posttoday
ทางออก&ทางตัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ

ทางออก&ทางตัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ

14 ตุลาคม 2554

นํ้าท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่น้ำท่วมครั้งนี้อาจจะเป็นน้ำท่วม

นํ้าท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่น้ำท่วมครั้งนี้อาจจะเป็นน้ำท่วม

ครั้งรุนแรงและยาวนานที่สุดเท่าที่มีการวัดระดับและบันทึกในประวัติศาสตร์!!!???

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2485 ก่อนการสร้างเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ กรุงเทพฯ มีน้ำท่วมยาวนานถึง 3 เดือน แต่ครั้งที่มีระดับน้ำสูงที่สุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2538 ที่มีระดับน้ำสูงถึง 2.7 เมตร และท่วมนานกว่า 2 เดือน ด้วยเหตุการณ์น้ำท่วมทิ้งระยะเวลายาวนานพอ จนคนกรุงเทพฯ ลืม เราจึงไม่มีการเตรียมรับมือน้ำท่วมอย่างถูกวิธี

ความจริงแล้วกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำ ดังนั้นการที่กรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมทุกปีๆ จึงเป็นเรื่องไม่ผิดปกติไม่อย่างนั้นบรรพบุรุษคงไม่เลือกใช้เป็นพื้นที่ราบทำการเกษตร สำหรับการปลูกข้าวอย่างแน่นอน

ทางออก&ทางตัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ

ก่อนปี 2485 ที่มีการสร้างเขื่อน พื้นที่ราบลุ่มภาคกลางอย่างกรุงเทพฯ จะมีน้ำหลากจากทางเหนือรวมกับน้ำฝนจนเอ่อล้นเข้าท่วมกรุง แต่หลังจากมีการสร้างเขื่อนช่วยรับน้ำและเก็บไว้ใช้ในการเกษตร ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่มีเจอเพียงอย่างเดียวก็คือ การที่มีพายุเข้าใกล้จนเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เช่นในปีที่ผ่านๆ มาและในบางพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเพราะอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าระดับแม่น้ำยากแก่การระบายนั่นเอง

การระบายน้ำของกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาอาศัยการระบายน้ำใน 2 ส่วน ก็คือ การระบายน้ำลงสู่ทะเลในช่วงน้ำทะเลลด และการเก็บน้ำตามโครงการแก้มลิงในพระราชดำริทำให้ปัญหาน้ำท่วมที่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาไม่รุนแรงมากนัก

เทคนิคทางวิศวกรรมช่วยแก้

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ประธานคณะกรรมการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาการสร้างอุโมงค์ใต้ดินให้กับรัฐบาลในหลายโครงการ แนะนำการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของกรุงเทพฯ ว่า เราสามารถนำเทคนิคทางวิศวกรรมมาช่วยในการแก้ปัญหาและป้องกันน้ำท่วมได้

ทางออก&ทางตัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ

เทคนิคนี้โดยการใช้อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน จะเชื่อมต่อกับพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติหรือเทียมลึกลงไปใต้ดินประมาณ 20 เมตร อุโมงค์ลาดเอียงไปจนถึงจุดระบายน้ำอีกฝั่งหนึ่งที่ได้จัดเตรียมไว้ อาจเป็นทะเล จุดรับน้ำ หรือแก้มลิง วิธีนี้จะทำให้ตัวเมืองรอดจากการถูกน้ำท่วม และใช้ประโยชน์อื่นๆ อีกได้

ปัจจุบันประเทศมาเลเซียได้สร้างอุโมงค์ระบายน้ำ และอุโมงค์รถยนต์ควบคู่กัน ความกว้างประมาณ 10 เมตร ในสภาพปกติที่ไม่มีน้ำท่วมขังสามารถเปิดเป็นทางให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ แต่เมื่อเกิดพายุ น้ำท่วม จะปิดการจราจรเพื่อใช้อุโมงค์ดังกล่าวเป็นทางระบายน้ำ

