posttoday
ภัยมืดของวงการลูกหนัง

ภัยมืดของวงการลูกหนัง

27 พฤศจิกายน 2554

คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าฟุตบอลเป็นกีฬาอันดับ 1 ของโลก

คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าฟุตบอลเป็นกีฬาอันดับ 1 ของโลก

โดย...จาด้า

คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าฟุตบอลเป็นกีฬาอันดับ 1 ของโลก แต่บางครั้งหลายคนอาจจะลืมนึกไปว่าท่ามกลางการฟาดแข้งกันที่สนุกตื่นเต้นในสนามนั้น มันมีความกดดันมหาศาลซ่อนอยู่

บาบัก ราฟาติ ผู้ตัดสินบุนเดสลีกา คือตัวอย่างล่าสุดที่บ่งชี้ว่าความเครียดได้กลายเป็นปัญหาสำคัญในวงการลูกหนัง หลังจากที่เขาพยายามฆ่าตัวตายเพียง 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องลงทำหน้าที่ในเกมระหว่างโคโลญจน์ กับ ไมนซ์ เมื่อสัปดาห์ก่อน จนเกมต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม โชคยังดีที่สองผู้ช่วยผู้ตัดสินเข้าไปพบ ราฟาติ ในสภาพนอนจมกองเลือดในอ่างอาบน้ำ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน ไม่อย่างนั้นวงการลูกหนังเมืองเบียร์อาจจะต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลไปอีกราย หลังจากที่ โรเบิร์ต เองเค อดีตนายทวารทีมฮันโนเวอร์และทีมชาติเยอรมนี ตัดสินใจคิดสั้นด้วยการกระโดดให้รถไฟทับเมื่อ 2 ปีก่อน

เวลานี้ ราฟาติ ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่แม้แผลจากการพยายามกรีดข้อมือตัวเองจะดีขึ้นตามลำดับ ทว่าสภาพจิตใจของเขายังคงน่าเป็นห่วง และต้องอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์อย่างใกล้ชิด

ภัยมืดของวงการลูกหนัง

 

“ราฟาติ ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นผลมาจากความกดดันจากสื่อ และความกลัวว่าจะทำผิดพลาด ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถจะทนแบกรับมันต่อไปได้อีก” สเวน เมนเค ทนายความส่วนตัวของผู้ตัดสินวัย 41 ปี ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา

สาเหตุที่ ราฟาติ ตัดสินใจออกมายอมรับถึงสาเหตุที่ทำให้เขาคิดสั้นนั้น ก็เป็นเพราะต้องการที่จะให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงภัยมืดที่แทรกตัวอยู่ในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนี ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในลีกที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก

ไรน์ฮาร์ด เราบอล ประธานสมาคมฟุตบอลลีกเยอรมนี ให้ความเห็นในเรื่องนี้เอาไว้อย่างน่าฟังว่า “เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (ที่ผู้ตัดสินพยายามฆ่าตัวตาย) มันส่งผลกระทบต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบุนเดสลีกาอย่างมาก และถ้าจะมีอะไรที่เราจะได้บทเรียนจากการเสียชีวิตของ โรเบิร์ต เองเค นั่นก็คือ ฟุตบอลไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต”

ขณะที่ จาลาล ราฟาติ ผู้เป็นพ่อ เผยว่า เขารู้สึกช็อกมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายมีปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งตามรายงานระบุว่า ผู้ตัดสินเชื้อสายอิหร่านเริ่มมีอาการมาตั้งแต่ 1 ปีครึ่งที่แล้ว

“เขาไม่เคยบอกกับผมเลยเกี่ยวกับเรื่องซึมเศร้าหรือเหนื่อยล้าใดๆ ถ้าเขาพูดให้ผมฟัง ผมก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง ที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก (กับการทำหน้าที่ผู้ตัดสิน)”

อย่างไรก็ตาม แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติสุขสำหรับ ราฟาติ ซึ่งทำงานประจำที่ธนาคาร และความสัมพันธ์กับแฟนสาวก็ดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ลึกๆ แล้วเขาซ่อนปัญหาความกดดันจากการทำหน้าที่ชี้ขาดในสนามเอาไว้ไม่ให้ใครรู้

นับตั้งแต่ได้เลื่อนชั้นให้มาตัดสินในลีกสูงสุดเมื่อปี 2005 ราฟาติ ได้รับการโหวตจาก “คิกเกอร์” แมกกาซีนลูกหนังเมืองเบียร์ ว่าเป็นผู้ตัดสินที่แย่ที่สุดถึง 3 ครั้ง (นักเตะในบุนเดสลีกาเป็นผู้ลงคะแนน) ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา

“เรากำลังพิจารณากันว่าในอนาคตเราควรจะใส่คำถามในแบบสำรวจที่ว่าใครเป็นผู้ตัดสินที่แย่ที่สุดในลีกหรือไม่” เคลาส์ สเมนเทก หัวหน้ากองบรรณาธิการของ “คิกเกอร์” กล่าว

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเคยมีการตั้งกลุ่ม “Anti Babak Rafati” หรือ “กลุ่มคนไม่เอา บาบัก ราฟาติ” ในเฟซบุ๊กด้วย

ผลงานที่ไม่น่าประทับใจของเขา ทำให้ ราฟาติ ถูกสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) ถอดชื่อออกจากการเป็นผู้ตัดสินของฟีฟ่า ซึ่งนั่นทำให้เขาหมดสิทธิที่จะทำหน้าที่ลงเป่าในเกมระดับทีมชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันของเขาด้วย

ณ จุดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ราฟาติ จะต้องใช้เวลาบำบัดสภาพจิตใจนานเท่าใด แต่ในแถลงการณ์ระบุเอาไว้ว่า เขาต้องการกลับ มาเป่าในศึกบุนเดสลีกาอีกครั้ง หลังจากที่สถิติในการทำหน้าที่ต้องหยุดอยู่ที่ 84 นัด

การสูญเสีย เองเค อดีตนายทวารฮันโนเวอร์ ไปเมื่อ 2 ปีก่อน และการที่ผู้ตัดสิน “เกือบ” จะต้องสังเวยชีวิตไปอีกคน ก็คงจะเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าปัญหาความเครียด หรือโรคซึมเศร้าในวงการลูกหนังนั้น อันตรายกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

ในฐานะสื่อคนหนึ่ง ก็คงได้แต่หวังว่าจะไม่ต้องนำเสนอข่าวในทำนองนี้อีก เพราะท้ายที่สุดแล้วชีวิตของคนเรามีค่าเกินกว่าที่จะเสียไปเพราะฟุตบอลลูกกลมๆ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้