
การศึกษาเศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ (จบ)
ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ
ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ว่าพระพุทธศาสนามีโครงสร้างหลักธรรมอย่างไร และจะชี้ให้เห็นโครงสร้างความสัมพันธ์ของพุทธศาสน์กับปรัชญาการดำเนินชีวิต เพื่อความพรั่งพร้อมแห่งสุขภาวะของมนุษย์ได้อย่างไร
ขออาราธนาหลวงพ่อได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ
ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : ถ้าสังคมไม่หันกลับมามองตัวจริงหรือเหตุปัจจัยที่มีผลต่อการแตกแยก เราจะเห็นการล่มสลายในทศวรรษนี้ เป็นการล่มสลายของภาคสังคมที่รุนแรง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อองคาพยพในทุกชุมชนสังคมและเชื่อมโยงในทุกประชาคมโลก แสดงว่าภาวะหรือแผนงานด้านเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายนั้น โดยสภาพธรรมจริงๆ แล้ว ไม่มีความแตกต่างเลย ด้วยสภาพการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน แนวคิดภาคตะวันตกหรือภาคตะวันออกก็สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ หากรู้จักบูรณาการให้สามารถสร้างดุลยภาพเกิดขึ้นได้ในสังคม ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญด้านคุณภาพจิตใจเป็นที่สุด หมายถึง การสร้างความสำนึกทางจิตใจของสัตว์สังคมให้มีคุณธรรมในความเป็นสัตว์ประเสริฐนั่นเอง...
ด้วยการให้ความสำคัญทางจิตใจ ที่เรียกว่าการสร้าง “มโนธรรมสำนึก” เป็นสำคัญ... ดังปรากฏอยู่ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาด้วยพระพุทธพจน์ที่ว่า “มโนปุพพะคะมะ ธัมมา...มโนเสฏฐา มโนมยา... ใจเป็นใหญ่ ใจนั่นประเสริฐ ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ...” เราจึงเห็นการมุ่งเน้นไปที่การสร้างพุทธภาวะให้แก่มนุษย์เป็นจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อการปรับแก้ให้ตรงมหาเหตุความจริงที่เป็นต้นทางของปัญหาทั้งปวง ดังการสั่งสอนอบรมให้รู้จักธรรมจริยาในการบริโภค... รู้จักคุณธรรมในการแสวงหาเป็นเรื่องสำคัญสุด เพราะเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวแห่ง ภาคกระบวนการผลิต ซึ่งหมายถึงการรวมทั้งผู้ผลิต ทรัพยากร และกระบวนการผลิตไว้ในหมวดหมู่เดียวกัน ดังปรากฏคำสั่งสอนที่มุ่งสร้างวินัยในการบริโภคที่เรียกว่า โภชเนมัตตัญญุตา ขึ้น โดยถูกยกลำดับความสำคัญให้เข้าไปอยู่ในหมวดพระวินัยหรือข้อปฏิบัติที่จะต้องถือปฏิบัติ เพื่อการพัฒนาชีวิตไปสู่ความประเสริฐ...ความสุขอย่างแท้จริงอันเป็นไปตามบริบทของการสอนให้รู้จักการพิจารณาโดยแยบคาย ที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ เพื่อการเข้าถึง คุณค่าแท้คุณค่าเทียม ของการรู้จักบริโภคอย่างคำนึงถึงประโยชน์ที่มุ่งสร้างความพอดีให้เกิดขึ้นในความสำนึกของการถือบริโภค เพื่อมุ่งสู่ธงชัยของการดำเนินชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง คือ ความสิ้นทุกข์ หรือพระนิพพาน ตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา
การวางหลักปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเพื่อการก้าวย่างไปสู่ความมีประโยชน์ ความเกื้อกูล และความสุข จึงเป็นไปอย่างมีรูปแบบขั้นตอนและวิธีการอันวางรากฐานมาจากการสร้างจิตสำนึกให้ถูกต้องโดยธรรม... ที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในพระพุทธศาสนา ที่กล้าหาญประกาศความเป็นเอกภาพแห่งธรรม อันมีจุดมุ่งหมายไปสู่ความสิ้นทุกข์ด้วยการถือปฏิบัติตามแนวทางสายกลาง ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา... ปรากฏองค์ธรรม ๘ ประการที่ต้องถือปฏิบัติ ซึ่งมีสัมมาทิฏฐิเป็นองค์ธรรมประธานอันดับแรกด้วยความสำคัญตามที่กล่าวมา ซึ่งหมายถึงการก้าวย่างของชีวิตไปบนเส้นทางสายกลางอย่างมีปัญญา เพื่อการสร้างดุลยภาพโดยธรรมให้เกิดขึ้นในจิตสำนึกแห่งตน อันสามารถก้าวล่วงความยึดเหนี่ยวในสองส่วนสุดที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริงในความเป็นสัตว์ประเสริฐ ที่มุ่งสู่ความสิ้นทุกข์ออกไปได้...ด้วยวิถีธรรมนิยม!!! ที่สามารถใช้สอยวัตถุนิยมและจิตนิยมให้เกิดประโยชน์สุดได้ โดยไม่สูญเสียธรรมนิยม หมายถึง สติปัญญาแห่งความเป็นสัตว์ประเสริฐ ที่สามารถก้าวล่วงความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างแท้จริง ด้วยการปฏิบัติตามธรรม สมควรแก่ธรรม ที่เป็น นิยยานิกธรรม คือหลักธรรมคำสอนที่นำออกจากความทุกข์ได้อย่างแท้จริง ในพระพุทธศาสนานี้ ดังปรากฏในรูปเศรษฐธรรมที่จะกล่าวบรรยายลงลึกไปในรายละเอียดแห่งธรรม เพื่อการถือประโยชน์จากการปฏิบัติ ที่จะสืบเนื่องต่อไปสู่เป้าหมายตามประสงค์ของสัตว์มนุษย์... ที่มุ่งออกจากปัญหาและความทุกข์อย่างถูกวิธี!!
ขอเจริญพร