“ตอนนี้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างมาก เพราะตอนนี้พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่รับน้ำของกรุงเทพฯ แต่เมื่อก่อสร้างท่าอากาศยานพื้นที่รับน้ำจึงลดลง กลายเป็นว่าหากมีน้ำที่สุวรรณภูมิมากพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมโดยรวมเช่นลาดกระบังจะเพิ่มขึ้น”

เตรียมคนเตรียมใจรับภัยพิบัตธรรมชาติ

“แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องของการก่อสร้างรับมือกับน้ำท่วม เพราะเราไม่มีทางรับมือกับน้ำท่วมครั้งต่อไปในอนาคตได้ มีข้อมูลหลายอย่างบ่งชี้แล้วว่าปรากฏการณ์เอลนินโญและลานินญา มีวงรอบถี่และมีความรุนแรงมากขึ้น ความรุนแรงของน้ำจะมีมากและเพิ่มขึ้นทุกปีๆ กรุงเทพฯ ไม่สามารถกันภัยพิบัติเกิดจากภัยธรรมชาติไปได้เลย ไม่ว่าเราจะออกแบบมาดีแค่ไหนก็ตาม”

ทางออก&ทางตัน ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ

ดร.สุชัชวีร์ เล่าต่อว่า “ล่าสุดผมไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในพื้นที่เกิดสึนามิ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีการเตรียมแนวกำแพงป้องกันคลื่น แต่เขาได้คำนวณและออกแบบไว้เป็นอย่างดีว่าถ้าเกิดสึนามิขึ้นมาคลื่นจะสูงเท่าไหร่ เขาทำให้สูงกว่าที่คำนวณ แต่ก็ไม่สามารถรับมือคลื่นยักษ์ที่เกิดจากพลังธรรมชาตินี้ได้เลย

กรุงเทพมหานครเองก็เช่นกัน แม้ว่าเราจะออกแบบมาดีแค่ไหน แต่ถ้าธรรมชาติจะเกิดภัยพิบัติเราก็ไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราสามารถให้ประชาชนรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ด้วยการให้ความรู้แจกคู่มือใช้งานเวลาเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ว่าประชาชนจะต้องทำอย่างไร เราจะสามารถทุเลาความเสียหายที่อาจเกิดกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้”

นักวิชาการท่านนี้ให้เสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 2 ทาง ทั้งการป้องกัน และการรับมือปัญหาในอนาคตที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น และจากประสบการณ์ในการเข้าพื้นที่ช่วยเหลือของ ดร.สุชัชวีร์ ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือแจกจ่ายเครื่องปั่นไฟมือและอุปกรณ์ยังชีพ จากผลงานนักศึกษาที่เข้ามาช่วยกันเป็นอาสาสมัคร

พบว่าเวลานี้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ควรรับทราบพื้นที่ปลอดภัยและจุดศูนย์รวมความช่วยเหลือที่พวกเขาสามารถติดต่อเดินทางที่ใกล้ที่สุดได้ การสื่อสารจะต้องไม่ติดขัดประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องส่งคำขอความช่วยเหลือไปที่ศูนย์กลาง และศูนย์กลางจะกระจายไปยังหน่วยที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อเกิดภัยขึ้นไม่มีใครรู้เลยว่าจะต้องเข้าไปรวมกันที่ไหนอย่างไร มากน้อยแค่ไหน จุดไหนที่ยังขาดความช่วยเหลืออยู่จนถึงบัดนี้

อนาคตจึงค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่ากรุงเทพฯ จะต้องเผชิญน้ำท่วมและภัยธรรมชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อยากที่จะป้องกันเราจึงควรวางแผนป้องกันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือความรู้และความมีวินัยของประชาชนเหมือนที่ชาวญี่ปุ่นร่วมแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปเมื่อครั้งสึนามิที่ผ่านมา แล้วสึนามิน้ำจืดของเราก็ต้องใช้โมเดลเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร