
จัดหีบห่อเพลงรัก "นิติพงษ์ ห่อนาค"
หลังโบกมือบ๊ายบายออกจากตึกแกรมมี่ ดูเหมือนว่าสารพัดโปรเจกต์ทั้งงานราษฎร์
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
หลังโบกมือบ๊ายบายออกจากตึกแกรมมี่ ดูเหมือนว่าสารพัดโปรเจกต์ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง งานกุศลต่างๆ ก็ประเดประดังถาโถมมาสู่มือ ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค แทบไม่ว่างเว้น
เรียกว่าฮอตไม่เสื่อมคลายจริงๆ สำหรับนักแต่งเพลงอารมณ์ดีคนนี้
บนเส้นทางบันเทิงกว่า 30 ปี จากคนเบื้องหลัง ทำหน้าที่แต่งเพลงปลุกปั้นนักร้องจนโด่งดังมามากมาย จนขึ้นสู่ทำเนียบผู้บริหารค่ายเพลงอันดับ 1 ของเมืองไทย ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตด้วยการยื่นจดหมายลาออก โผบินสู่ชีวิตคนดนตรีอิสระเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ณ จุดนี้ เจ้าตัวนั่งยันนอนยันว่ามีความสุขสุดๆ
“เกือบๆ 8 เดือน หลังออกจากตึกนั้น ก็มีคนมาชวนไปทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด คนนั้นลากไปที คนนี้ลากไปที ทั้งงานแต่งเพลง อัลบั้มการกุศล พิธีกร ไปเป็นครูในบ้านเอเอฟ พูดง่ายๆ คือใครชวนไปทำอะไรโอเคหมด ให้มันมีงานทำพอให้มันเต็มอาทิตย์น่ะ (หัวเราะ) งานเยอะกว่าเดิมอีก แต่สนุกกว่า”
ภายใต้บริษัท สหภาพดนตรี ผลิตผลงานดนตรีดีๆ ออกมาสู่คนฟังโดยไม่หวังผลกำไร และหวังดึงศิลปินรุ่นใหม่จากทุกค่าย ทุกสังกัดมาร่วมงานกัน ซึ่งงานแรกที่เพิ่งเปิดตัวไปก็คืออัลบั้มทองผืนเดียวกัน ที่มีศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรีแถวหน้ากว่า 30 ชีวิต จากทุกค่าย ทุกสังกัดร่วมกันผลิตเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในวันที่ 5 ธ.ค.ศกนี้
“สหภาพดนตรี ความคาดหวังคือเป็นบริษัทดนตรีที่สร้างขึ้นโดยคนทำเพลง โดยคนทำงาน ไม่ใช่จากนักลงทุน กติกาที่วางไว้ก็เพื่อรองรับคนทำงานโดยไม่หวังผลกำไร แต่เพื่อผลงานดีๆ ที่เกิดจากศิลปินทุกคนมีความสุขในการทำงาน
อัลบั้มทองผืนเดียวกันน่าปลื้มใจมากๆ ที่ทุกค่าย ทุกบริษัทมาร่วมกันหมด เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้เห็นภาพคนดนตรีมาทำงานร่วมกันได้เยอะๆ ในอัลบั้มเดียวกัน เป็นภาพชัดเจนว่าต่อไปเราคงทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข”
นิติพงษ์ ยังเต็มใจรับหน้าที่เทรนเนอร์ด้านการร้องให้เหล่านักล่าฝันในเวทีอะคาเดมี แฟนเทเชีย หรือเอเอฟ และบทบาทพิธีกรหน้าใหม่ในรายการ “บางนา–ท่าเรือ” ทอล์กโชว์อารมณ์ดีทางช่องป๊อปของไลฟ์ทีวี
ล่าสุดกับโปรเจกต์ยักษ์ในละครเวที “รักเธอเสมอ เดอะ มิวสิคัล”
ละครเวทีแนวโรแมนติกดรามาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทเพลงรักจากปลายปากกาของ นิติพงษ์ ห่อนาค โดยคัดเอาเพลงรักอันเป็น “ที่สุด” 30 เพลง จากทั้งหมดกว่า 400 เพลง ตลอด 30 ปีบนเส้นทางนักแต่งเพลง มาถ่ายทอดร้อยเรียงอารมณ์และจินตนาการของผู้ชมให้ร้องตามและอิ่มเอมไปกับเรื่องราวอันแสนประทับใจตลอดทั้งเรื่อง
ไม่ว่าจะเพลงรักเธอเสมอ สัญญาต้องเป็นสัญญา อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ช่างไม่รู้เลย ก้อนหินกับนาฬิกา เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม แพ้ใจ คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ... แววตา ปราสาททราย ฝังไว้ในผืนดิน อาจจะเป็นคนนี้ พรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันไหม ลงเอย มีแต่คิดถึง รักแท้ยังไง ฯลฯ ผ่านบทบาทการร้องและแสดงของเหล่านักร้องคุณภาพ กอล์ฟ พิชญะ พัดชา เอเอฟ บี พีระพัฒน์ ป่าน วีทรีโอ แหวน ฐิติมา และแม็ค เอเอฟ 6
“เพลงที่เขียนไว้ทั้งหมดมีประมาณ 400 เพลงน่าจะได้ หนึ่งในไอเดียที่คิดไว้คืออยากจะทำละครเพลง เพราะละครเพลงเป็นศิลปะที่รวมเอาทุกอย่างไว้มากที่สุดในเวลาเดียวกัน เป็นงานที่ยาก สนุก ท้าทาย คิดว่าถ้าเป็นละครเพลงที่เอาเพลงที่มีคนรู้จักและร้องตามได้ก็น่าจะสนุกขึ้นไปอีก ผู้ชมไม่ต้องมาทำความรู้จักกับเพลงใหม่ แต่เขารู้จัก ใกล้ชิด รู้ความหมายและอารมณ์ของเพลงอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่อยู่ในใจคนอยู่แล้ว”
