
ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร (ตอน ๑๖)
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่างกรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม เพื่อให้กฎหมายนั้นสามารถรักษากลไกของสังคมให้ดำเนินไปอย่างสงบสุข ดำรงซึ่งสันติและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้พัฒนาตนเป็นคนดีได้ ที่สำคัญจะได้เตือนผู้ออกแบบกฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายทั้งหลายได้พึงตระหนักว่าศีลธรรมและกฎหมายไม่อาจแยกจากกันได้โดยเด็ดขาด
จึงขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ
ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : “ตถาคต อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ทรงธรรมเป็นธรรมราชา ทรงอาศัยธรรมนั้นเอง สักการะ เคารพ นอบน้อมธรรม มีธรรมเป็นธงชัย มีธรรมเป็นตราชู เป็นธรรมาธิปไตย จัดการรักษา คุ้มครอง ป้องกันอันชอบโดยธรรม และพุทธบริษัทสี่ โดยนัยว่า กายกรรม... วจีกรรม... มโนกรรม... อาชีวะ... คามนิคม... อย่างนี้ควรเสพ... อย่างนี้ไม่ควรเสพ”
“เราสักการะเคารพอาศัย ธรรมที่เราได้ตรัสรู้นั้นเองเป็นอยู่... เมื่อใดสงฆ์ประกอบด้วยความเติบใหญ่ เมื่อนั้นเราย่อมมีความเคารพ แม้ในสงฆ์”
จากที่กล่าว คงจะให้ข้อสรุปเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจได้ว่า รากฐานแห่งศาสตร์ศิลปวิชาการทั้งปวงนั้น จะต้องดำเนินมุ่งไปตามธรรม... รองรับด้วยธรรม จึงจะให้ประโยชน์สุขอันชอบโดยธรรม... ให้ความยุติโดยธรรมได้อย่างแท้จริง และในเมื่อศีลธรรม คือ หลักธรรมแห่งการดำเนินชีวิต เพื่อความประเสริฐ... เพื่อประโยชน์สุข แห่งความเป็นมนุษยชาติที่มีฐานะเป็นสัตว์ประเสริฐ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้ความสำคัญเป็นที่สุดต่อการศึกษาเรียนรู้เพื่อการพัฒนาชีวิตสู่ภาคแห่งความจริงที่รู้เท่าทันวิถีแห่งโลกียวิสัย
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







