
ชรา บ่โรยรา
คนกรุงเทพฯ ยังเที่ยวได้ตามสบาย ถนนยังมีรถ รางยังมีรถไฟ ทางยังมีให้เดิน ทุกคนยังดำเนินตามปกติ นั่นเพราะกรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วม
คนกรุงเทพฯ ยังเที่ยวได้ตามสบาย ถนนยังมีรถ รางยังมีรถไฟ ทางยังมีให้เดิน ทุกคนยังดำเนินตามปกติ นั่นเพราะกรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วม
โดย..กาญจน์ อายุ
คนกรุงเทพฯ ยังเที่ยวได้ตามสบาย ถนนยังมีรถ รางยังมีรถไฟ ทางยังมีให้เดิน ทุกคนยังดำเนินตามปกติ นั่นเพราะกรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วม แต่ความผิดปกติมันกำลังเกิดขึ้นกับคนลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ ที่กำลังประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ (หรือผลประโยชน์ของมนุษย์ด้วยก็ไม่ทราบ) ชาวบ้านต่างเดือดร้อน ทั้งเรื่องอาหารการกิน ความปลอดภัย สุขภาพกายและจิต การคมนาคม รายได้ หนี้สิน ยาวไปถึงอนาคตหลังน้ำลด ในเมื่อบ้านเมืองถูกน้ำกลืน ผู้คนต้องดิ้นรนหาทางรอด ไม่มีปัจจัยใดๆ เลย ให้คนภายนอกอยากไปเที่ยว รายได้ที่ชาวบ้านเคยได้หายไปกับสายน้ำ แถมยังได้รับความลำบากมาแทน สันนิษฐานถึงสถานการณ์หลังน้ำลดก็คงไม่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มที่ เพราะต้องฟื้นฟูตัวเองให้เป็นปกติสักพัก
“คนในพื้นที่แห้งอย่าแล้งน้ำใจ” หลายหน่วยงานเปิดรับสิ่งของและเงินบริจาคเป็นช่องทางให้คนไม่เดือดร้อนแบ่งปันช่วยเหลือกัน อย่าคิดว่าเงินหรือสิ่งของเล็กน้อยที่เราให้จะช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอย่างไรเชือกเส้นใหญ่ก็มาจากฟางเส้นน้อยเสมอ
ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก่อน เพราะเป็นเรื่องใหญ่และต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อให้ชีวิตคนกลับมาอยู่ปกติ บ้านเรือนเป็นปกติ และการท่องเที่ยวเข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดิม
“ประชาชนอย่างเราทำให้น้ำลดไม่ได้ ก็ช่วยให้น้ำใจท่วมท้นแทนกันเถิด”
ในขณะที่สถานการณ์น้ำใน จ.เชียงใหม่ กำลังคลี่คลายเป็นข่าวดีให้คนเมืองเหนือดีใจว่า คนบ้านเฮาจะสบายดีขึ้น คนเชียงรายบ้านใกล้เรือนเคียงก็ดีใจไปกับข่าวนี้ แต่ในใจลึกๆ ก็ยังหวาดเสียวกับสถานการณ์น้ำท่วมในบ้านตัวเอง เพราะปริมาณน้ำกกขึ้นสูงจนน่าลุ้นว่าจะล้นหรือปริ่มตลิ่ง
วาระการมาเชียงรายครั้งนี้ มิใช่หนีน้ำท่วมแต่มาหาความลับเรื่องงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ม.ค.ปี พ.ศ. 2555 กับงานฉลองวันเกิดอายุครบ 750 ปี จ.เชียงราย ที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า จ.เชียงราย จะจัดงานใหญ่เป็นพิเศษ แต่ยังไม่ทราบว่างานยิ่งใหญ่นั้นคืออะไร
คนที่ให้คำตอบเรื่องนี้ได้คือผู้ร่วมจัดงาน หนึ่งในนั้นคือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่มีส่วนร่วมในงานเฉลิมฉลองในอีก 3 เดือนข้างหน้า อ.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หนึ่งในคณะกรรมการฝ่ายวิชาการ บอกว่า ในตอนนี้ ( วันที่ 3 ต.ค. 2554) ภาพรวมของงานยังเป็นแค่ไอเดีย ยังไม่ควบแน่นเป็นรูปเป็นร่าง เพราะการผลัดเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัด
“เชียงรายใช้ผู้ว่าฯ เปลือง” เขาว่า
ทำให้เรื่องการจัดงานยังไม่ได้ข้อสรุปสักเรื่องเดียว แต่แผนการที่ทางมหาวิทยาลัยได้คิดไว้และจะนำเสนอต่อจังหวัดมีหลายเรื่อง อย่างเรื่องจะเนรมิตให้เชียงรายเป็นเมืองดอกไม้ ไม่ว่าจะตามสวนสาธารณะ ไหล่ทาง หน้าบ้าน หน้าสำนักงาน ทุกที่จะปลูกไม้ดอกให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้ และจะพยายามผลักดันให้เชียงรายเป็นเมือง “ท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติ” งานที่ อ.พลวัฒเริ่มปูทางไว้แล้วคือ โครงการเปิดบ้านศิลปินเชียงราย ประจำปี พ.ศ. 2554 นำร่องก่อน 13 ศิลปิน เช่น ดอยดินแดง ของสมลักษณ์ ปันติบุญ หอศิลป์ เชียงรายไออุ่น ของชัยวิชิต สิทธิวงศ์ วัดร่องขุ่น ของเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หรือบ้านดำ ภาชนะห่อหุ้มจิตวิญญาณ ของถวัลย์ ดัชนี โครงการได้จัดทำแผนที่ให้นักท่องเที่ยวตามหาบ้านศิลปินทั้ง 13 คนทั่วเมืองเชียงราย ซึ่งนอกจากจะได้เสพผลงานศิลปะหรืออาจโชคดีได้สนทนากับศิลปินตัวจริงแล้ว ยังเป็นโอกาสเปิดหูเปิดตาชมทัศนียภาพเชียงรายตามเส้นทางบ้านศิลปินนี้ด้วย
อ.ลพัฒ บอก “โครงการบ้านศิลปินทำให้ศิลปะกับประชาชนใกล้ชิดกันขึ้น” คนเริ่มให้คำนิยามตัวเองว่าเป็นนักสะสมงานศิลปะจากการซื้อสินค้าทางศิลปะ ช่องว่างระหว่างงานศิลป์ชั้นสูงกับชาวบ้านถึงจุดบรรจบกัน กลายเป็นว่าชาวบ้านทำให้ศิลปะมีคุณค่าขึ้นและศิลปะก็ทำให้ชีวิตคนรื่นรมย์ขึ้น
อีกโครงการที่ อ.พลพัฒภูมิใจนำเสนอคือ “อาร์ตแกลเลอรีในศาลากลางจังหวัดแห่งแรกในประเทศไทย” รวบรวมรูปภาพและงานศิลปะ 128 ชิ้น เช่น ภาพเขียนฝีมือ อ.ถวัลย์ ดัชนี งานปั้นจากคุณนริศ รัตนวิมล จากคำบอกเล่าของ อ.พลพัฒยั่วยวนให้ไปเห็นอาร์ตแกลเลอรีที่ศาลากลางจังหวัดด้วยตัวเองในทันที และเมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเองก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นทันทีเช่นกัน (ถ้าคิดให้ละเอียดความประหลาดใจน่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่า) เพราะผลงานศิลปะอันมีค่าและมีคุณค่าถูกแขวนอยู่ตามผนังตรงบันได หน้าลิฟท์ และหน้าห้องน้ำ! เหมือนเป็นงานศิลปะประดับสำนักงานที่มีป้ายเตือนข้างๆ ว่า “ห้ามสัมผัส”
“อาร์ตแกลเลอรีในศาลากลางจังหวัดแห่งแรกในประเทศไทย หมดความน่าสนใจลงด้วยตัวมันเอง ถ้าต้องการให้แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จต้องเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง หนึ่งคือเปลี่ยนสถานที่จัดแสดงรูปภาพทั้งหมด แนะว่าน่าจะอยู่ด้วยกันในห้องหรือชั้นเดียว เพื่อง่ายต่อการชมและอารมณ์ในการเสพ สองคือไม่เปลี่ยนตำแหน่งงานศิลป์แต่ต้องมีป้ายบอกตำแหน่งภาพทั้ง 128 ภาพ ให้ผู้ชมเดินดูได้ถูกทาง และเพื่อไม่ไปรบกวนเวลาราชการของเจ้าหน้าที่ที่ต้องคอยตอบคำถามในสิ่งที่ตัวเองไม่ทราบแน่ชัด” ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นความคิดของฉันเองที่ยังไม่แน่ใจนักว่า ถ้าแก้ตามแล้วอาร์ตแกลเลอรีแห่งนี้จะสมบูรณ์ แต่มั่นใจว่ามันจะดีขึ้นกว่าตอนนี้แน่นอน
แนวคิดทำให้เมืองเชียงรายเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้เพราะเชียงรายมีต้นทุนทั้งสามด้านอยู่แล้ว งาน 750 ปี จเชียงราย อาจเป็นเครื่องพิสูจน์แนวคิดนี้ ดังนั้นแล้ววันที่ 26 ม.ค. 2555 เป็นวันครบรอบ 750 ปี เต็มต้องคอยติดตามว่าเชียงรายจะเซอร์ไพรส์คนไทยอย่างไร
เชื่อว่านักท่องเที่ยวรู้จักชื่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่ไม่ทราบว่าด้านในมีสิ่งเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นแล้ว ด้วยเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ของมหาวิทยาลัย ทำให้มีพื้นที่เหลือพอให้ทำสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษา แต่ด้วยความสวยงามของการจัดวางพันธุ์ไม้ การตัดแต่งกิ่ง และการดีไซน์สวน ทำให้มันกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวให้อารมณ์คล้ายสวนหลวง ร.9 ที่กรุงเทพฯ และมีพื้นที่พอให้ประเทศจีนมาลงทุนสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ซึ่งเป็นการลงทุนแบบให้เปล่าแก่มหาวิทยาลัยเพื่อฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 100 ปีของสมเด็จย่า ทั้งด้านนอกและด้านในสร้างและตกแต่งแบบจีน แม้กระทั่งเครื่องปรับอากาศก็ขนมาจากประเทศจีน
ความประหลาดใจอีกที่คนดูนกน่าจะรู้จักดีที่ทะเลสาบเชียงแสนหรือหนองบงคาย ทะเลสาบขนาดใหญ่เป็นที่อยู่ของนกท้องถิ่น เช่น นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกอีล้ำ และที่พักของนกอพยพ เช่น นกกระเรียนแกลบและนกลองเทล ช่วงนกชุมจะอยู่ระหว่างเดิน พ.ย. – มี.ค. ช่วงนั้นนักท่องเที่ยวและนักดูนกก็ชุมตามไปด้วย โดยจะมาตั้งเต็นท์นอนกันในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคายริมทะเลสาบนั่นแล นอกจากเต็นท์ยังมีบริการบ้านรับรองสองหลัง นักท่องเที่ยวสามารถมาพักได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (แต่จะรับบริจาคค่าน้ำค่าไฟแทน) ต้องโทรศัพท์มาจองแต่เนิ่นเพราะเมื่อเข้าน่าดูนกคนจะเต็มตลอด ใครสนใจติดต่อไปยังหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย คุณป๊อด วชิรายุ เกียรติบุตร โทร. 0817644990
ห่างออกไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรจะถึงตัวเมืองเชียงแสนเป็นอำเภอหนึ่งใน จ.เชียงราย อีกหนึ่งเรื่องเซอร์ไพรส์ คือการย้อนเวลากลับสู่อดีต เพราะใน อ.เชียงแสน เป็นแหล่งโบราณสถาน เช่น กำแพงเมือง เจดีย์ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ ยังคงอยู่ทั่วอำเภอเป็นความฉงนใจว่าทำไมโบราณสถานทั้งหลายยังไม่ถูกทำลาย แต่กลับอยู่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน คนปัจจุบันเองก็พยายามไม่สร้างบ้านเรือนให้แปลกแยกไปกับสิ่งที่มีอยู่ก่อน ช่างเป็นเมืองที่จมอยู่กับอดีตของแท้
เชียงรายเป็นเมืองชราที่ไม่โรยราเสน่ห์ของเมืองเหนือ
ไม่ว่าเชียงรายจะอายุครบกี่ปีหรืองานเฉลิมฉลองจะยิ่งใหญ่เรียบง่ายก็ไม่สำคัญ เท่ากับสิ่งที่เชียงรายมีอยู่อย่าง “ถาวร” นั่นคือ “ศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และคนเชียงราย”
&<2288;
&<2288;







