
แจ๊คจารุพงศ์ กล้วยไม้งาม ‘เสียงเพลงนำทาง’
จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม หรือ แจ๊ค แบล็กแจ๊ค ลูกรักคนใหม่ของเฮียฮ้อ อาร์เอส ได้เปลี่ยนลุคจากหนุ่มใสๆ
จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม หรือ แจ๊ค แบล็กแจ๊ค ลูกรักคนใหม่ของเฮียฮ้อ อาร์เอส ได้เปลี่ยนลุคจากหนุ่มใสๆ
โดย..กาญจน์ อายุ
จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม หรือ แจ๊ค แบล็กแจ๊ค ลูกรักคนใหม่ของเฮียฮ้อ อาร์เอส ได้เปลี่ยนลุคจากหนุ่มใสๆ ในวง ไนซ์ ทู มีต ยู มาสู่ลุคเข้มกับการออกอัลบั้มเดี่ยวแบล็กแจ๊ค ลุคที่บ่งบอกความเป็นตัวเขามากกว่า ด้วยประสบการณ์ในวงการเพลงกว่า 5 ปี ทำให้แจ๊คมีโอกาสเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตและเปิดประสบการณ์ใหม่ที่เขาไม่เคยได้เจอ ซึ่งเขาได้เข้าใจแล้วว่าการเดินทางมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตมากขนาดไหน
เส้นทางสายเสียงเพลง
ด้วยความที่ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ แจ๊คจึงเดินทางบนสายเสียงเพลงมาตลอดตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เป็นตัวแทนร้องเพลงในงานโรงเรียน และไล่ตามฝันโดยการเข้าประกวดบนเวทีต่างๆ นับสิบเวทีแต่ด้วยบุญพาวาสนาไม่ส่งเขาจึงตกรอบแรกมาตลอด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่หยุดร้องเพราะเชื่อว่าตัวเองมีความสามารถ ร้องเพลงได้เพราะไม่แพ้ใคร
“แจ๊คไม่เคยมีอารมณ์ท้อ แม้ว่าจะต้องเดินทางไปแข่งต่างจังหวัดก็จะไป แจ๊คเป็นพวกหัวชนฝาต้องการทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ และที่ตอนนั้นยังไม่สำเร็จแจ๊คคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวลาที่ยังไม่ใช่เวลาของแจ๊ค”
จนวันหนึ่งความสามารถและหน้าตาของแจ๊คก็เข้าตาแมวมองของอาร์เอส เขาจึงได้เข้าไปแคสติงร้องเพลงแต่ความสำเร็จมันไม่ได้มากันง่ายๆ แจ๊ครอการเรียกตัวเป็นปี ความหวังการได้เป็นนักร้องในค่ายเพลงใหญ่ระดับประเทศเริ่มเลือนราง แต่ในที่สุดเขาก็ถูกเรียกตัวมาร่วมวง ไนซ์ ทู มีต ยู
จากวงบอยแบนด์หน้าใสขวัญใจแฟนเพลงสาวเล็กสาวใหญ่ วันหนึ่งวงไนซ์ ทู มีต ยู ยุติการร้องเพลงแต่สำหรับสมาชิกในวงได้แตกไปทำตามฝันของตัวเองต่อไป สำหรับแจ๊คเขายังเลือกเดินบนเส้นทางนี้โดยการออกอัลบั้มเดี่ยวในนามแบล็กแจ๊ค เปลี่ยนลุคขาวใสให้เข้มขึงด้วยสีดำ ซึ่งลุคนี้เขาบอกว่า “ใช่ตัวแจ๊ค”
“ตอนอยู่ในวงแจ๊คพูดน้อยมาก แต่พอต้องทำงานคนเดียวเราต้องเอนเตอร์เทนคนดูเอง ถามว่าเหงาไหม ก็เหงานะครับ แต่อัลบั้มเดี่ยวมันทำให้เป็นตัวเองเต็มที่และมีส่วนร่วมกับอัลบั้มมากขึ้นด้วย เช่นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม หรือเรื่องแนวดนตรีในเพลงที่แจ๊คได้มีโอกาสเข้าไปช่วยมากกว่าเดิม”
เสียงเพลงนำทาง
ตั้งแต่เป็นวงจนถึงบินเดี่ยวแจ๊คได้เดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศไทยมันเป็นการบังคับให้เขาต้องเดินทางซึ่งนั่นทำให้เขาเรียนรู้หลายสิ่งมากขึ้น
