
เมื่อบ้าน (ต้อง) กลายเป็นที่ทำงาน
“จะกลับบ้านแล้ว วันนี้งานเสร็จเร็วอ่ะ... กลับบ้านระวังเปียกนะจ๊ะ... เดินทางกลับโดยปลอดภัยจ้า...”
“จะกลับบ้านแล้ว วันนี้งานเสร็จเร็วอ่ะ... กลับบ้านระวังเปียกนะจ๊ะ... เดินทางกลับโดยปลอดภัยจ้า...”
โดย..ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
“จะกลับบ้านแล้ว วันนี้งานเสร็จเร็วอ่ะ... กลับบ้านระวังเปียกนะจ๊ะ... เดินทางกลับโดยปลอดภัยจ้า...”
บทสนทนา ณ จุดนี้ ในวันที่น้องน้ำกำลังบุกกรุงเทพฯ เรื่องการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านที่ทำงาน กลายเป็นชีวิตประจำวันเรื่องยากลำบากของหนุ่มสาวออฟฟิศไปเสียแล้ว การแก้ไขปัญหาเวิร์ก@โฮม จึงเป็นทางเลือกเวิร์กที่สุด
‘งานที่บ้าน’ เป้าหมาย (ต้อง) มีไว้พุ่งชน
...เยอะนะ คนที่ (สามารถ) ทำงานได้ที่บ้าน เช่น รับออกแบบเว็บเขียนโปรแกรม งานประดิดประดอย กราฟฟิกออกแบบสิ่งพิมพ์ นักเขียน นักแต่งเพลง ศิลปินวาดภาพ หัตถกรรม อาหารแห้งสำเร็จรูป ฯลฯ หรือพับถุงกระดาษ (อิอิ ใครเถียง) SME เหล่านี้ใช้บ้านทูอินวันเป็นออฟฟิศมานมนาม แต่วันน้ำนองกรุงแบบนี้ “มนุษย์เงินเดือน” คืออีกกลุ่มคนที่ (ต้อง) ผันตัวมาทำงานที่บ้าน และ “ที่ไหนๆ ก็ได้” ที่คุณสามารถเข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้! นั่นคือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้คุณไม่ใช่คนตกงาน!!!
แน่นอนว่าอุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีเตรียมพร้อมไว้ทุกๆ คน โน้ตบุ๊ก ถ้าไม่ได้ทำงานกราฟฟิกก็ไม่ต้องสเปกสูงมาก รุ่น เอชพีพาวิลเลียน ซึ่งลองเลือกดูก็จะมีรุ่นย่อยๆ อีกหลายตัวคล่องตัวที่สุดในยุคน้ำท่วม ส่วนอินเทอร์เน็ต ใช้แอร์การ์ดง่ายๆ ก็ได้ มีซิมปุ๊บก็เริ่มงานได้ทันใด และหลายคนเริ่มคิดนอกกรอบ “อยู่บ้านอย่างนี้ทำอะไรก็ได้ ไม่มีเจ้านายมาคุม เล่นเกมส์ เข้าเน็ตได้ก็สบายเลยสิ” ช่วงนี้เลยเหมือนคนขี้เกียจผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมทำงาน เอาแต่นั่งจิบกาแฟไปวันๆ ทำอย่างไรดี? เผลอๆ น้ำอาจพัดพาไปอยู่กลุ่มคนตกงานก็เป็นไปได้!!! อุปนิสัยหลักๆ ที่คนทำงานจะประสบความสำเร็จ จึงต้องติดไว้ฝาบ้าน เช่น 1.แบ่งงาน งานสำคัญเร่งด่วน งานสำคัญไม่เร่งด่วน งานเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ 2.กระตือรือร้น ลงมือทำทันที 3.ไม่เสียสัจจะ ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ 4.ไม่หยุดการเรียนรู้ ใฝ่รู้อยู่เสมอ 5.กล้าตัดสินใจ กล้าหาญแต่ระมัดระวัง 6.ไม่คิดท้อ ไม่น้อยใจ ไม่โทษผู้อื่น (น้องน้ำ) หรือชะตาฟ้าดิน 7.ไม่สับสนวุ่นวายภายใต้แรงกดดัน 8.ข้อนี้ก็สำคัญนะอยู่บ้านอย่าละเลย รักษาความหิว ไม่กินให้อิ่มเกิน (ไม่เช่นนั้นก็ล้มตัวนอนได้สบายเลย) แล้วถ้าคุณเริ่มงานอย่างมีกฎระเบียบ งานที่บ้านก็จะเหมือนอยู่บ้านธรรมดาเลยนะ
‘ฮวงจุ้ย’ โต๊ะทำงานดี งานเพอร์เฟกต์
เมื่อกำลังใจพร้อม อุปกรณ์พร้อม “เทคนิคปรับ ‘ฮวงจุ้ย’ โต๊ะทำงานให้สมดุล” ก็เป็นอีกเรื่องที่ดีๆ ไม่ควรมองข้าม เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งเลยนะ จัดโต๊ะทำงานอย่างไรให้เสริมพลัง เพิ่มความสำเร็จ ในการทำงาน มีคำแนะนำง่ายๆ ลองพิจารณาดู เช่น
