
เที่ยวไทยฯ ตอนเที่ยวทีละก้าว ‘เที่ยว’ที่เป็นมากกว่าคำว่า‘เที่ยว’
“เที่ยว” คำคำนี้ผมว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าหมายความว่าอย่างไร
“เที่ยว” คำคำนี้ผมว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าหมายความว่าอย่างไร
โดย..นิธิ ท้วมประถม
“เที่ยว” คำคำนี้ผมว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าหมายความว่าอย่างไร
“เที่ยว” คำคำนี้เป็นที่ต้องการของหลายๆ คน
แต่คำว่า “เที่ยว” ในความหมายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน...
“เที่ยว” ของบางคนอาจจะเป็นเพียงการเดินทางออกนอกบ้าน เพียงแค่ไปทำบุญต่างจังหวัด ไปรับประทานอาหารต่างจังหวัด แค่นั้นก็อาจจะคือ “เที่ยว” ของคนบางคน
หรือคำว่า “เที่ยว” ของบางคนอาจจะเป็นเพียงการไปถ่ายรูปกับป้ายแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ การไปช็อปปิ้งซื้อสินค้าโอท็อป นอนค้างต่างจังหวัดสักคืน รับประทานอาหารอร่อยๆ รายทางก็เป็นการเที่ยวของใครอีกหลายคน รวมไปถึงการเที่ยวต่างประเทศที่เพียงแค่ไปถ่ายรูป แล้วก็ต้องไปที่อื่นต่อ แบบที่เรียกว่า “ชะโงกทัวร์” ก็ถือว่าเป็นการเที่ยว
แต่ก็มีอีกหลายคนที่คำว่า “เที่ยว” นั้นกินความหมายลึกซึ้งว่าต้องเป็นการเข้าไปสัมผัสตัวตนของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร มีความเป็นอยู่อย่างไร มีประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นอย่างไร
ทั้งหมดที่ผมบอกนั้น ไม่มีการ “เที่ยว” อะไรที่ผิด เพราะหากบอกว่าจะไปเที่ยวแล้ว สิ่งเดียวที่เราต้องการกลับมาคือ ความสุข และประสบการณ์ใหม่ๆ ของการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
ก็สิทธิของเรานี่นา... จะเที่ยวแบบไหนก็เรื่องของเรา เราถนัดแต่ไปถ่ายรูป แต่งตัวเดิร์นๆ หรือแบบวินเทจไปถ่ายรูป ก็สิทธิของเรา ยังไงเราก็ไปเที่ยวไปกระจายรายได้ให้กับท้องถิ่นเหมือนกัน จะมาว่าอะไร...?
หุหุ ไม่มีใครว่าใครผิดอยู่แล้วงานนี้ แต่ตอนนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้มีแนวคิดใหม่ที่จะให้นักท่องเที่ยวเที่ยวแบบมุมมองใหม่ ไม่ได้เที่ยวแบบชะโงกทัวร์ หรือไปถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วบอกว่าไปเที่ยว แบบนี้ไม่เอา
โดยการเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ ททท.จะนำเสนอนั้น เป็นการท่องเที่ยวแบบที่เรียกว่า เที่ยวทีละก้าว เที่ยวแบบช้าๆ ขึ้น
แต่ไม่ต้องตกใจนะครับว่าจะให้เที่ยวยังไงทีละก้าว กว่าจะไปถึงแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งไม่ต้องใช้เวลาเป็นปีเลยเหรอ หรือจะเป็นการเที่ยวแบบเดินจงกรมหรือเปล่า ทีละก้าว ทีละก้าว พร้อมกำหนดลมหายใจไปด้วย แบบนี้ก็ไม่ใช่
เที่ยวทีละก้าว นั้นหมายความว่า เป็นการเที่ยวแบบไปดื่มด่ำ ไปสัมผัสกับตัวตนของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องไปเยอะแหล่ง ไปแหล่งเดียวก็ได้ แต่ไปแล้วไปใช้ชีวิตกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ให้เต็มอิ่ม ไปดูว่าที่นั่นเขามีวิถีชีวิตอย่างไร มีความเป็นอยู่อย่างไร ลองเอาเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเหล่านั้น
ทำให้ ททท.เปิดโครงการ “เที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว เปลี่ยน 1 วันหยุดให้เป็นวันช้าๆ กับ My Slow Day” โดยเริ่ม 10 เส้นทางเที่ยวเมืองเหนือก่อน เพราะภาคเหนือเรามีเส้นทางน่าเที่ยวอยู่มาก
สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าฯ ททท. บอกว่า แนวคิดการท่องเที่ยวแบบช้าๆ นี้ เป็นแนวความคิดที่ได้รับความนิยมจากหลายประเทศทั่วโลก โดยเน้นให้นักท่องเที่ยว “เดินทางท่องเที่ยวแบบช้าแต่ลึก” หวังให้นักท่องเที่ยวมองเห็นคุณค่าของการท่องเที่ยวที่มีต่อชีวิตและสังคม
เบื้องต้น ททท.ได้เปิดเส้นทางแนะนำการท่องเที่ยวแบบช้าๆ 10 เส้นทางแนะนำในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งถือว่ามีความพร้อมของสถานที่และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบช้าๆ และนอกจากภาคเหนือแล้ว ก็ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในหลายพื้นที่ รวมไปถึง 50 เขตของกรุงเทพมหานครด้วย ซึ่งอีกไม่นานก็น่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการ
สำหรับ 10 เส้นทางท่องเที่ยวแบบช้าๆ ในพื้นที่ภาคเหนือนั้น ไม่ได้ปล่อยให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันแบบตามบุญตามกรรม นอนวัด กินข้าวลิง นะครับ แต่ ททท.ได้เชิญ “นิ้วกลม” นักเขียนชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดความคิดและประสบการณ์การเดินทางผ่านเว็บไซต์ www.slowtravelnorth.com นำเสนอ 10 แง่คิดในการเดินทางเที่ยวทีละก้าวผ่าน 10 เส้นทางแบบช้าๆ ว่าเป็นอย่างไร โดยมีภาพประกอบเรื่องราวท่องเที่ยวจากการวาดของ “แป้ง” ภัทรีดา ประสานทอง นักวาดภาพประกอบชื่อดังมาช่วยให้เรื่องน่าอ่านอีกด้วย
ผู้ว่าฯ ททท. ท่านย้ำว่า แนวความคิดในการท่องเที่ยวทีละก้าวจะทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือจากการไปพักผ่อนหย่อนใจหรือความบันเทิง แต่มองการท่องเที่ยวมีคุณค่าทั้งต่อชีวิตและสังคม เพื่อต่อยอดการสร้างเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่
“เที่ยวทีละก้าวจะตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาคุณค่าและความสุขในชีวิตมากกว่าความคุ้มค่าทางการเงิน ซึ่งสังคมไทยในช่วงหลังเริ่มมีการเร่งรีบกันมากขึ้น ทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งต้องการอะไรที่ช้าลง ททท.จึงได้เสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่นี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้”
ที่สำคัญ ททท.ได้ร่วมมือกับ 20 ที่พักในภาคเหนือ มอบสิทธิพิเศษสำหรับการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าว โดยออกแพ็กเกจยิ่งพักนานยิ่งถูก ส่วนลดอาหารพื้นเมือง บริการรถจักรยานหรือแพ็กเกจซิตี ทัวร์ ฟรี อีกด้วย หุหุ อย่างนี้เริ่มน่าสนใจเสียแล้วสิ
ยิ่งพักนานยิ่งถูก เริ่มน่าสนใจแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับ ททท.ว่า การท่องเที่ยวแบบช้าๆ แบบทีละก้าวนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ข้อมูล” ของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ ต้องมีให้พร้อม เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้รู้ว่าควรไปเที่ยวอะไร ที่ไหน และอย่างไร
นักท่องเที่ยวเองก็ควรจะต้องศึกษาและอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นด้วยว่ามีความสำคัญอย่างไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร จะทำให้เราเที่ยวได้อย่างสนุกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีไกด์ก็ได้ครับ ลองอ่านเยอะๆ แล้วตามไปดูของจริง เที่ยวแบบนี้สนุกแน่