อย่างแรกที่การเดินทางสอนเขาคือ “บางสิ่งเงินซื้อไม่ได้”
“ตอนที่แจ๊คอยู่บนเวทีไม่ว่าจะไปที่ไหนจังหวัดไหนคนที่อยู่ข้างหน้าเราทุกครั้งคือแฟนเพลง พวกเขาคือคนที่รักแจ๊ค รักเพลงของแจ๊ค โดยที่ไม่มีใครบังคับเขาให้มาทำแบบนี้ มันคือสิ่งที่ใช้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อให้แฟนเพลงมาทำหรือเลิกทำไม่ได้ และมันยังเป็นประสบการณ์ของนักร้องคนหนึ่งที่เขามีต่อแฟนเพลงโดยที่เงินให้ไม่ได้เช่นกัน”
อย่างที่สองเป็นการเดินทางที่เขาเลือกไปเองซึ่งเขาไม่เคยคิดว่า “การเดินทางจะทำให้เจอเรื่องไม่คาดฝัน”
ต้องเกริ่นก่อนว่าแจ๊คมีงานอดิเรกเป็นการแข่งรถ เขาหลงใหลรถแข่ง สะสมรถ และสนใจเรื่องรถแข่งเป็นพิเศษ การเดินทางครั้งนั้นเขาเลือกไปประเทศญี่ปุ่น เขาเลือกที่จะนอนในบ้านบนภูเขาเพื่อให้ได้บรรยากาศธรรมชาติของญี่ปุ่น แต่ตกดึกคืนหนึ่งเขาได้พบกับภาพที่เขาอยากเห็นมาตลอดชีวิต นั่นคือ แก๊งรถแข่งญี่ปุ่นออกมาวิ่งแข่งกันบนถนนบนภูเขาที่เขานอน เป็นเหมือนภาพในภาพยนตร์ที่เขาเคยดูและเป็นภาพที่เขาจะจำไปตลอด การไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนั้นจึงเป็นครั้งที่ประทับใจและเหลือเชื่อมากว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้
ถ้าให้เลือกสถานที่เที่ยวจะเลือกที่ไหน?
“แจ๊คเลือกภูเขามากกว่าทะเล เพราะภูเขาเงียบกว่า สงบกว่า มีเวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า และยังอากาศเย็นกว่าด้วย ถ้าทะเลต้องเป็นทะเลเงียบๆ เช่นที่เกาะล้าน เป็นสถานที่ที่แจ๊คแพลนไว้ว่าจะไปเพราะหลายคนที่ไปบอกว่าเงียบเหมาะแก่การพักผ่อน”
จากสถานที่ที่ได้ท่องเที่ยวมาชอบที่ไหนเป็นพิเศษ?
“ชอบประเทศนิวซีแลนด์ เพราะเป็นประเทศที่ยังมีธรรมชาติอยู่มาก ความเจริญของเขาสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว อีกที่คือลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่แจ๊คไปบ่อยมาก เพราะมีสวนสาธารณะเยอะ ลอนดอนเป็นเมืองเต็มตัวแต่ก็ยังแบ่งพื้นที่ให้ต้นไม้”
แบบนี้เรื่องท่องเที่ยวไทยสำคัญไหม?
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเที่ยว การได้เที่ยวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่ผิดมันเป็นเรื่องการเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้เที่ยวได้ไกลขึ้นเห็นสิ่งใหม่ๆ ขึ้นกว่าเดิม แต่ใครที่คิดว่าการเที่ยวประเทศเป็นเรื่องเท่ แล้วไม่เที่ยวในไทยเป็นเรื่องไม่เท่ ไม่สำคัญ แจ๊คคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะประเทศไทยมีสิ่งที่น่าสนใจให้เห็นอีกเยอะ ทุกจังหวัดมีที่ให้เที่ยวหมด เราแค่เริ่มออกเดินทางก็จะได้เห็นมัน”
มุมพิเศษของแจ๊ค
เมื่อไม่นานมานี้แจ๊ครับประทานอาหารมังสวิรัติ จากคนที่ชอบกินเนื้อย่างมากจนวันหนึ่งเขารู้สึกสงสารสัตว์ที่เขาได้กินไป จึงหักดิบตัวเองเลิกกินเนื้อสัตว์แล้วหันมากินมังสวิรัติแทน หนึ่งปีผ่านไปวันนี้เขาต้องเริ่มรับประทานเนื้อปลาเพราะร่างกายขาดโปรตีน ซึ่งคาดว่าถ้าร่างกายกลับมาเป็นปกติก็จะกลับไปกินมังสวิรัติอีกครั้ง







