
พุทธศาสนากับความเป็นหนึ่งด้วยการปฏิบัติ (ตอน ๒)
ปุจฉา : กราบนมัสการ พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ พระอาจารย์อารยะวังโส
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ได้ทราบว่าหลวงพ่อรับกิจนิมนต์ไปประเทศจีนในช่วงกลางพรรษา เพื่อโปรดคณะศรัทธาทางจีน ในความเป็นจริงพุทธศาสนาในประเทศจีน ทิเบต เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นมหายานนิกาย ส่วนประเทศไทยของเราเป็นเถรวาทนิกาย จึงให้มีคำถามว่า จะสงเคราะห์กันได้อย่างไรในเมื่อความเชื่อ/ศรัทธาต่างนิกายกัน แม้พุทธศาสนาเหมือนกัน และหรือหลวงพ่อปฏิบัติหรือสั่งสอนด้วยธรรมบทใด จึงทำให้มีผู้ศรัทธา จึงมีกิจนิมนต์ไปโปรดชาวจีน ตามที่ทราบข่าวมาจากคณะศิษย์ศรัทธาของหลวงพ่อ
คำถามดังกล่าวมิได้มีเจตนาล่วงเกินใดๆ เพียงเพื่อขอความรู้ด้วยจิตคารวะอย่างแท้จริง
เคารพอย่างสูงโดยธรรม
ทพญ.ไพพัชรทพ.ต่อถาวร จันทามงคล
วิสัชนา : พอดีกับอาตมารับนิมนต์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปบรรยายการสอนในเรื่องพุทธเศรษฐศาสตร์ ให้กับนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ ภาควิชาอินเตอร์ มีคณาจารย์และประชาชนเข้าร่วมรับฟังเต็มห้องด้วยความตื่นตัวใคร่ต้องการเรียนรู้ในการดำเนินชีวิต เพื่อมุ่งประโยชน์สุดโดยธรรม ตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา ในรายละเอียดของการบรรยายนั้น อาตมาได้ลงลึกไปถึงรากฐานแห่งคำสั่งสอนที่ปรากฏในพระสูตร ซึ่งแสดงให้เห็นกระบวนการจัดระบบชีวิต เพื่อให้เกิดประโยชน์และมีความทันสมัยต่อทุกสถานการณ์แม้ในปัจจุบัน สำคัญที่สุด คือ การแก้ไขปัญหาในทุกประเด็นได้อย่างฉับพลัน เป็นการก้าวสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการจัดความสัมพันธ์ที่ดีในการเสริมสร้างศักยภาพ มุ่งสู่ประสิทธิภาพอันสูงสุด ที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมและสิ่งแวดล้อม และได้ชี้แสดงให้เห็นปัญหาของโลก หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เพราะไม่เข้าใจไม่เข้าถึงหัวใจของพุทธศาสนา ที่กล่าวแสดงไว้ในเรื่องดังกล่าว เรียกสรุปโดยย่อว่า “เศรษฐธรรม” อีกทั้งอาตมายังกล้ารับรองกับนักศึกษานานาชาติ
โดยเฉพาะที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ปัญหาวิกฤตการณ์ทางด้านเศรษฐกิจที่ปรากฏเกิดขึ้นในสังคมโลก ไม่ว่าวิกฤตการณ์เงินในอเมริกาหรือยุโรป ปัญหาวิกฤตการณ์โลกร้อน ปัญหาจากวิกฤตการณ์ความจำกัดในทรัพยากร หรือปัญหาวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร ที่จะปะทุขยายตัวมากขึ้นในสังคมโลก สามารถแก้ไขได้ หากนำกระบวนการในพุทธเศรษฐศาสตร์ไปใช้อย่างจริงจัง... และอาตมายังกล่าวโดยสรุปว่า ภายใน ๒๓ ปีนี้ โลกจะต้องพูดถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า “เศรษฐธรรม” อย่างแน่นอน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก และปัญหาวิกฤตการณ์ในทุกๆ ด้านของประชาคมโลก เพราะทุกๆ ทฤษฎีของนักปราชญ์ทางโลก ไม่ว่าจะเป็นแนวปรัชญาใดๆ ได้เดินทางมาสู่ทางตันแล้ว เมื่อพบกับธรรมนิยามในโลกนี้ ที่ไม่เคยมีใครแก้ปัญหาดังกล่าวได้เลย จะมีแต่เฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้น ที่ได้รู้แจ้งในธรรมนิยามดังกล่าว ซึ่งได้แสดงความละเอียดชัดเจนในความจริงดังกล่าวไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ทั้งความเกิดขึ้นและความสิ้นไป พระพุทธศาสนาจึงกล้าหาญประกาศหลักความจริงว่า ความทุกข์ทั้งปวง...ปัญหาทั้งหลาย สามารถทำให้สิ้นไปได้ หรือทำให้ดับไปได้ ด้วยข้อปฏิบัติในพระพุทธศาสนา ตามหลักมัชเฌนธรรม โดยมีข้อปฏิบัติตามแนวมัชฌิมาปฏิปทา...
สำหรับการบรรยายในครั้งที่ ๓ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ ๒ พ.ย. จะประชุมรวมใหญ่ ทำการสอน มีปุจฉาวิสัชนาในทุกๆ ด้าน และทราบว่าจะมีคณาจารย์ภาคนิติศาสตร์เข้าร่วมรับฟังด้วย เพราะจะมีประเด็นหลักนิติธรรมที่ต้องกล่าวถึง อันสัมพันธ์กับเศรษฐธรรม จึงประกาศข่าวมาเพื่อทราบ หากมีผู้สนใจจะร่วมเข้ารับฟัง หรือแสดงความเห็นใดๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ โดยแจ้งความจำนงไปยังเศรษฐศาสตร์ ภาคอินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
จากการรับไปบรรยายการสอนในเรื่องพุทธเศรษฐศาสตร์ตามที่กล่าวมาโดยสรุป จึงทำให้อาตมารับนิมนต์ในส่วนของศรัทธาและพระสงฆ์จีนด้วย โดยอาศัยกระทำสัตตาหกรณียะ ครั้งเดียวในกิจนิมนต์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้งานอื่นด้วย จึงยินดีรับกิจนิมนต์ในห้วงเวลาของการจำพรรษา ซึ่งโดยปกติอาตมาจะไม่รับนิมนต์ที่จะต้องเดินทางไปไกลๆ และต้องไปค้างคืน แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะควร ก็ยินดีสงเคราะห์รับนิมนต์
อ่านฉบับพรุ่งนี้







