
เดือดร้อนทั่ว..น้ำท่วม
ได้มีโอกาสไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่แถวๆ บ้านจำปาหล่อ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
โดย...ปู โลกเบี้ยว
ได้มีโอกาสไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่แถวๆ บ้านจำปาหล่อ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง มีผู้คนที่บ้านถูกน้ำท่วมหลายครัวเรือนที่ต้องอพยพจากบ้านตัวเอง แล้วไปอาศัยอยู่ตามท้องถนน โรงเรียน สถานที่ราชการ ที่พอจะอาศัยอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นวัดคงต้องบาย เพราะวัดก็เอาตัวไม่รอดเหมือนกัน น้ำท่วมโบสถ์ซะครึ่งเข้าไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีกำลังใจดีอยู่ เห็นยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ใช่ว่าไม่เศร้านะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ต้องยอมรับสภาพกันไป
ส่วนที่ปูไปเยี่ยมเยือนพวกเขาเนี่ยเป็นส่วนที่น่าสรรเสริญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ต้องเสียสละ ยอมให้ทางการเอาคันดินมากั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำมันไหลทะลักเข้าตัวเมืองอ่ะ แล้วด้วยสภาพที่เป็นพื้นที่ต่ำจึงทำให้น้ำถูกขังมาหลายสัปดาห์แล้วล่ะ บางแห่งโดยเฉพาะใต้ต้นไม้จะเห็นขยะไหลมารวมกองกันไว้ น้ำบริเวณนั้นก็เริ่มเป็นฟองแล้ว มีหลายหน่วยงานเข้าไปช่วย ด้วยการมอบของยังชีพ แต่นั่นก็คงยังชีพได้เพียงไม่กี่วัน ลองคิดถึงสภาพตอนที่น้ำมันลดลงไปแล้วซิ บ้านเรือนจะเป็นยังไง จะทำมาหากินอะไรกันล่ะเนี่ย กว่าจะฟื้นฟูให้เหมือนเดิมคงยาก
ดูจากข่าวแล้วเห็นไร่นาจมน้ำแล้วไม่อยากจะคิดเลยว่า อีกหน่อยเราจะมีข้าวกินกันมั้ย
ที่บ้านจำปาหล่อเนี่ยผู้คนน่ารัก อาจเป็นเพราะมีผู้นำดีด้วยมั้ง ไม่มีการแย่งข้าวของกันนะ เขาจะนับบ้านเลยว่าหมู่ไหนมีกี่บ้านก็เอาไปเท่านั้นถุง ที่บ้านนี้มีนายก อบต. ชื่อพี่มานพ และมีกำนันหญิงพี่พิมพ์ คอยดูแลความเรียบร้อยและช่วยเหลือลูกบ้าน ปูถามพี่พิมพ์เป็นไงมาไง เป็นกำนันหญิงได้ล่ะ พี่แกบอกว่าเป็นตามสามี เมื่อก่อนก็เป็นสารวัตรคอยตรวจการณ์ช่วยสามี พอสามีเกษียณเลยสวมตำแหน่งเป็นซะเองเลย ยุคนี้หญิงต้องแกร่งและเก่งด้วยเนอะ
ตอนขนข้าวของไปช่วยเขาปูก็เห็นว่าเขาเอาของไปกองๆ ไว้แต่ละกองไม่เท่ากัน บางกองก็ล้นซะ บางกองก็มีอยู่ไม่ถึง 50 ถุง ปูก็เลยบอกให้เอามากองให้เท่าๆ กันซิ พวกพี่ๆ เขาก็ว่า แต่ละหมู่ มีบ้านไม่เท่ากันค่ะ บางหมู่ก็มีบ้านคนอยู่น้อย บางหมู่ก็มีคนอยู่มาก เออ! ดีแฮะ ไม่แย่งกันดี
คราวก่อนเคยไปแจกอีกจังหวัดหนึ่ง มีพระลูกวัดองค์หนึ่งลุยน้ำออกมารับของบริจาค แต่ออกมาองค์เดียว ทางการเขาก็แยกของให้เป็นกองๆ เหมือนกัน แยกกันไป อันนี้ของวัด อันนี้ของญาติโยม หลวงพี่ก็มัวแต่เดินไปหาคนมาช่วยขน กลับมาอีกทีของหายเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่สองสามห่อ ก็ชาวบ้านน่ะซิ เห็นไม่มีใครเฝ้าก็เข้ามาแย่งชิงเอาไปหน้าตาเฉยเลย ห้ามก็ไม่ฟัง บอกกำลังจะอดตายแล้ว ของพระของเจ้าก็ไม่ละเว้น เฮ้อ!
