
กู้องค์กรก่อนน้ำลดแบบประหยัด (1)
ความจริงแล้วไม่อยากเขียนเรื่องน้ำท่วมหรอกนะคะ เพราะเกรงว่าคำว่า “น้ำท่วม” นี้จะไปสะกิดต่อมเครียดของหลายๆ
ความจริงแล้วไม่อยากเขียนเรื่องน้ำท่วมหรอกนะคะ เพราะเกรงว่าคำว่า “น้ำท่วม” นี้จะไปสะกิดต่อมเครียดของหลายๆ
โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความจริงแล้วไม่อยากเขียนเรื่องน้ำท่วมหรอกนะคะ เพราะเกรงว่าคำว่า “น้ำท่วม” นี้จะไปสะกิดต่อมเครียดของหลายๆ ท่านให้ผลิตความเครียดเพิ่มขึ้นมาอีก แต่วัตถุประสงค์ของคอลัมน์ในสัปดาห์นี้ก็เพื่อช่วยกันออกความคิดหาแนวทางบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้วกับมนุษย์เงินเดือน และบริษัทห้างร้านองค์กรต่างๆ หลังจากน้ำเริ่มลดในบางพื้นที่และเริ่มไปท่วมในบางพื้นที่ ทั้งนี้มีประเด็นทางด้าน HR อยู่หลายประเด็นด้วยกันที่องค์กรต้องเผชิญหน้าซึ่งก็คือ
การสูญเสียรายได้ขององค์กรเพราะผลกระทบน้ำท่วมทำให้ต้องปิดกิจการถาวรหรือชั่วคราว ทำให้เจ้าของกิจการอาจเริ่มคิดถึงการลดจำนวนพนักงานหรือยุติการว่าจ้างงาน
พนักงานของบริษัทได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ อีกทั้งพนักงานอาจมีปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือขาดเงินทุนในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ฯลฯ
ภาวะขวัญกำลังใจของพนักงานที่มีผลต่อการทำงานในระยะยาว
หลายองค์กร เช่น AIS และกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งมีผู้บริหาร HR มืออาชีพก็ได้ทยอยกันออกมาแสดงความเห็นและแบ่งปันแนวทางในการช่วยเหลือเกื้อหนุนพนักงานที่เป็นเหยื่ออุทกภัยให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ วีธีการเหล่านั้นก็คือการที่องค์กรมีนโยบายจัดงบประมาณความช่วยเหลือเรื่องบ้านที่อยู่อาศัย เงินกู้ การอนุญาตให้ทำงานจากบ้านโดยไม่ต้องเดินทางมาสำนักงานทุกวันเป็นต้น ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าชมเชยที่องค์กรมีความเอื้ออาทรพนักงาน และทำตัวเป็นที่พึ่งของพนักงานยามวิกฤตได้ อย่างไรก็ตามก็มีอยู่อีกหลายองค์กรที่แม้ผู้บริหารอยากจะช่วยเหลือพนักงานที่ทุกข์ยาก แต่ตัวผู้บริหารเจ้าของกิจการและองค์กรเองไม่มีงบประมาณที่จะทำได้ เพราะตัวเองหรือองค์กรเองอยู่สภาพร่อแร่เหมือนกัน ถ้าอยู่ใต้สภาพการณ์เช่นนี้ เชื่อได้ว่าองค์กรคงใช้นโยบายตัวใครตัวมัน เอาตัวเองให้รอดก่อน
เชื่อหรือไม่ว่าถึงแม้จะไม่มีงบประมาณเหลือเฟือ แต่องค์กรและHR ยังสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อช่วยกู้หรือประคองสถานการณ์ขององค์กรและพนักงานให้คงสภาพไปได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ความร่วมมือและการเสียสละของหลายๆ ฝ่ายในองค์กร เรามาดูซิว่าท่ามกลางวิกฤตอย่างนี้ เราจะทำอะไรกันได้บ้าง
เริ่มจากต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาก่อน โดยจะเป็นกรรมการหรือกลุ่มทำงานก็ได้ที่ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง (เจ้าของกิจการหรือ CEO) ผู้บริหารทุกระดับ ตัวแทนพนักงานและ HR ทำหน้าที่เป็นแกนประสาน
สำรวจปัญหาและความต้องการขององค์กรและพนักงานอย่างถูกต้อง แทนที่จะให้ผู้บริหารและ HR เป็นคนออกความคิดฝ่ายเดียวอย่างที่เคยเป็นมา แล้วให้พนักงานเป็นฝ่ายปฏิบัติ รับความช่วยเหลือหรือถูกกระทำ ให้คิดว่าเรื่องน้ำท่วมเป็นปัญหาของทุกคน ปัญหาของพนักงาน คือ ปัญหาขององค์กร และปัญหาขององค์กร คือ ปัญหาของพนักงาน หากสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ทุกคนก็จะมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้ทุกคนอยู่รอด เมื่อมีคณะกรรมการแล้วก็ให้เริ่มระดมสมองตั้งแต่ตอนน้ำยังไม่ลดนี้เลย หากเจอกันตัวเป็นๆ ไม่ได้ ก็อาจติดต่อพวกเขาผ่าน Social Network ต่างๆ เพื่อสำรวจปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับชีวิตส่วนตัวของพนักงานแต่ละคน เช่น บ้านใครจมน้ำมิดหลัง ใครสูญเสียมาก–น้อยเพียงใด ใครมีญาติป่วยที่ต้องการการรักษาพยาบาลขนย้ายจากพื้นที่น้ำท่วม ฯลฯ ขอแนะนำให้เริ่มถามไถ่สารทุกข์สุกดิบส่วนตัวก่อนเพื่อแสดงน้ำใจ อย่าเริ่มจากเรื่องงานขององค์กร เพราะคงทำให้พนักงานเสียความรู้สึกต่อไป HR ควรรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์จัดประเภทของปัญหาเพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
สัปดาห์นี้ ดำเนินยุทธการกู้องค์กรก่อนน้ำลดใน 2 ขั้นตอนนี้ก่อน พบกันคราวหน้าจะได้คุยกันถึงขั้นตอนต่อไป ในการบรรเทาปัญหาแบบมีงบกำจัด แต่ไอเดียไม่จำกัดกันนะคะ







