
แซม ฟรานซิส กำลังฮิตอินเทรนด์
แม้ว่าจะบอกศาลาโลกไปตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว (พ.ศ. 2537) แต่ผลงานศิลปะและภาพพิมพ์มากสีสัน
โดย...อฐิณป ลภณวุษ
แม้ว่าจะบอกศาลาโลกไปตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว (พ.ศ. 2537) แต่ผลงานศิลปะและภาพพิมพ์มากสีสันของ แซม ฟรานซิส หรือซามูเอล ลิวอิส ฟรานซิส จิตรกรชาวอเมริกันยังคงเป็นที่ฮอตฮิตติดลมบนของนักสะสมงานศิลปะอยู่จนถึงทุกวันนี้
โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงต่อฤดูหนาว นิทรรศการจำนวนมากมาย แสดงภาพเขียนและภาพพิมพ์ของ แซม ฟรานซิส
อาจด้วยอานิสงส์ของหนังสือ Catalogue Raisonne of Canvas and Panel Paintings, 1946–1994 ซึ่งจัดพิมพ์โดย ดิ ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ แคลิฟอร์เนีย เพรสส์/เบิร์กลีย์ รวบรวมผลงานเด่นดังของศิลปินอเมริกันเอาไว้อย่างครบถ้วนที่สุด เรี่ยวแรงสำคัญที่ช่วยให้หนังสือออกเป็นรูปร่างสมบูรณ์ สวยงาม ได้แก่ เดบรา เบอร์เชตต์แลร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิแซม ฟรานซิส ในเมืองเกล็นเดล แคลิฟอร์เนีย
แกลเลอรีแห่งหนึ่งที่จัดนิทรรศการของจิตรกรดังอเมริกัน คือ แกลเลอรี เดอแลฟ ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (เปิดให้ชมถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้) ซึ่ง นิโก เดอแลฟ เจ้าของแกลเลอรี และเป็นตัวแทนของแซม ฟรานซิส ภาคพื้นยุโรปมานานหลายปี เขามีผลงานของแซม ฟรานซิส ราว 1,100 ภาพ ที่ได้รับมาจากมูลนิธิฯ โดยตรง ในฐานะคนกลางที่คอยกระจายผลงานภาพเขียนของจิตรกรดังไปสู่หอศิลป์แห่งอื่นๆ ที่ประสงค์จะจัดแสดงนิทรรศการในยุโรป
ไม่ว่าจะเป็น หอศิลป์ของสถาบันประมูลซอเธอบีส์ ในอัมสเตอร์ดัม ที่จัดแสดงผลงาน 49 ชิ้นของแซม ฟรานซิส ระหว่างวันที่ 17 ก.ย.–14 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเปิดประมูลแบบเอกซ์คลูสีฟ ซึ่งปรากฏว่าผลงาน 17 ชิ้นได้รับการประมูลไปในมูลค่าระหว่าง 2.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ถึง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย มีตตี เฮเดน เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันประมูลฯ บอกว่า ผู้ที่สนใจมาประมูลมาจากทั่วโลก “มีทั้งชาวออสซี ชาวอินโดนีเซีย ไปจนถึงคนฝรั่งเศสและคนอเมริกันเอง” ซึ่งปลายเดือน พ.ย.เพิ่งจะประมูลกันไปอีกรอบ
สำหรับแกลเลอรีอื่นๆ ที่นำผลงานของแซม ฟรานซิส ไปจัดแสดง ก็มี แกลเลอรี กี ปีเตอร์ส (21 ต.ค.–27 พ.ย.) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แกลเลอรี คอร์นเฟลด์ (15 พ.ย.–23 ธ.ค.) ในกรุงเบิร์น กับแกลเลอรี ไอริส วาซเซา (17 ธ.ค.–21 ม.ค. 2555) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หอศิลป์โจนาธาน โนวัค ไฟน์อาร์ต ในกรุงลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา (31 ต.ค.–5 ธ.ค.) รวมทั้งนิทรรศการที่เพิ่งจบไปในแกลเลอรีโทมัส (จบไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย.) กรุงมิวนิก ประเทศเยอรมนี
นิโก เดอแลฟ บอกว่า ผลงานของแซม ฟรานซิส ในยุคทศวรรษที่ 1950 ได้รับคำกล่าวขวัญกันมากที่สุด โดยเฉพาะนักสะสมงานศิลปะ “ถ้าเราพูดถึงราคาประมูล ก็ต้องบอกว่าแพงกว่าผลงานในยุคอื่นๆ 3–4 เท่าตัว ปัญหาก็คือ นักสะสมตัวเอ้ กว้านซื้อกันไปเกือบหมดแล้ว แล้วพวกเขาไม่ต้องการจะนำออกมาขายต่อให้ใครด้วย” ขณะที่ผลงานของจิตรกรในช่วงท้ายๆ ของชีวิตกลับไม่ใคร่ได้รับความนิยมมากนัก “แต่ด้วยกระแสในช่วงนี้ ก็ทำให้ราคาสูงขึ้นไปถึง 3 แสนเหรียญสหรัฐทีเดียว”
สาเหตุที่ทำให้ผลงานของ แซม ฟรานซิส ไม่ได้แพงหูฉี่เหมือนศิลปินอเมริกันยุคเดียวกันท่านอื่นๆ โจนาธาน โนวัค อธิบายว่า เพราะแซมไม่ได้อยู่ในแวดวงของศิลปินแอบสแทรกต์เอ็กซ์เพรสชันนิสต์ กลุ่มนิวยอร์ก “คนก็เลยมองข้าม หลายคนอาจไม่เคยรู้จักเขาด้วยซ้ำไป ทั้งที่ผลงานของเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่น”
ตอนนี้งานศิลปะจำนวนมากของแซม ฟรานซิส กลายเป็นเทรนด์ และปรากฏในการประมูลหลักๆ โดยภาพเขียนที่เคยได้รับการประมูลไปสูงสุด คือ ภาพสีน้ำมัน Middle Blue (เขียนในปี 2500) ซึ่งมีผู้ประมูลจากสถาบันคริสตีส์ กรุงนิวยอร์ก ไปในราคา 6.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2553
ซามูเอล ลิวอิส ฟรานซิส เกิดที่ซาน มาเตโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2466 เขาศึกษาด้านพฤกษศาสตร์ แพทยศาสตร์ และจิตวิทยา ที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างพักฟื้น แซมก็เริ่มจับพู่กันวาดรูป พอหายดีเขาก็กลับไปเรียนที่เบิร์กลีย์ในคณะจิตรกรรม
ด้วยอิทธิพลจากจิตรกรแอบสแตร็กต์-เอ็กซเพรสชินนิสต์อย่าง มาร์ก รอธโค/อาร์ชิเล กอร์กี และคลีฟฟอร์ด สติล แซม ใช้ชีวิตในทศวรรษที่ 1950 ในกรุงปารีส เขาสนิทสนมกับกลุ่มทาคิสม์ (กลุ่มศิลปะแนวแอบสแทรกต์) โดยได้แสดงผลงานเดี่ยวที่นั่นในปี 2495
ผลงานของแซมในช่วงรุ่งๆ เริ่มด้วยการทดลองสไตล์โมโนโครม (สีโทนเดียว) แต่ในที่สุดเขาก็ค้นพบตัวเองในโทนสีจัดๆ สดๆ และตัดกันอย่างรุนแรง พร้อมสไตล์ฝีแปรงที่ไม่เหมือนใคร