ปูได้มีโอกาสพายเรือเข้าไปในหมู่บ้าน ถนนที่เคยมีรถวิ่งคนเดินกลายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ เลยล่ะ เพราะน้ำสูงประมาณบ้าน 2 ชั้น2 ชั้นครึ่ง ก็ร่วม 23 เมตรได้มั้ง เพราะตอนที่แล่นเรือเข้าไป ปูสามารถเอื้อมมือไปจับโคมไฟถนนได้ คิดดูซิสูงมั้ยล่ะ บ้านไหนมี 2 ชั้นก็ยังพอจะอาศัยอยู่บนชั้น 2 ได้ บ้านไหนมีชั้นเดียวเลิกเลย โน่นไปอยู่บนถนนใหญ่โน้น
เจอพวกคนแก่ๆ ที่หวงบ้าน นั่งแช่น้ำเฝ้าบ้าน ตัวเปียกผ้าขาวม้าแฉะเชียว ปูก็ว่าทำไมคุณตาคุณยายไม่ขึ้นไปอยู่บนถนนหรือโรงเรียนที่เขาจัดไว้ให้ล่ะ คุณยายแกบอกว่าห่วงสมบัติ ขโมยมันเยอะ ถ้าไม่เฝ้ามันขนไปหมด โอ้โห! ไอ้พวกนี่ก็ช่างนะ คนเขาลำบากกันขนาดเนี้ย น้ำท่วมบ้านจนจะถึงหลังคาแล้ว มันก็ยังจะหาโอกาสอีกแน่ะ
อ้าว! แล้วยายนอนไหนล่ะ “ก็เอาไม้กระดานพาดขื่อหลังคานอน” ไงไอ้ขโมย แกมีความเพียรแค่ไหน พวกคุณยายเขาก็มีความเพียรเช่นกันแหละแก
แต่ก็น่ากลัวนะ เคยมีคนรู้จักอ่ะค่ะ แถวบางบัวทอง ปทุมเนี่ยแหละ น้ำท่วมชั้น 2 ขึ้นมาถึงเข่า ก็เอาไม้กระดานพาดระหว่างหน้าต่างกะหน้าต่าง แล้วเอาที่นอนวาง คงจะเหนื่อยเพราะไหนจะต้องเฝ้าของ ไหนจะต้องคอยระวังน้ำที่มันสูงขึ้นตลอดๆ อีก ตกดึกนอนท่าไหนไม่รู้ตกจากที่นอน ลงไปบนพื้นชั้น 2 ที่มีน้ำแค่เข่านั้นแหละ ตายเลยอ่ะดิ เพลียจนไม่รู้เรื่องอ่ะแย่เลย
คุณยายพอเห็นปูก็ถามเลขเด็ดเลย ปูก็ว่ายายจะเอาไปทำไมจะไปซื้อได้ที่ไหนน้ำท่วมอย่างงี้ ยายหัวเราะเห็นเหงือกเลย บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกไอ้หลานเอ๋ย เพราะที่นี่น่ะเจ้ามือเขาพายเรือมารับกันถึงบ้านเลยน่ะซิ อ้าว! เป็นไงล่ะ เดลิเวอรีซะด้วย







