posttoday
ธรรมชาติกลางกรุงที่ Eforea

ธรรมชาติกลางกรุงที่ Eforea

17 กันยายน 2554

เมื่อสายน้ำอยู่เบื้องหน้า ใจและกายก็เริ่มมองหาความผ่อนคลาย นอกจากห้องอาหารบรรยากาศ Outdoor

โดย...ปลิวลม

เมื่อสายน้ำอยู่เบื้องหน้า ใจและกายก็เริ่มมองหาความผ่อนคลาย นอกจากห้องอาหารบรรยากาศ Outdoor มองเห็นสายน้ำเจ้าพระยาอย่างชัดเจนแล้ว อีกสิ่งที่เป็นความผ่อนคลายของ โรงแรม มิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ เห็นจะเป็นมุมไหนไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่...มุมสงบท่ามกลางหมู่ผีเสื้อที่กำลังขยับปีกบิน ที่ “Eforea Spa” สปาแห่งใหม่ของเครือฮิลตัน ที่ปรับโฉมให้มีความอบอุ่นและผ่อนคลายยิ่งขึ้น

Eforea Spa เปิดประตูต้อนรับนักเดินทาง ด้วยสัญลักษณ์ ผีเสื้อ ที่ขยับปีกอยู่ในทุกมุม เปรียบดั่งรังดักแด้ที่คอยห่อหุ้มให้แขกที่ใช้บริการรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ก่อนที่จะโบยบินออกไปดั่งผีเสื้อด้วยความสดชื่น ซึ่งความสดชื่นแรกคือ บรรยากาศการตกแต่งล็อบบี้ที่เน้นสีน้ำตาลอ่อนของไม้สลับกับพื้นผนังสีขาวครีม อีกฝั่งคือ Day Bed กึ่งนั่งกึ่งเอน สามารถมองผ่านกระจกใสเห็นสวนเขียวซึ่งเป็นศูนย์รวมความผ่อนคลายของสปาแห่งนี้

ธรรมชาติกลางกรุงที่ Eforea

“เอกลักษณ์ของเราอยู่ที่ทรีตเมนต์ซึ่งเป็นไฮไลต์ หรือซิกเนอเจอร์ มีให้เลือก 3 แบบ 3 ผลิตภัณฑ์ ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า”

นี่คือคำแนะนำแรกจากเทอราปิสต์ที่สอบถามถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้า จากนั้นจึงแนะนำทรีตเมนต์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ แล้วจึงพาเดินสู่ห้องนวดทั้ง 12 ห้อง แต่แนะนำว่าให้เลือกห้องที่อยู่ฝั่งสวน เพราะเพียงเปิดประตูภาพแรกที่ได้เห็นคือ เตียงนวดที่เหมือนกำลังตั้งอยู่กลางสวนเขียว แต่แท้จริงคือกระจกใสที่มองออกไปเห็นต้นไทรต้นใหญ่และรากไทรที่ห้อยยาวลงพื้นดินต่างม่าน เพียงแค่เห็นสมองก็หยุดคิดเรื่องการงานไปชั่วขณะหนึ่งได้แล้ว

เลือกทรีตเมนต์และห้องได้แล้ว ก็มาต่อกันที่โปรแกรมการนวดโปรแกรมใหม่ที่คัดเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคการนวดจากชาติต่างๆ มารวมกัน เริ่มจาก The Essentials Journey ทรีตเมนต์เพื่อการบำรุงผิวที่พี่เทอราปิสต์แอบกระซิบว่าเหมาะสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้แก่ Kerstin Florian จากอเมริกา เน้นการนวดยกกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นหลัก

ธรรมชาติกลางกรุงที่ Eforea

โปรแกรมต่อมาคือ Escape Journey แตกต่างด้วยการนำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากออสเตรเลียชื่อ Li’tya มาผสมผสานกับการต้อนรับแบบชาวอะบอริจินส์ ที่ต้องเริ่มด้วยการจุดไม้ไผ่จากออสเตรเลียเพื่อให้ร่างกายได้สูดกลิ่นอายที่ลอยมา จากนั้นทำสมาธิสักเล็กน้อยเพื่อเคลียร์ใจให้พร้อม ก่อนที่จะสครับ พอกตัว นวดน้ำมัน และนวดหน้าอีกนิด รวมเวลาค่อนข้างกระชับเพียง 90 นาที ซึ่งถ้าพูดถึงความคุ้มค่านั้นแน่นอนว่าคุ้มเพราะครบถ้วนทั้งตัวและหน้า แถมขัด พอก นวด แต่ถ้าจะให้การนวดสร้างความผ่อนคลายที่มากกว่า แนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่ให้เวลากับแต่ละขั้นตอนนานกว่านี้สักนิด รับรองว่าจะทำให้เวลาไม่กี่ชั่วโมงริมเจ้าพระยา กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายที่จะต้องจดจำไปอีกนาน

สุดท้ายที่เป็นโปรแกรมไอไลต์ของที่นี่คือ The Men’s Journey โปรแกรมนวดสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ เพราะทางสปาเข้าใจดีว่าผู้ชายก็ต้องการความผ่อนคลายเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือแบรนด์ Vita Man ที่ทางสปาเลือกใช้สกัดมาจากผลไม้ พืช สมุนไพรพื้นเมืองของออสเตรเลียทั้งสิ้น ที่สำคัญคือไม่ได้เน้นที่การนวดผิวหน้าและผิวกายเท่านั้น แต่ยังใส่ใจรายละเอียดด้วยการใช้ไม่ไผ่อุ่นๆ แทนมือนวด เพื่อให้นวดได้หนัก ลึก เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการออกกำลังกาย และการทำงานหนักเช่นไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ผ่อนคลายมากขึ้น

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI