
โบอาสลั่นเชลซียังไม่หมดหวัง
หลังพลิกพ่ายห้างยาหวุดหวิดเพอร์ซีพาปืนซิวแชมป์กลุ่ม
หลังพลิกพ่ายห้างยาหวุดหวิดเพอร์ซีพาปืนซิวแชมป์กลุ่ม
โบอาส ย้ำเชลซียังมีลุ้นเข้ารอบ แม้แพ้ “ห้างขายยา” ขณะที่ ฟาน เพอร์ซี เป็นฮีโร่ทำ 2 ประตูให้ “ปืนใหญ่” ได้เฮ
อังเดร วิลลาส โบอาส กุนซือเชลซี ยอมรับว่าความมั่นใจของลูกทีมกำลังตกต่ำ หลังแพ้ เลเวอร์คูเซน 21 ในศึกแชมเปียนส์ลีก กลุ่ม อี เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นัดสุดท้ายพวกเขาต้องเอาชนะ บาเลนเซีย ให้ได้ เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในรอบน็อกเอาต์
เชลซีได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา ศูนย์หน้าจอมเก๋า ในนาทีที่ 48 แต่เจ้าถิ่นก็มาตีเสมอได้จาก เอเรน แดร์ดิย็อค ในนาทีที่ 73 ก่อนที่ มานูเอล ฟรีดิช จะมาทำประตูชัยในช่วงทดเวลาเจ็บ และช่วยให้ทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
“ตอนนี้อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจให้กับพวกเรา แต่เรายังมีโอกาสและเราต้องมีสมาธิในเกมที่จะพบกับบาเลนเซีย มันจะต้องสู้กันสนุกแน่และเป็นเกมชี้ชะตา เพราะเราคาดว่าเลเวอร์คูเซน น่าจะเอาชนะเกงค์ที่เบลเยียมได้” โค้ชชาวโปรตุกีส ซึ่งต้องเห็นลูกทีมแพ้เป็นครั้งที่ 3 จาก 5 นัดหลังสุด กล่าว
ขณะที่ บาเลนเซีย ถล่ม เกงค์ 70 โดย โรแบร์โต โซลดาโด ศูนย์หน้าฟอร์มแรง กดแฮตทริกให้ทีมทำสถิติชนะขาดลอยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของแชมเปียนส์ลีก เป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล ที่ต้อนตือ เบซิกตัส 80 ในฤดูกาล 2007-2008
ด้าน อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล สรรเสริญฟอร์มของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู ให้ทีมคว้าชัยเหนือดอร์ตมุนด์ 2-1 และคว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ ไปครอง
กองหน้าชาวดัตช์ ทำประตูได้ในนาทีที่ 49 และ 86 ก่อนที่ “เสือเหลือง” จะมาได้ประตูตีไข่แตกจาก ชินจิ คากาวะ ในช่วงทดเจ็บ
“เวลานี้โรบินเป็นนักเตะที่โดดเด่นมาก เขาใช้ประโยชน์จากสไตล์เกมรุกของเราได้ดี เขาอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ และเราก็หวังว่าเขาจะฟิตสมบูรณ์และอยู่กับพวกเราไปนานๆ” เวนเกอร์ กล่าวถึงกัปตันทีมที่ซัดไปแล้ว 17 ประตู ในทุกถ้วยฤดูกาลนี้
ขณะที่ ดอร์ตมุนด์ ซึ่งตกรอบแน่นอนแล้ว ต้องเจอข่าวร้ายซ้ำอีกเมื่อ สเวน เบนเดอร์ กระดูกกรามหัก หลังอยู่ในสนามได้แค่ 20 นาที และต้องรอผ่าตัดที่กรุงลอนดอนต่อทันที ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมเดินทางกลับเยอรมนีไปก่อน นอกจากนั้น มาริโอ เกิตเซ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ ก็ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปเช่นกัน
ส่วน บาร์เซโลนา บุกไปชนะเอซี มิลาน อย่างสนุก 3-2 และคว้าแชมป์กลุ่มเอช ไปครอง
ยักษ์ใหญ่จากสเปนขึ้นนำก่อนถึง 2 ครั้ง จากการที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล ทำเข้าประตูตัวเอง (นาทีที่ 14) และ ลิโอเนล เมสซี (3-1) แต่ มิลาน ก็ไล่ตีเสมอได้จากซลาตัน อิบราฮิโมวิช (2-0) และ เควิน พรินซ์ บัวเต็ง (54) ทว่า ชาบี ก็มาพังประตูชัยในนาทีที่ 63 ให้บาร์ซา
ด้าน อาโปเอล สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมแรกจากไซปรัส ที่ได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในถ้วยใบใหญ่ของยุโรป หลังบุกไปเสมอเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่รัสเซีย 0-0 และกลายเป็นทีมเดียวในกลุ่ม จี ที่ยังไม่แพ้ใคร
ขณะที่ ปอร์โต อดีตแชมป์ 2 สมัย ชนะ ชักเตอร์ โดเนตส์ 20 ส่งผลให้ยังมีลุ้นแย่งอันดับ 2 ของกลุ่ม เมื่อจะพบกับเซนิต ในนัดสุดท้าย