ถ้าเราไม่รู้อะไรเลย เราก็จะไปเที่ยวแบบ “ไม่เห็นมีอะไรเลย” ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็ไป เราต้องกลับไปคิดแล้วว่า ไม่เห็นมีอะไรเลยจริงๆ แล้วคือเราไม่รู้อะไรเลยหรือเปล่า
สำหรับเส้นทางทั้ง 10 เส้นทางที่ ททท.มาบรรจุให้เป็น My Slow Day นั้นประกอบด้วย
1.ช้าๆ ดีกว่าโฉบเฉี่ยว
แทนที่จะเดินทางท่องเที่ยวแบบรวดเร็วราวกับขี่จรวด หรือซ้อนท้ายเสือชีตาห์ ลองหันมาเลือกยานพาหนะเคลื่อนตัวช้าอย่าง จักรยาน สามล้อถีบ รถม้า ขี่ช้าง ล่องเรือ ล่องแพ หรือแม้แต่ใช้บริการเท้าทั้งสองข้างของเราเอง ยานพาหนะที่เคลื่อนตัวช้าย่อมทำให้เราเห็นสองข้างทางมากขึ้น และใช้เวลากับมันมากขึ้น
เส้นทางแนะนำ : ขี่จักรยานชมบ้านเก่า คุ้มเก่า จ.แพร่
2.เห็นมากกว่าแค่มอง
หลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในดวงตาของเรานั้นเป็นเพียงแค่การมอง แต่มิใช่การเห็น ความช้าทำให้เราเห็นถึงคุณค่า ที่มา เรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งเหล่านั้น การให้เวลากับสิ่งต่างๆ มิเพียงจะทำให้มันงดงามขึ้น แต่ยังทำให้เราได้รับความสุขมากขึ้นจากการมองและเห็นความงามของสิ่งนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรม ศิลปะ สถาปัตยกรรม การแสดง การละเล่น เทศกาล ตลอดจนธรรมชาติอันงดงาม
เส้นทางแนะนำ : ชมความวิจิตรของสถาปัตยกรรม จิตรกรรมในเส้นทาง จ.น่าน
3.ได้ดมดีกว่าแค่ได้ดู
เมื่อเดินช้าลง ก็มีเวลาให้จมูกได้สูดกลิ่นของสิ่งแวดล้อม บางสถานที่เหมาะสำหรับการเที่ยวด้วยจมูกอย่างยิ่ง เพราะมีนานากลิ่นให้สูดเข้าไปเพิ่มความสุข ทั้งกลิ่นหอมจากมวลหมู่พฤกษานานาพันธุ์ ไล่เลยไปถึงกลิ่นหอมจากใบชาและกาแฟ ซึ่งบางสายพันธุ์ถึงขั้นหอมไกลเป็นหมื่นลี้ หอบจมูกหลบคาร์บอนไดออกไซด์มาให้รางวัลกับมันในสถานที่ที่จมูกของคุณจะมีความสุขบ้างก็น่าจะดีมิใช่หรือ
เส้นทางแนะนำ : ทำรูจมูกให้กว้างๆ สูดกลิ่นใบชา ดอกไม้ และสายหมอกที่ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย
4.ชิมช้าๆ ดีกว่าฟาสต์ฟู้ด
มาเที่ยวทั้งที จะรีบกินรีบลุกไปไหน เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่สำหรับคนไทย ควรให้เวลาและให้รางวัลกับลิ้นของเราบ้าง ลองหย่อนอาหารท้องถิ่นใส่ลิ้นและฟันทั้งสามสิบสองซี่ให้ได้ลิ้มรสกับอาหารโฮมเมดสูตรเฉพาะของชาวบ้าน รับรู้ความสดของพืชผักปราศจากสารพิษที่ชาวบ้านปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ แถมยังได้ลองชิมอาหารแปลกลิ้นที่หาชิมไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองกรุง
เส้นทางแนะนำ : ลิ้มรสอาหารเมืองเหนือที่ลึกล้ำ ณ เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์
5.ลงมือมากกว่าแค่ลงจอด
สำหรับคนที่ชอบลงมือลงไม้ กิจกรรมบางอย่างคุณสามารถลงไปขลุกด้วยตัวเอง แทนที่จะทำเพียงจอดรถแล้วก็เดินชมแบบผ่านตา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนทำอาหารพื้นเมือง ลองปลูกผักตักปุ๋ย หรืออยากลองสานตะกร้า ปั้นหม้อ ทอผ้า เก็บไข่เป็ดไข่ไก่ก็ยังไหว หากใครใจดีจะยกมือเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์เพื่อชุมชน ช่วยสร้าง ช่วยซ่อม ช่วยทำนุบำรุงสถานที่ต่างๆ ให้ชาวบ้านไปด้วยก็ยิ่งรื่นเริงใจกันทั้งสองฝ่าย
เส้นทางแนะนำ : ลงไม้ลงมือที่โครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบินสุโขทัย จ.สุโขทัย
6.คุยมากกว่าลุย
แทนที่จะตะลุยดุ่มๆ ไปเรื่อยๆ แบบเร็วรี่ ลองแวะเข้าร้านเข้าบ้านชวนลุงป้าน้าอารวมถึงเด็กๆ ระหว่างทางมาจับเข่าคุยกันเล่นๆ คุณอาจได้เห็นสถานที่นั้นในมุมที่ต่างไป ได้รู้อะไรลึกกว่าที่เคย และอาจได้เข้าใจวิถีชีวิต ความคิดที่แตกต่าง ความสุข ความทุกข์ ที่ต่างไปจากเรา บางคนเคยบอกไว้ “สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเวลาเดินทางก็คือผู้คนระหว่างทางนั่นเอง”
เส้นทางแนะนำ : ล่องเรือคุยเล่นกับชาวบ้านริมน้ำที่มีวิถีชีวิตในจังหวะเนิบช้า จ.อุทัยธานี
7.เป็นคนเนียนมากกว่าแค่เป็นคนนอก
ตีซี้กับเจ้าถิ่น ร่วมกินนอนกับเขา เข้าแถวร่วมขบวนรำฟ้อนในเทศกาลงานบุญต่างๆ อย่างแนบเนียน ทั้งสนุก มีความสุข ได้เรียนรู้ ราวกับอยู่ในพื้นที่นี้มานาน ร่วมการละเล่น เทศกาล ประเพณี แบบมีพี่เลี้ยง ให้ชาวบ้านสอนภาษา หัดแต่งตัวแบบเขา กินอย่างเขา อยู่อย่างเขา ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา เขาก็สนุก เราก็สุขใจ
เส้นทางแนะนำ : ไปทำเนียนในประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด แห่งจองพารา จ.แม่ฮ่องสอน
8.เก็บความทรงจำมากกว่าจำนวน
ให้เวลากับแต่ละสถานที่มากขึ้น อาจทำให้นึกสนุกอยากบันทึกความทรงจำด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการใช้สมองจดจำ หรือบางคนอาจจดมันใส่สมุดบันทึกเป็นตัวอักษรส่วนตัว บางคนอาจนำเอาไปบอกเล่าต่อในเฟซบุ๊กหรือในบล็อก บ้างชอบวาดก็วาด ชอบระบายสีก็ละเลง สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพเมื่อเที่ยวช้าๆ ก็มีเวลานั่งรอจังหวะพระอาทิตย์สวย ก้มลงเก็บภาพหยาดน้ำค้าง หรือเฝ้ารอจังหวะที่ผีเสื้อจุมพิตดอกไม้เพื่อกดชัตเตอร์ เก็บความงามและความทรงจำนั้นกลับบ้านไป แม้อาจจะไม่ได้ไปหลายที่ แต่มีความทรงจำที่เต็มอิ่ม
เส้นทางแนะนำ : ทำหนังสือบันทึกการเดินทางส่วนตัว–บันทึกผ่านวิถีชีวิตชาวเมืองนครไก่ขาว จ.ลำปาง
9.อยู่กับธรรมชาติมากกว่าดูธรรมชาติ
คลุกคลีตีโมงกับธรรมชาติ มิใช่เพียงยืนชมความงามอยู่ห่างๆ ทำความรู้จัก รับรู้ปัญหา และท่องเที่ยวแบบดูแลรักษาเชิงอนุรักษ์ สนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น ฟื้นฟูธรรมชาติ เมื่อเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กลมกลืนกับธรรมชาติ เราอาจจะรักมันมากขึ้น และอาจช่วยกันคิดวิธีดูแลรักษา ชวนกันไปเที่ยวตามเส้นทางธรรมชาติ ดูนก ล่องแพ เดินป่า ค้างแรมในอุทยานแห่งชาติ อยู่กับธรรมชาติในจังหวะช้าๆ แบบธรรมชาติๆ
เส้นทางแนะนำ : ดอยม่อนแจ่ม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่
10.นิ่งดีกว่าวิ่ง
หาสถานที่เงียบๆ เพื่อค้นพบความสุขในใจตัวเอง ให้เวลาพูดคุยกับตัวเองบ้างในบรรยากาศสบายๆ พกหนังสือเล่มโปรดไปสักเล่มแกล้มลมเย็นจากภูเขา การได้นั่งนิ่งๆ แล้วทอดสายตาไปไกลๆ มองภูเขา ท้องฟ้า แม่น้ำ ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งและจิตใจสงบ วิธีเที่ยวแบบนี้ง่าย ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่มันก็ยากสำหรับคนที่เสพติดกิจกรรมและต้องวิ่งหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา
เส้นทางแนะนำ : หายใจช้าๆ ในเมืองเล็กๆ อันแสนสงบ และแฝงไว้ซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเที่ยวแบบใหม่ ลองดูครับ แล้วคุณจะได้รู้ความหมายของคำว่า “เที่ยว” ว่าเป็นมากกว่าที่คุณเคย “เที่ยว” มา







