
แวดวงสงฆ์
แวดวงสงฆ์ วันนี้ขอรายงาน 2 เรื่อง คือ 7 ปี เจ้าคณะ กทม. (รูปก่อน) ถอด เจ้าอาวาส 22 วัด และเรื่องพระเทพวิสุทธาภรณ์ วัดอินทรวิหาร ขอบใจสมเด็จวัดชนะ
แวดวงสงฆ์ วันนี้ขอรายงาน 2 เรื่อง คือ 7 ปี เจ้าคณะ กทม. (รูปก่อน) ถอด เจ้าอาวาส 22 วัด และเรื่องพระเทพวิสุทธาภรณ์ วัดอินทรวิหาร ขอบใจสมเด็จวัดชนะ
เรื่องแรก ผู้เขียนมีโอกาสกราบ พระธรรมสุธี (พีร์) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ อดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในขณะที่ท่านนั่งคอยนักศึกษาที่นัดมาสัมภาษณ์ประวัติวัดมหาธาตุเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2554 ที่หน้ากุฏิ ซึ่งเคยเป็นสำนักงานเจ้าคณะ กทม.
ท่านเมตตาเล่าถึงผลงานในฐานะเจ้าคณะ กทม. ว่าท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. มาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนกระทั่งเกษียณอายุ พ.ศ. 2554 เป็นเวลา 7 ปี ทำการปราบปรามอลัชชีไปมากมาย จัดระเบียบพระที่ออกเรี่ยไรตามตลาด ปัจจุบันจะไม่เห็นรถบรรทุกลูกนิมิตและพระพุทธรูปมาให้ญาติโยมปิดทอง รดน้ำมนต์หน้าตลาด ใน กทม. หมดไปเกือบ 100%
สิ่งที่ได้ทำและจำตัวเลขได้ดีคือระยะเวลา 7 ปี ที่ท่านมีอำนาจ ถอดถอนเจ้าอาวาสใน กทม. ที่ทำผิดรุนแรงในเรื่องต่างๆ กัน รวม 22 รูปใน 22 วัด ล่าสุดคือเสนอสั่งพักพระเทพเวทีจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม
ปัญหาของเจ้าอาวาสที่มีโทษภัยร้ายแรงถึงกับถูกถอดถอนมี 2 เรื่อง 1.เรื่องเงิน 2.เรื่องผู้หญิง ทั้งสองเรื่องนี้สร้างความมัวหมองและเสียหายให้แก่พระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาสที่ขาดสติ ประมาทเลินเล่อมาก
ส่วนเรื่องที่อยากทำแต่ยังไม่มีโอกาส คือ กระจายอำนาจการบริหาร เพราะอำนาจมากระจุกที่เจ้าอาวาสทั้งหมดไม่ว่าจะในการบริหาร การปกครอง การศึกษา การสาธารณูปการ และการเผยแผ่ ทำให้การบริหารไม่คล่องตัว เพราะเจ้าอาวาสส่วนมากสูงอายุ บางรูปอายุ 70 ปี และ 80 ปี หากกระจายอำนาจให้ผู้ช่วยมีอำนาจในตำแหน่งต่างๆ ดังที่คณะสงฆ์เคยจัดองค์กรแบบนี้ตาม พ.ร.บ.ปกครองสงฆ์ พ.ศ. 2484 มาแล้ว ปัญหาการกระจุกตัวจะไม่เกิด
เรื่องที่ 2 เมื่อได้กราบ พระเทพวิสุทธาภรณ์ (ทองสืบ สัจจสาโร) เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร เจ้าคณะเขตพระนคร ในงานสวดศพ แม่ ดร.สิริ กรินชัย ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ท่านเล่าให้ฟังเรื่องที่ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ จากชั้นราชเป็นชั้นเทพ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมา ว่าท่านต้องนั่งรับแขกทั้งพระและญาติโยมที่มาแสดงมุทิตาจิตตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2554 เป็นดึก ถึง 5 ทุ่มเที่ยงคืนทุกวัน และยังมีมาเรื่อยๆ ถึงวันที่ 7 ธ.ค. ทั้งนี้เพราะท่านได้ไปมุทิตาที่อื่นๆ ไว้เสมอ ตลอดเวลา 9 ปี ที่เป็นชั้นราชอยู่
ท่านเป็นพระเถระที่ทำงานเข้าตาพระผู้ใหญ่จนกระทั่งเจ้าคณะภาค 1 (พระพรหมโมลี หรือสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ในปัจจุบัน) เสนอชื่อให้เป็นรองเจ้าคณะ กทม. เพียงรูปเดียว แต่สมเด็จวัดชนะ ถือหนังสือไว้เฉยๆ ไม่เสนอให้ มส.อนุมัติ ต่อมาเจ้าคณะ กทม. พระธรรมสุธี เสนอเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระเทพวิริยาภรณ์ เป็นรองเจ้าคณะ กทม. สมเด็จวัดชนะผ่านเรื่องให้ มส.อนุมัติ การทั้งนี้ท่านไม่เสียใจ แต่มีโอกาสไปกราบขอบคุณสมเด็จวัดชนะ ที่ไม่ให้ทำงานหนักและลำบาก เพราะงานรองเจ้าคณะ กทม. เป็นงานหนัก มีวัด ทั้งฝั่งพระนครและธนบุรี 1,000 กว่าวัด มีพระสังฆาธิการ 1,000 กว่ารูป มีปัญหาให้ตามแก้ หรือให้นโยบายเพื่อปรับปรุงพัฒนาเสมอ ถ้าได้เป็นรอง กทม. คงไม่มีเวลาพักผ่อน และสอนญาติโยมดังที่เป็นในปัจจุบัน สาธุ