ตำแหน่งโต๊ะทำงานที่ดี อย่างแรกให้ดูที่ตำแหน่งด้านหลัง เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่าข้างหลังหมายถึงความมั่นคง ถ้านั่งหันหลังให้กระจกซึ่งเป็นวัตถุที่มีการสะท้อนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าหน้าที่การงานของคุณไม่แน่นอนแล้วนะคะ ทางแก้คือหามู่ลี่มาปิดทับบริเวณด้านหลังให้ทึบอยู่ตลอดเวลา หรือถ้ามีตู้ทึบอยู่ด้านหลังก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดี ควรนั่งหันหลังให้กำแพงและหารูปภาพมาติดไว้ตรงบริเวณด้านนี้ โดยเลือกที่มีความหนักแน่น เช่น ภูเขา ส่วนทิศทางตำแหน่งของการนั่งนั้น ถ้าเป็นห้องส่วนตัวควรตั้งโต๊ะไว้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้อย่างชัดเจน
ใครที่นั่งใต้คานจะส่งผลให้คนๆ นั้น มีความเครียดสูง การงานไม่ราบรื่น หรือทำงานผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในแผนกบัญชีหรือการเงิน อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ทางแก้ไขมีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุด คือการใช้คานให้เป็นประโยชน์ด้วยการแขวนนาฬิกา หรือติดหลอดไฟไว้ใต้คาน
ด้านขวาของโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งของการประสานงาน ความราบรื่น ให้วางพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีความสูงน้อยไว้ในส่วนนี้
ดีใจจัง (เร้ย) ...ไม่ต้องอยู่โอทีเรื้อรัง
“วันเสาร์อาทิตย์ เป็นวันที่ชอบมากๆ เลย อิสระดี ได้ทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเองบ้าง ไม่เหมือนวันทำงานที่ต้องทำตามใจผู้อื่น” ความคิดนี้เอาต์ไปทันใด เมื่อสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมทำให้หลายๆ คนต้องกลายเป็นคนทำงานที่บ้าน และใครชอบทำงานเวลาเจ้านายมา ปัญหาโลกแตกนี้กำลังจะหมดสิ้นไป (อิอิอิ) คือถ้ามองในแง่บวก การทำงานวันนี้คุณกำลังกลายเป็นนายของตัวเอง แต่ถ้ามองในแง่ลบคุณไม่มีแรงจูงใจ น่าเบื่อ ท้อแท้ อนาคตหลังน้ำลดแขวนบนเส้นด้ายอะไรประมาณนี้ บรรดาหนังสือแนวสร้างกำลังใจได้กล่าวถึง เคล็ดลับของความสำเร็จ มีติดบ้านติดโต๊ะทำงานไว้อ่านแนวคิดดีๆ บ้างก็ดี เช่น
ระมัดระวังความคิด มีคำพูดที่ว่า “คนเรา คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น” คิดดี ก็ได้ดี คิดว่าตนเองไม่มีคุณค่า ตนเองก็ไม่มีคุณค่า คิดว่าตนเองจะประสบความสำเร็จ ก็จะทำสำเร็จ คิดว่าตนเองทำไม่ได้ ก็จะทำไม่ได้ You are what you think. ความจริงเป็นเช่นนั้น
การตั้งเป้าหมายให้ชีวิตแต่เนิ่นๆ มนุษย์ทุกคนเกิดมาไม่มีใครรู้ว่า เราเกิดมาทำไม? มีหน้าที่อะไร? จะเดินทางไปไหน และอีก 10 ปี หรือ 20 ปี ข้างหน้า เราจะเป็นอย่างไร? อะไรคือจุดมุ่งหมายในชีวิต ผลของการไม่มีแผนที่ทำให้เรามีอิสระที่จะเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
ถ้าไม่มีเป้าหมายชัดเจน เราก็จะเป็นคนที่ไม่มีบุคลิกภาพมุ่งมั่น ดูไม่จริงจัง ไม่น่าเชื่อถือ เหมือนทำไปอะไรไปเรื่อยๆ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เป็นบุคลิกภาพที่จะไม่มีใครไว้วางใจให้ทำอะไรสำคัญ เพราะดูก็รู้ว่าคนๆ นี้ ขาดสิ่งที่เรียกว่า “พลังชีวิต” เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำงานที่ไหน ถ้ามีเป้าหมายชัดเจน สถานที่ก็ไม่ใช่ปัญหา







