
น้ำท่วมกายแต่ไม่ท่วมใจ พี่น้องไทย...สู้ๆๆ
น้ำท่วมไทยปี 2554 สาหัสสากรรจ์นัก ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้ถือว่าหฤโหดสุด ตอนนี้คนที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องเผชิญปัญหารอบด้าน
น้ำท่วมไทยปี 2554 สาหัสสากรรจ์นัก ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้ถือว่าหฤโหดสุด ตอนนี้คนที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องเผชิญปัญหารอบด้าน
โดย...หาตุ้ย
น้ำท่วมไทยปี 2554 สาหัสสากรรจ์นัก ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้ถือว่าหฤโหดสุด ตอนนี้คนที่ประสบภัยน้ำท่วมต้องเผชิญปัญหารอบด้าน ทั้งความไม่สะดวกในความเป็นอยู่ การกิน การนอน รวมไปถึงการขับถ่าย หลายครอบครัวทั้งบ้าน รถยนต์ ทรัพย์สินเงินทอง พื้นที่การเกษตรเสียหายสิ้น หนี้สินจ่อท่วมตัว เกินที่จะทำใจยอมรับได้ บางคนต้องสูญเสียคนที่รัก เกิดเจ็บป่วย นานาปัญหาประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรง บางคนเกิดอาการวิตกกังวลและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า!!
ภายใต้สภาวการณ์ความทุกข์บีบคั้นรอบทิศเช่นนี้ อย่าเพิ่งท้อแท้และสิ้นหวัง ชีวิตต้องก้าวต่อและขอให้เชื่อมั่นว่าทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ และลองเอาคำแนะนำดีๆ ของบุคคลต่อไปนี้ไปปฏิบัติดู เชื่อว่าจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
ทำใจรับภัยน้ำท่วมด้วยพุทธวิธี
คนไทยเดือดร้อนถ้วนหน้าจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่คราวนี้ การเยียวยาปัญหาต้องทำทั้งเฉพาะหน้าและหลังจากนั้นซึ่งเป็นเรื่องในระยะยาว แต่ในส่วนของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย แนะนำให้เรียนรู้วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ด้วย “พุทธวิธีทำใจรับภัยน้ำท่วม”
ประการแรก ถือหลักตนเป็นที่พึ่งของตนไว้ให้มั่น เพราะการมาของน้ำนั้นรวดเร็ว รุนแรง ไม่สนว่าเป็นกลางคืน กลางวัน ห้ามยาก หากมัวแต่รอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐก็จะทำให้แก้ปัญหาอะไรไม่ทัน ต้องพึ่งตนเองก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นต่อไป
สอง...ต้องยอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ หรือยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ต้องไม่ลืมว่าวัตถุทรัพย์สินเสียไปแล้วหาใหม่อีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าชีวิตเสียไปแล้วก็เหมือนกับจบสิ้นทุกอย่าง อย่าเสียดายสมบัติยิ่งไปกว่าชีวิต ควรดูแลตนเองให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด
สาม...รักษากำลังใจเอาไว้ให้ดี อย่าสูญเสียกำลังใจเพราะการสูญเสียกำลังใจก็เหมือนการสูญเสียทุกอย่าง
ประการสุดท้าย รู้จักเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการเรียนรู้ว่าปัญหาน้ำท่วมมาจากสาเหตุอะไร แล้วช่วยกันแสวงหาวิธีแก้ไขที่ยั่งยืนสืบไปในอนาคต เหมือนคำกล่าวที่ว่า...ความทุกข์มาปลุกให้เราตื่น!
“น้ำท่วมคราวนี้คนไทยควรจะตื่นตัวขึ้นมาอย่างพร้อมหน้าเพื่อร่วมกันแสวงหาวิธีรับมือภัยน้ำท่วมที่ได้ผลในอนาคต จงเรียนรู้จากน้ำ มองน้ำเป็นครู เพื่ออยู่ร่วมกับน้ำอย่างปลอดภัยไม่ยอมให้เกิดวิกฤตซ้ำซากจนกลายเป็นเทศกาล”
อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก วัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ให้กำลังใจในมุมธรรมะว่า สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นครั้งนี้เมื่อมองในแง่ธรรมะก็ถือว่าเป็น “เทวทูต” คือเทวดามาเตือนสติว่าชีวิตก็เป็นอย่างนี้ เป็นทุกข์ ไม่มีอะไรแน่นอน จึงไม่ควรใช้ชีวิตอยู่บนความประมาท การสูญเสียทรัพย์สินเงินทองเป็นความทุกข์ แต่ทุกข์มากกว่านั้นก็ยังมี สิ่งนั้นคือความตาย สูญเสียชีวิต และสิ่งนี้ก็จะต้องเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนและทุกชีวิต
“การดำเนินชีวิตหรือการปฏิบัติธรรม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ว่าจะทุกข์ขนาดไหนก็ตาม เราตั้งมั่นอยู่ในความดีความถูกต้องในทุกสถานการณ์ อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี
อดได้ คือ สิ่งที่เราต้องการแต่ไม่มี ทนได้ คือ มีในสิ่งที่เราไม่ต้องการ รอได้ คือ อยากจะได้ อยากจะทำเดี๋ยวนี้ แต่ยังทำไม่ได้ ด้วยใจดี คือ ด้วยใจสงบ ไม่ยินดี ยินร้าย หนักแน่น ไม่หวั่นไหว
