
วิบากกรรม ฟุตบอลเอเชีย...(ไทย)
กระแสฟุตบอลไทยกำลังดี กู้หน้าเรียกศรัทธาจากแฟนบอลมาได้
โดย...ราชันเบอร์ 23
กระแสฟุตบอลไทยกำลังดี กู้หน้าเรียกศรัทธาจากแฟนบอลมาได้ โดยเฉพาะทีมชาติชุดใหญ่ นัดล่าสุด ขุนพล “ช้างศึก” ชนะ โอมาน 3-0 ฟุตบอลโลก 2014 โซนเอเชีย รอบ 20 ทีมสุดท้าย เก็บ 3 แต้มสำเร็จ โดยนัดแรก แพ้ ออสเตรเลีย 1-2 ทำให้แฟนบอลเริ่มที่จะคาดหวังเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ทีมไทยจะได้ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย หากคว้าชัยในบ้านเหนือ “เศรษฐีน้ำมัน” ซาอุดีอาระเบีย วันที่ 11 ต.ค. และถอนแค้นออสซี วันที่ 15 พ.ย. ทำให้ไทยมี 9 แต้ม หากไปยันเสมอซาอุฯ หรือโอมานอีกนัด ทำให้มี 10 แต้ม น่าจะเพียงพอต่อการเข้ารอบ
แต่ล่าสุดดันมีข่าวที่ไม่สู้ดีของ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย หนึ่งในบอร์ดบริหารของฟีฟ่า ที่โดนสื่อชั้นนำของโลกหลายสำนักต่างพร้อมใจตีข่าวว่า วรวีร์ ถูกตั้งข้อสงสัยนำเงินสนับสนุนฟุตบอลโครงการ “โกล” (GOAL) ของฟีฟ่า ไปใช้โดยละเมิดกฎด้านจริยธรรม
ซึ่งจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ การนำเงินที่ได้รับจากโครงการ “โกล” ของฟีฟ่า รวมเป็นเงิน 8.6 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 25.8 ล้านบาท) ไปใช้ในการก่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก บนที่ดินของตัวเอง โดย 4.6 แสนเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 13.8 ล้านบาท) ใช้สร้างสนามหญ้าเทียมเมื่อปี 2004 และอีก 4 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 12 ล้านบาท) ใช้ก่อสร้างอาคาร 3 หลัง ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ
ทว่า “บังยี” ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อย โดยให้สัมภาษณ์ผ่านทางเทเลกราฟ หนังสือพิมพ์ของอังกฤษ ว่า ได้ตอบจดหมายกลับไปยังฟีฟ่าแล้ว พร้อมทั้งบอกว่ามีเอกสารที่จะใช้เป็นหลักฐานว่าดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายครบถ้วน โดยก่อนหน้านี้วรวีร์ บอกผ่านสื่อมวลชนไทยว่าได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะยกที่ดินของตัวเองให้กับสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อใช้ในการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ
เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา วรวีร์ ก็มีชื่อลงหนังสือพิมพ์ทั่วโลก กรณีเป็น 1 ใน 4 บอร์ดบริหารของฟีฟ่าที่ถูก ลอร์ดเดวิด ทรีสแมน อดีตประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) กล่าวหาว่าขอรับผลประโยชน์จากอังกฤษแลกกับการโหวตให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2018 โดยระบุว่า “บังยี” ขอรับเงินค่าลิขสิทธิ์โทรทัศน์จากเกมกระชับมิตรระหว่างทั้งสองชาติที่เคยมีการเจรจากันมาก่อนหน้านี้ แต่สุดท้ายแมตช์ถูกล้มเลิกไป หลังจากรัสเซียชนะการโหวตเป็นเจ้าภาพ
ทว่า กรณีดังกล่าวนายกลูกหนังไทยพ้นจากข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ...
ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกัน โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อนเลิฟของ วรวีร์ ยังต่อสู้กับวิบากกรรมของตัวเองเช่นกัน หลังจากโดนฟีฟ่าแบนตลอดชีวิต สืบเนื่องจากเจอข้อหาแจกเงิน 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านบาท) ให้แก่สมาชิกของสหภาพฟุตบอลแคริบเบียน (ซีเอฟยู) จำนวน 25 คน เพื่อขอคะแนนเสียงลงชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่ากับ เซปป์ แบลตเตอร์ ทำให้บิ๊กลูกหนังชาวกาตาร์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ล่าสุด ฟีฟ่าออกมาแถลงการณ์ปฏิเสธคำอุทธรณ์ ทำให้ บิน ฮัมมัม ต้องเข้าขอความช่วยเหลือจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (ซีเอเอส)
ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นเยี่ยงไร... ก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้า...
แต่ที่แน่ๆ ข่าวพรรค์นี้น่าจะทำลายภาพพจน์ (Discredit)ของ บิน ฮัมมัม กับ วรวีร์ ไม่มากก็น้อย???
ด้วยรักและนับถือ ผมอยากให้คุณวรวีร์ที่เคารพรักยิ่ง ออกมาแถลงข้อเท็จจริงต่อหน้าสาธารณชน พร้อมหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจ...
มันจะเรียกเครดิตให้กับวงการฟุตบอลไทยและฟุตบอลเอเชีย
กลับคืนมา...จากแฟนบอลทั่วโลก...
เห็นด้วยมั้ยครับ???
คุณวรวีร์!!!







