวมทั้งเศรษฐกิจของเมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วหลายเท่าตัว ในเวลาเดียวกัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมและชุมชนก็ยังมีการร่วมกันดูแลได้เป็นอย่างดี”
สิ่งหนึ่งซึ่ง เจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้าและนายกเทศมนตรีต่างเน้นย้ำให้กับทีมงานโลก 360 องศา ฟังก็คือ การพูดคุยและหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด เพราะฝ่ายประชาชนมีสิทธิที่จะทักท้วงได้ทุกเมื่อ หากรู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง ส่วนโรงไฟฟ้าเองก็ต้องเข้าใจว่าตนไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ยังต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
หลักฐานทางกายภาพที่พิสูจน์ว่า โรงไฟฟ้าและชุมชนในเมือง Spremeberg มีความร่วมมือที่ดีต่อกันจริง คือที่นี่สามารถเป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองอุตสาหกรรมได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งผู้คนมักจะเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจกันในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะที่นี่ยังคงมีธรรมชาติที่สมบูรณ์และในขณะเดียวกันก็มีการคมนาคมและสาธารณูปโภคที่พร้อม
กรณีศึกษาของโรงไฟฟ้า Schwarze Pumpe และชุมชน Spremeberg น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะชี้ให้เห็นว่า การประท้วงไม่ใช่ทางออกสำหรับปัญหา แต่การหารือกันคือทางออกที่ดีที่สุด
หันกลับมามองในบ้านเรา กรณีเดียวกันคือโรงไฟฟ้าและชุมชน ซึ่งรองผู้ว่าการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนว่า “เราเชื่อว่าในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเนี่ยนะครับ เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนด้วย เพราะว่าหลายครั้งที่ผลการวัดทางวิทยาศาสตร์กับความรู้สึกของประชาชนมันไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะต้องสร้างความเข้าใจและสร้างการเรียนรู้ให้กับคนในชุมชน เราก็พยายามจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด เราพยายามให้การศึกษากับประชาชนว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมเขาทำกันอย่างไร ในการวัดอุณหภูมิหรือฝุ่นละอองในอากาศ ทำได้อย่างไร และก็ให้เขาทดสอบวัดด้วยตัวเอง เพราะชาวบ้านอยู่ในพื้น พวกเขาเป็นคนที่ต้องเข้าใจเรื่องนี้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน การไฟฟ้าก็ต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน แต่จะไม่ไปยัดเยียดบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาไม่ต้องการ แต่เราจะพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อเสริมในสิ่งที่เขาคิดไว้แล้ว และเราช่วยพัฒนา พร้อมๆ กับให้การศึกษา เพื่อให้ข้อมูลและความรู้กับเยาวชน ส่วนเรื่องอนาคตเป็นสิ่งที่ต้องคิดเองหรือจะมาหารือร่วมกันก็แล้วแต่ ว่าจะอยู่หรือจะใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างไร” คุณสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าว
อันที่จริงแล้ว คงไม่ใช่แค่เรื่องของโรงไฟฟ้าและชุมชนเท่านั้นที่ควรหาวิธีการและแนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว แต่ทุกๆ สิ่งที่เป็นความเจริญหรือเป็นการพัฒนาทางด้านวัตถุก็ควรใส่ใจกับความรู้สึกและความเห็นของประชาชน และที่สำคัญต้องไม่ไปสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สุดท้ายนี้ ทีมงานโลก 360 องศา ก็ขอถือโอกาสอวยพรเหล่าเยาวชนของชาติให้สุขสันต์วันเด็กกันถ้วนหน้า และไม่ว่าน้องๆ จะเติบโตไปทำหน้าที่ใดในสังคมก็ตาม ก็หวังว่าแนวคิดเรื่องของความรับผิดชอบและการเคารพสิทธิของผู้อื่นจะยังมีอยู่ในกระบวนความคิดพวกเขาเหล่านั้น