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ความรักเสมอตนไม่มี หมายความว่า ให้เรารู้จักรักและเมตตาต่อตัวเอง คือทำจิตใจให้มีความสุขได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมกันนี้ก็ให้มีสติระลึกรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน ให้เอาลมหายใจเป็นกัลยาณมิตร คือมีลมหายใจเป็นเพื่อนที่ดีอยู่ภายในจิตใจของเราเสมอ แม้แต่ในท่ามกลางวิกฤตการณ์ก็ตาม
“จงยิ้มน้อยๆ ในใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย ทำใจสบายๆ และขอให้ทุกคนมีความหวังและมั่นใจว่าจะผ่านพ้นอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยจิตใจที่ดี อดได้ ทนได้ รอได้ ถึงแม้ว่าจะต้องตายก็พร้อมที่จะตายด้วยใจดี นี่คือความสำเร็จของชีวิต”
น้ำท่วมบ้านหลังนอกได้ แต่อย่าให้ท่วมหลังใน (ใจ)
ตั้งแต่สถานการณ์น้ำถล่ม จ.พระนครศรีอยุธยา เรื่อยมาถึงวันนี้ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน ต้องเดินทางไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอด ทำให้ได้เห็นความทุกข์ของผู้ประสบภัยจริงๆ ซึ่งนอกจากสิ่งของที่ขนไปช่วยแล้วท่านยังได้เรียนรู้ที่จะเยียวยาจิตใจเขาเหล่านั้นไปพร้อมๆ กันด้วย
“มีคุณยายคนหนึ่งหนึ่งน้ำกัดที่มือมากเลย บอกว่า แกหมดตัวแล้ว ไม่มีอะไรเหลือแล้ว...คุณแม่ก็เลยบอกคุณยายว่า คุณยายขา คุณยายยังเหลือชีวิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าคุณยายยังเหลือชีวิตอยู่ เรายังจะได้ทั้งหมดกลับคืนมานะคะ
น้ำเปียกกายเราได้ แต่อย่าให้ใจเปียก น้ำท่วมบ้านหลังนอกเราได้ แต่อย่าให้ท่วมบ้านหลังในหรือใจของเรา ปรากฏว่าคุณยายจากที่หน้าตาเศร้าหมอง ไม่มีชีวิตชีวา ก็กลับมาสดใสขึ้นในทันที”
แม่ชีย้ำอีกครั้งว่า เรื่องจิตใจหรือกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญมาก ในยามทุกข์ยากลำบาก ทุกคนอย่าได้ท้อแท้ สิ้นหวัง แต่จงเข้มแข็ง อดทน ถึงจะไม่เหลืออะไร ก็ขอให้ “เหลือชีวิต” แล้วเชื่อว่าทั้งหมดจะได้คืนกลับมา
รู้สึกเครียดก็จงระบายออกมาเถิด
นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ แนะวิธีตั้งสติรับวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยเริ่มต้นจากการยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว แต่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกเยอะ พร้อมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่สุดจะต้องผ่านไปได้ จากนั้นให้รวบรวมสติมองปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วจัดลำดับความสำคัญของปัญหาเพื่อช่วยลดความวิตกกังวลที่จะเกิดขึ้น
“ปัญหามีหลายเรื่อง มีเรื่องสำคัญน้อยแต่ด่วน เช่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการอยู่ การกิน การนอน ห้องน้ำ การขับถ่าย ปัญหาสำคัญต้องแก้ไขในระยะยาวก็มี เช่น การป้องกันน้ำท่วมจะทำอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่ด่วน การช่วยเหลือจากรัฐบาลหลังน้ำลด การเตือนภัย และอื่นๆ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ต้องแก้แต่ก็ยังไม่ด่วนเท่าชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงที่ประสบกับปัญหา”
การจัดลำดับความสำคัญจะช่วยลดความวิตกกังวลไปได้ เรื่องไม่ด่วนวางไว้ก่อน อะไรด่วนมากที่สุดค่อยๆ แก้ไปทีละข้อ เพราะการที่แก้ปัญหาได้สำเร็จไปทีละอย่างจะช่วยทำให้เกิดความมั่นใจ กำลังใจก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นจนกลายเป็นความเชื่อมั่นว่าจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้
“คนที่ประสบภัยต้องปรับวิธีคิดและปล่อยวางเรื่องทรัพย์สินสิ่งของนอกกาย อนาคตยังมีโอกาสหาใหม่ได้ พยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อลดการที่จะทำให้รู้สึกเครียดลงไป เพราะหลายคนเครียดเพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน นอกจากนี้ก็ให้เอาใจใส่ดูแลกันและกัน คนแข็งแรงต้องช่วยคนที่อ่อนแอ ต้องคอยให้กำลังใจคนที่รู้สึกหมดแรง ท้อแท้ ให้คนที่รู้สึกเครียดได้ระบายความรู้สึก รับฟัง และให้กำลังใจเขา แค่นี้ก็จะช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น”
ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมสู้ต่อไปครับ อย่าท้อแท้สิ้นหวัง เราคนไทยทั้งประเทศของเป็นกำลังให้ด้วยจิตเคารพ...สู้ๆ ครับ







