
กลับมาอีกครั้งกับ"คนค้นฅนอวอร์ด 3"
ตามกระแสเรียกร้อง "คนค้นฅน อวอร์ด ครั้งที่ 3"จากหนึ่งผู้ให้..สู่แรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด" 18-20 ต.ค.นี้ ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ตามกระแสเรียกร้อง "คนค้นฅน อวอร์ด ครั้งที่ 3"จากหนึ่งผู้ให้..สู่แรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด" 18-20 ต.ค.นี้ ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
กลับมาอีกครั้งแล้วสำหรับงาน “คนค้นฅน อวอร์ด ครั้งที่ 3 ” ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “จากหนึ่งผู้ให้..สู่แรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด” หลังจากกระแสตอบรับพลังแห่งความดี จากผู้ชมล้นหลามกับคนค้นฅนอวอร์ดทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา งานนี้บอสใหญ่แห่งทีวีบูรพา เช็ค-สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ เลยเพิ่มความยิ่งใหญ่โดยจัดงานครั้งนี้ 3 วันรวด โดยมีเวทีเสวนาเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังเยาวชนทั่วไปและประชาชนที่อยากเข้ามาร่วมงาน โดย ปีนี้จัดขึ้นที่ หอประชุมเล็กและใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม
“ในปีแรกที่คนค้นฅน อวอร์ดจัดขึ้นมานั้นเราอาจจะไม่มั่นใจหรอกเพราะมันเป็นครั้งแรก แต่พอปีที่ 2 ผลตอบรับจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งคนที่มาร่วมงานและงานมันค่อนข้างที่จะชัดเจนมาก มันมีผลมาก นอกจากเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแล้วนั้น ยังทำให้คนเห็นต้นแบบ เรื่องราวหรือพลังของความดี และเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ผมว่ามันยังมีคนที่สู้อยู่ มันมีคนดีๆอยู่ตรงนั้นตรงนี้ของประเทศ เหมือนรางวัลเป็นศูนย์กลางของเค้า เป็นความหวัง ในปีที่ 3 นี้เราได้ขยายผลตรงนี้ และทำอะไรซักอย่างที่เชื่อมโยงคนเหล่านี้เข้า
ผมว่า “คนค้นฅน อวอร์ด” มันไม่ใช่เข้ามาเสริมรายการคนค้นฅนนะ แต่มันมีสถานะมากกว่านั้น คนที่เค้าทำอะไรเพื่อสังคมได้มีเวทีตรงนี้ เป็นการช่วยสังคมอีกทางหนึ่ง ไม่งั้นคนอย่าง “สหายแสงเดือน” คนอย่าง “สามเกลอ”คงไม่มีโอกาสหรอกที่จะได้รับรางวัลไหน แล้วก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นต้นแบบและทำให้สังคมมองเห็นว่ามีคนทำนองนี้อยู่ โยมีคอนเซ็ปต์ “จากหนึ่งผู้ให้...สู่แรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด” มันคือ การจุดประกายไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันและกันแล้ว ยังลุกขึ้นมาเพื่อไปทำโน้นทำนี้ โดยเฉพาะคนที่ได้รางวัล มันมีพลัง มันมีความหมายที่จะทำให้เกิดมิติขึ้น ปีนี้เราเลยตั้งใจที่จะจัดงานและเป็นการร่วมมือกันกับภาคีเครือข่าย สถานีโทรทัศน์ สปอนต์เซอร์ ซึ่งมันมีมากกว่านั้น อย่างเสวนานี้เราก็จัดร่วมกับ ทาง “ระพีเสวนา”ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีภาคีที่เป็นผู้ส่งทอดและผู้ได้แรงบันดาลใจ เข้ามาร่วมงานเข้ามาเพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องการที่เค้าได้แรงบันดาลใจจากคนอวอร์ดแล้วก็ลุกขึ้นมาทำอะไรกัน ต่อไปด้วยครับ”







