posttoday
อยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ...เสี่ยงโรคร้าย

อยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ...เสี่ยงโรคร้าย

22 พฤศจิกายน 2554

ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและลุกลามต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

โดย...มัลลิกา นามสง่า

ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและลุกลามต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ทำให้คนไทยหลายล้านคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก คนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยเพราะน้ำท่วมสูง แต่อีกหลายครอบครัวยอมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมวลน้ำที่ล้อมรอบเพราะห่วงบ้าน ทว่าในสภาวะที่มีการเกิดน้ำท่วมเป็นเวลานาน สิ่งที่ “ควรระวัง” คือ “โรคต่างๆ ที่มากับน้ำ” ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของคนเราให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาได้

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และมูลนิธิรามาธิบดีฯ มีความห่วงใยต่อสุขภาพของผู้ประสบอุทกภัยซึ่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จึงได้จัดโครงการ “รามาอาสา”ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยส่งทีมแพทย์ พยาบาลลงพื้นที่รักษาผู้ป่วย ระดมทุนซื้อสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ประสบภัยน้ำท่วมและไม่สามารถเดินทางมาพบหมอได้ นอกจากนี้ยังรวบรวมวิธีดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรคที่มาจากน้ำท่วม เผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.ramafoundation. or.th อีกด้วย

โรคที่มากับน้ำ

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้แนะวิธีรับมือกับโรคต่างๆ ที่มากับน้ำเพื่อให้ประชาชนที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมได้ทราบและสามารถดูแลตนเองในเบื้องต้น

อยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ...เสี่ยงโรคร้าย

โดยโรคที่มากับน้ำส่วนใหญ่เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ สาเหตุมาจาก “การบริโภค” ได้แก่ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคไข้ไทฟอยด์ และสาเหตุที่มาจาก “การสัมผัส” หรือ “การติดเชื้อ” ได้แก่ ไข้หวัด ปอดบวม ไข้เลือดออก ตาแดง โรคผิวหนัง น้ำกัดเท้าจากเชื้อรา แผลพุพองเป็นหนอง และโรคฉี่หนู

รู้จักสังเกตอาการ

อาการของโรคต่างๆ ที่มาจากการบริโภคสังเกตได้ดังนี้ อาการท้องเสีย จะมีอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นน้ำ มีมูกเลือดปน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่ถ้าปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วยแสดงว่าอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ ถ้าใครมีอาการคล้ายท้องเสียแต่ถ่ายเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าวทีละมากๆ จะเป็นอาการของอหิวาตกโรค ส่วน โรคบิด ลักษณะจะคล้ายกับท้องเสียปวดท้อง มีอาการปวดเบ่งร่วมด้วย แต่มีอาการเรื้อรังมากกว่า ส่วนไข้ไทฟอยด์ จะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ท้องผูกบางรายอาจท้องเสีย

“สำหรับผู้ป่วยท้องเสียและอาหารเป็นพิษ ห้ามกินยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในร่างกาย อันตรายมาก ควรดื่มน้ำหรืออาหารเหลว และดื่มเกลือแร่ทดแทน

อยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ...เสี่ยงโรคร้าย

วิธีป้องกันโรคเหล่านี้ทำได้ง่ายๆ คือ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร รวมทั้งก่อนและหลังกินอาหาร ดื่มน้ำสะอาด ถ้าไม่แน่ใจให้นำไปต้มก่อน ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ทำความสะอาดภาชนะให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ดูดความชื้น เช่น เขียงไม้ ตะเกียบไม้ เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคทั้งนั้น ที่สำคัญอย่าถ่ายลงน้ำโดยตรง ให้ถ่ายใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปทิ้งขยะ” ศ.นพ.รัชตะ กล่าว

ในส่วนของโรคที่มีสาเหตุมาจากการสัมผัส หรือการติดเชื้อ คุณหมอรัชตะ กล่าวว่า โรคที่น่าห่วงได้แก่ ไข้เลือดออก จะมีอาการไข้ขึ้นสูงทั้งวัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย มีจุดแดงเล็กๆ ตามลำตัว แขน ขา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องเบื่ออาหาร ข้อควรระวัง ถ้าผู้ป่วยเริ่มมีไข้ลดแต่รู้สึกกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ไอมีเลือดปน ถ่ายเป็นสีดำ รีบนำมาพบหมอทันที ที่สำคัญห้ามใช้ยากลุ่มแอสไพรินเด็ดขาด เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ให้ใช้กลุ่มพาราเซตามอลได้เท่านั้น

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว ควรนอนในมุ้ง ทายากันยุง อย่าให้ยุงกัด และควรกำจัดแหล่งน้ำต่างๆ ที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น การปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท

โรคปอดบวม อาจจะเกิดจากการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรคเข้าไปในปอด ทำให้ปอดอักเสบ โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ทางลมหายใจต้องควรระวัง อาการจะมีไข้ขึ้นสูง ไอ หอบ เหนื่อย หายใจเร็ว ริมฝีปากซีด กระสับกระส่าย ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ควรพบหมอทันที เพราะอาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ วิธีป้องกัน ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรลงน้ำที่เกินกว่าศีรษะ อย่าใส่เสื้อผ้าเปียกชื้น

อยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะ...เสี่ยงโรคร้าย

3 โรคฮิตช่วงน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 โรคยอดฮิตที่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมส่วนใหญ่จะเป็นกัน นั่นก็คือ โรคตาแดง โรคผิวหนัง เช่น น้ำกัดเท้า และโรคฉี่หนู แม้บางโรคจะดูเหมือนไม่น่ากลัว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะเกิดการติดเชื้อได้ จึงควรป้องกันไว้ก่อน

อย่างโรคตาแดง สาเหตุมาจากน้ำที่สกปรก สามารถติดต่อกันได้จากการสัมผัสทางน้ำตาขี้ตา และน้ำมูก การใช้สิ่งของร่วมกัน หรือแม้แต่แมลงวันมาตอมที่ตา วิธีป้องกันคือ ถ้ามีสิ่งสกปรกเข้าตารีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที อย่าขยี้ตา ล้างมือบ่อยๆ อย่าใช้ของร่วมกัน ส่วนโรคผิวหนัง เช่น น้ำกัดเท้าจากเชื้อรา แผลพุพองเป็นหนอง เท้าเปื่อย เกิดมาจากการย่ำ หรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรค ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องย่ำน้ำ ควรใส่รองเท้าบู๊ต เมื่อขึ้นมาจากน้ำแล้วรีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ถ้าเป็นแผลควรใช้แอลกอฮอล์ หรือยาฆ่าเชื้อเช็ดแผลด้วย

สำหรับโรคฉี่หนู เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจากสัตว์ไปสู่คน โดยมีหนูเป็นพาหะ รวมทั้งวัว ควาย และหมู ได้เช่นกัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง โคนขา และหลัง ตาแดง ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เชื้อนี้สามารถกระจายไปทั่วร่างกายทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย การป้องกันคือ ควรใส่รองเท้าบู๊ตเวลาลงน้ำ โดยเฉพาะถ้ามีแผล เมื่อขึ้นมาจากน้ำแล้วต้องทำความสะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งทันที

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI