posttoday
โชคดีในโชคร้าย ยิ้มพรายในฟองคลื่น

โชคดีในโชคร้าย ยิ้มพรายในฟองคลื่น

22 พฤศจิกายน 2554

สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

โดย...น้องน้ำมาเอง

สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย แม้ในความมืดมิด เรื่องดีๆ ก็เกิดขึ้นได้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ผู้คนจำนวนมากเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หากในความโชคร้ายที่ประสบร่วมกัน ก็ยังมีแง่มุมดีๆ ที่ได้เห็นกันอยู่ นอกเหนือจากความมีน้ำใจของคนไทยในหลายสิ่งหลายอย่างแล้วก็คือความมีใจสู้ น้ำท่วมครั้งนี้ได้เห็นน้ำอดน้ำทนของเพื่อนร่วมชาติที่ไม่จมดิ่งพร้อมกับปัญหา หากแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองอย่างน่าทึ่ง

ในวิกฤต-มีโอกาส มอเตอร์ไซค์รับจ้างบางคนขับวินเคยได้วันละ 500-600 บาท ก็เปลี่ยนมาขับรถรับจ้างบนทางด่วน (อ๊ะๆ) บริการคนที่เอารถไปจอดหนีน้ำตามแนวทางด่วน ได้เป็นกอบเป็นกำวันละเป็นพันๆ บาท แม่ค้าขายน้ำขวด ทั้งน้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ที่เคยขายกันหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เคยมีรายได้วันละ 2,000 กว่าบาท ถูกน้ำไล่ที่ ย้ายไปขายเชิงทางด่วน รายได้เพิ่มเป็นวันละกว่า 4,000 บาท คนงานก่อสร้างเคยมีรายได้วันละ 300 บาท น้ำท่วมตกงานจึงมารับจ้างพายเรือบ้าง ลากเรือเข้าซอยบ้าง ได้วันละเกือบ 1,000 บาท

โชคดีในโชคร้าย ยิ้มพรายในฟองคลื่น

เพชร คำมาลา ทำโรงกลึงเล็กๆ กับลูกชาย 2 คน อยู่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 เมื่อน้ำท่วมจึงไม่มีงาน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการต่อเรือเหล็กขนาดนั่งได้ 3-4 คน จำนวน 2 ลำ เปลี่ยนจากช่างกลึงมารับจ้างพายเรือ หรือลากเรือเข้าซอย ลูกค้าเป็นคนบ้านน้ำท่วมที่ต้องการสัญจรไปมา ส่วนใหญ่ต้องการเข้าไปดูบ้าน ดูทรัพย์สิน รายได้ทุกวันนี้ตกคนละ 2,000 กว่าบาท

เขาบอกว่า เรือเหล็กหนัก พายลำบาก แต่คิดราคาสมเหตุสมผล ขนของไปกลับเที่ยวละ 300 บาท นั่งไปดูบ้านเฉยๆ ไปกลับเที่ยวละ 200 บาท ช่วงไหนตื้นก็ต้องลงไปลากต้านกับแรงน้ำ “ก็เหนื่อยมากนะ และซอยจรัญฯ 71 ก็ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร” ไม่เอาเปรียบใคร คนในซอยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน ถือว่าต่างคนต่างลำบาก ขอแค่หารายได้ทดแทนเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว

บุญฟู กองทา โชเฟอร์แท็กซี่ เล่าว่า เมื่อก่อนเหนื่อยก็หยุดพัก แต่ช่วงน้ำท่วมถึงเหนื่อยก็ต้องไม่หยุด เพราะรายได้ดีมาก ผู้คนไม่เอารถยนต์ออกมาขับเพราะกลัวน้ำ ต่างเรียกใช้บริการแท็กซี่ นอกจากนี้ต้องไม่ลืมว่าแท็กซี่บางส่วนก็กลายเป็นผู้ประสบภัย แท็กซี่ที่ขับหากินได้ในช่วงนี้จึงมีรายได้เพิ่มเท่าตัว ยิ่งถ้าไม่เลือกที่ท่วมที่แห้ง ถ้าพอไปได้ก็ไปหมด รายได้ทะลุ 4,000 บาทแทบทุกวัน

โชคดีในโชคร้าย ยิ้มพรายในฟองคลื่น

พี่ก๋า (ไม่ทราบชื่อจริง) เล่าให้ฟังถึงอาชีพคนขับเรือ หลายคนมาไกลจากนครสวรรค์ ซึ่งน้ำลดแล้วเลยหอบเรือลงมาทำวิน (เรือ) แถวฟิวเจอร์พาร์ค รายได้เป็นกอบเป็นกำเต็มมือ (แต่น้องน้ำ ไม่ชอบเลย เพราะบางลำก็ขูดแพงมากนะคะพี่) นอกจากนี้คือสินค้าน้ำท่วม ตั้งแต่ถุงทราย เรือ ไดโว และอีกจิปาถะที่ขายดิบขายดีไม่มีเลิก ก่อนนี้เปิดพื้นที่ริมเลียบทางด่วนรามอินทรา ปัจจุบันย้ายไปแถวแนวถนนรามคำแหง ใกล้ชุมชนลำสาลีพัฒนา ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำเงิน และอีกหนึ่งดัชนีบอกป้ายหน้าน้ำท่วม

ทำมาหากินดี อะแดปแปล๊บปล๊าบไอเดียกันมันส์หยด เห็นมีตั้งแต่ร้านอาหารลอยน้ำ ลอยแพ (ถาด) อาหารมาให้กินถึง (หลังคา) บ้าน รับฝากสัตว์เลี้ยง รับฝากรถดูแลอย่างดี เสริมสวยเดลิเวอรี พายเรือไปสระ เซต ทำสีให้ถึงบ้าน หัวละเท่านั้นเท่านี้ ถ้าเป็นศูนย์พักพิงคิดเหมาราคาพิเศษ ฯลฯ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายโครงการเรือนภิษา หนองปรือ ย่านพัทยาเหนือ บอกว่า ได้รับผลดีจากน้ำท่วมครั้งนี้ บ้านเดี่ยวเหลือขาย 3-4 หลัง ขนาด 95 ตารางวา ราคาเกือบ 5 ล้านบาท ก็มีคนหนีน้ำท่วมมาเช่าอยู่เดือนละ 2.5-3 หมื่นบาท เต็มทุกหลัง ส่วนใหญ่มีสัตว์เลี้ยงไปเช่าโรงแรมไม่ได้

โชคดีในโชคร้าย ยิ้มพรายในฟองคลื่น

ขณะที่ตึกแถวด้านหน้า 30 ห้อง เหลือ 7 ห้อง ห้องละ 3.3 ล้านบาท คน กทม. ซื้อไป 5 ห้อง เพราะต้องการกระจายความเสี่ยง ในภาวะปกติก็ให้เช่า หรือหาก กทม.จมน้ำบ่อยๆ จะได้ย้ายมาทำธุรกิจแถวพัทยาซะเลย

ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป ขยันคิดขยันทำไม่มีวันอดตาย โบราณเขาถึงว่าในความมืดมิดย่อมมีแสงสว่าง ไม่ต้องยกตัวอย่างไกล รายหนึ่งที่รู้จักกัน น้ำท่วมบ้านจนต้องอพยพไปอยู่กับญาติที่พัทยา ต้องไปกลับเพราะยังทำงานใน กทม. จนญาติเห็นใจ๊เห็นใจ ถึงกับออกปากเตรียมดาวน์ตึกแถวที่พัทยาปลอบใจให้ 1 คูหา...

อย่างนี้ไม่เรียกโชคดีในโชคร้ายแล้วจะเรียกอะไร (ฮา...ซะหน่อยน่า)

ข่าวล่าสุด

กระทรวงเกษตรฯ คุมเข้มทุเรียนภาคใต้ ดันส่งออก 1.5 แสนล้าน

กระทรวงเกษตรฯ คุมเข้มทุเรียนภาคใต้ ดันส่งออก 1.5 แสนล้าน