กว่า 2 ปีเต็มตั้งแต่คิด เตรียมงาน เขียนบท คัดเลือกเพลง แคสติงนักแสดง จนนาทีนี้ที่กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ละฝ่ายทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ต่างซักซ้อมกันอย่างจริงจัง ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อขึ้นเวทีจริงในอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้า
รักเธอเสมอ เดอะ มิวสิคัล เป็นเรื่องราวรักสี่เส้าของ 2 หนุ่มและ 2 สาว ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาเพื่อปมความรักที่หาทางแก้ไม่ได้ ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง แฝงด้วยความสนุกสนาน มากอารมณ์ขัน โดยฉากหลักของเรื่องอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
นับเป็นครั้งแรกของละครเวทีเดอะมิวสิเคิลที่ได้นำเอาสุดยอดระบบไลฟ์มัลติมีเดียระดับเวิลด์คลาสมาใช้ โดยทีมงานมืออาชีพที่เปี่ยมประสบการณ์ด้านอีเวนต์และโปรดักชัน อำนวยการผลิตและสร้างสรรค์โดย เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานบริหารร่วม อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำลองกลิ่นอายบรรยากาศยิ่งใหญ่ตระการตาของเมืองนิวยอร์ก ตึกร็อกกีเฟลเลอร์ ลานน้ำแข็ง เทพีเสรีภาพ และหิมะโปรยปราย มาไว้บนเวทีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
“ต้องยกเครดิตให้คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ตัวจักรสำคัญในการปลุกกระแสการดูละครเวทีให้คนในสังคมหันมาสนใจ ทั้งที่เพอร์ฟอมานซ์ อาร์ต ไม่ว่าจะเป็นลิเก โขน ลำตัด หรืออย่างละครเวทีนี่เป็นศิลปะชั้นสูง แต่ช่วงหลังๆ มีงานแสดงน้อย ผู้ชมก็น้อย ก่อนจะหายไปหมดเลย ไม่มีคนดู เพราะคนแห่ไปดูหนังกันหมด
มาตอนนี้กระแสละครเวที หรือเดอะมิวสิเคิลในเมืองไทยดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชมมากขึ้น มีงานแสดงเยอะขึ้น คุณภาพเราก็ไม่แพ้ต่างชาติ เป็นศิลปะที่น่าส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นคนจัด คนแสดง ทั้งหมดล้วนเป็นผู้เสียสละ มาด้วยใจ เพราะมันไม่คุ้มค่าความเหนื่อยเท่าไหร่ ถ้าเอาความเหนื่อยไปทำอย่างอื่นได้เงินเยอะกว่า
เพลงรักเธอเสมอนี่ไม่ได้หมายถึงเพลงรักสมหวัง แต่เป็นเพลงของคนที่รักกัน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยภาพรวมแล้วนี่เกือบเป็นครั้งแรกของนักแสดงทุกคนในการเล่นละครเวที ต้องใช้เวลาคัดเลือกตัวนักแสดงนานมากๆ เพราะบางคนเล่นดี แต่ร้องไม่ดี หรือบางคนเล่นดี แต่มาจับคู่กันแล้วทำให้อีกคนดร็อปลง คัดอยู่นานกว่าจะลงตัวอย่างที่เห็น
ทุกคนทุ่มเทมาก ต้องอุทิศตัวเองมากกว่างานอื่นๆ คิวงานแต่ละคนก็เยอะอยู่แล้ว แต่ยังต้องเอาเวลามาซ้อมร่วมกันทั้งหมด นักแสดงทุกคนมีความเสียสละ มีความตั้งใจจริงๆ” ดี้ เล่าด้วยน้ำเสียงประทับใจ
สำหรับนักแต่งเพลงดังผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่า 30 ปีเต็มในวงการดนตรี เขายอมรับว่าแม้สุขภาพจะไม่แข็งแรงดังเดิม แต่ก็ยังคงทำงานหนัก สนุกกับงานและเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอเหมือนสมัยหนุ่มๆ
“ทำงานหนักไม่ทำร้ายใคร เพราะงานทั้งหมดไม่ได้มีอะไรที่เข้าข่ายเครียด แต่การใช้ชีวิตต่างหากที่ต้องระวัง บางทีเหลวไหลไปหน่อย เรื่องเฮฮาปาร์ตี้ นอนดึก เพราะเราเป็นคนทำงานตอนกลางคืน 3 ทุ่มไปจนกระทั่งตี 5 กลางวันก็ออกไปเจอผู้คน มันเป็นรูทีนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องปรับตัวใหม่”
“30 ปีผ่านไป รู้สึก ...เร็วเนอะ (หัวเราะ) แต่ก็ยังดีใจที่เรายังทำงานได้อยู่ เครื่องยนต์ยังดี ยังวิ่งได้”
และแล้วบทสนทนา 1 ชั่วโมง จบลงด้วยเสียงหัวเราะของผู้ชายอารมณ์ดี ดี้นิติพงษ์ ห่อนาค คงต้องรอชมกันว่าละครเวทีเรื่องรักเธอเสมอ เดอะ มิวสิคัล ยังเจ๋งอย่างที่พี่เขาว่าไว้รึเปล่า
ไม่นานเกินรอ







