posttoday
อลิสา วิภวพาณิชย์ รักษ์สิ่งแวดล้อมเริ่มได้ทุกองค์กร

อลิสา วิภวพาณิชย์ รักษ์สิ่งแวดล้อมเริ่มได้ทุกองค์กร

23 ธันวาคม 2554

เมื่อเราไม่สามารถฝากฝังการพัฒนาประเทศในด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไว้กับภาครัฐ

โดย...โยธิน อยู่จงดี

เมื่อเราไม่สามารถฝากฝังการพัฒนาประเทศในด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดไว้กับภาครัฐ คงถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาคประชาชนต้องร่วมใจลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มง่ายๆ ด้วยการประหยัดพลังงานภายในองค์กรและครัวเรือนด้วยสองมือและจิตสำนึกของคุณเอง เหมือนเช่นที่ อลิสา วิภวพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาวายเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง ได้พัฒนาองค์กรให้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด

“การอนุรักษ์พลังงานในองค์กรเรามีการกำหนดให้ปิดไฟ ปิดคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในช่วงเวลาพักกลางวัน ซึ่งทุกคนจะลงไปรับประทานอาหาร อะไรที่เราไม่ควรใช้หรือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเราก็ไม่ใช้ เช่น การประหยัดน้ำ การเปิดไฟ แม้กระทั่งใช้กระดาษถ่ายเอกสาร หากไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษใหม่ เราจะใช้กระดาษรีไซเคิล เพราะกระดาษ 1 แผ่นที่ใช้ นั่นหมายถึงการตัดต้นไม้อย่างน้อย 1 ต้น เพื่อให้ได้กระดาษมา

 

อลิสา วิภวพาณิชย์ รักษ์สิ่งแวดล้อมเริ่มได้ทุกองค์กร

เราปฏิบัติมานานจนกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่พนักงานเราทุกคนปฏิบัติร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กร แต่หมายถึงการที่เราทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม จากนั้นเมื่อพนักงานปฏิบัติจากที่ทำงานเขาก็จะนำไปปฏิบัติที่บ้าน เป็นพลพลอยได้ในการช่วยกันประหยัดพลังงานในองค์กร” อลิสา เล่าถึงความสำเร็จในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากองค์กรของเธอเอง ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้เป็นการนำวิธีประหยัดพลังงานจากที่บ้านมาใช้

ผู้บริหารสาว บอกอีกว่า สิ่งเหล่านี้เราเริ่มง่ายๆ ได้ที่ตัวเราเอง ไม่ต้องรอให้ใครเริ่ม ในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กรก็ต้องปฏิบัติตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง มีการกำหนดเป็นนโยบายชัดเจน ในระดับประเทศเองก็เช่นกัน สิ่งแวดล้อมประเทศไทยจะดีกว่านี้ถ้าทางรัฐบาลมีการกำหนดออกมาเป็นนโยบายที่ชัดเจน เพราะพลังงานและทรัพยากรเราก็มีแต่จะหมดไปเรื่อยๆ เราจึงควรสนับสนุนให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานลมและแสงอาทิตย์ให้มากขึ้น

คนไทยจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากสักเท่าไหร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านทรงพระราชทานแนวทางในการอนุรักษ์และการป้องกันไว้หลายๆ ทางไว้นานแล้ว แต่เราก็ไม่คิดจะทำ คนที่มาบริหารงานก็คงจะยุ่งเรื่องอื่นๆ เลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ปล่อยให้มีการลักลอบตัดไม้บุกรุกพื้นที่ป่า เวลาฝนตกเราก็รับกรรมจากป่าที่คอยกักเก็บน้ำน้อยลง กลายเป็นหายนะ เมื่อเราทำร้ายเขาสิ่งนั้นก็ย้อนกลับมาสู่ตัวเอง เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เหมือนเราไปทำลายบ้านของสัตว์ต่างๆ ในป่า และสุดท้ายบ้านของเราทุกคนก็ถูกทำลายจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่าก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อนนี้ไม่ได้แสดงผลในทันทีให้เรารู้ แต่จะค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภัยธรรมชาติรุนแรงอย่างที่เราพบเห็นในปัจจุบัน

“สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือ การปลูกฝังในเยาวชน เพราะในผู้ใหญ่เราก็มีการพูดกันมาเยอะแล้ว กับเด็กเองๆ ก็อาจจะได้เรียนรู้จากที่โรงเรียน แต่เราควรจะปลูกฝังเด็กๆ ให้มากขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรม เมื่อเขาโตขึ้นก็ทำให้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องปกติในกิจวัตรประจำวันสำหรับพวกเขา” อลิสา แสดงความเห็นเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งเธอได้เดินทางไปช่วยเหลือพนักงานที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แล้วพบเห็นภัยธรรมชาติ ซึ่งในช่วงชีวิตของเราคงไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก จึงออกโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยการลดราคาเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ทนต่อการถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับความเสียหายอีกด้วย

ความสำเร็จในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมของอลิสา แม้วัดไม่ได้ด้วยตัวเงิน แต่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จทางใจที่ประเมินค่าไม่ได้ และวิธีที่จะได้มาต้องเริ่มต้นที่ตัวคุณซึ่งเริ่มแล้วหรือยัง

 

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน