posttoday
การศึกษาเศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ (ตอน ๑๓)

การศึกษาเศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ (ตอน ๑๓)

14 กันยายน 2554

ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ

ปุจฉา : จะทำอย่างไรจึงจะสังเคราะห์เศรษฐศาสตร์ในเชิงวิถีพุทธ

โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส 

ว่าพระพุทธศาสนามีโครงสร้างหลักธรรมอย่างไร และจะชี้ให้เห็นโครงสร้างความสัมพันธ์ของพุทธศาสน์กับปรัชญาการดำเนินชีวิต เพื่อความพรั่งพร้อมแห่งสุขภาวะของมนุษย์ได้อย่างไร เพื่อให้เราสามารถนำเศรษฐศาสตร์ไปสู่เศรษฐธรรม สำหรับสรรค์สร้างสังคมให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน

ขออาราธนาหลวงพ่อ ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ

ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร

รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิสัชนา : บริหารคน

การพัฒนางานดังกล่าวที่ไม่ขัดแย้งกับธรรมชาติ คือ ธรรมานิยม เป็นงานที่อยู่ในหลักของธรรมานิยม คือ มีธรรมเป็นตัวชี้วัด เช่น กระบวนการจัดการสังคมด้วยประชาธิปไตย ฟังเสียงส่วนใหญ่ อาจเรียกว่า ธรรมาภิวัฒน์ คือ อภิวัฒน์โครงสร้างสังคมตามธรรม เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ธรรมานุวัฒน์ บริหารผลสัมฤทธิ์หลักธรรมกระบวนการปฏิบัติบริหารตน สติปัญญา พรหมวิหาร ๔ เจริญสติปัฏฐาน โดยพึ่งกระบวนการ ๗ รู้ สัตตปุริสธรรม ๗ บริหารคน ความยุติธรรม สังคหวัตถุ ๔

อปริหานิยธรรม

สาราณียธรรม บริหารงานสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์และยั่งยืน อิทธิบาท ๔ สิงคาลกสุตตังและมงคลสุตตัง หลักแห่งความสันโดษและหลักมัชฌิมาปฏิปทา แบ่งปัน...ลดโลภะ...พัฒนาบุคคลและจิตใจ เพื่อสุขภาวะองค์รวม พระพุทธศาสนาในเศรษฐศาสตร์เพื่อชีวิต จึงเน้นการให้เพื่อลดโลภะ คือ ให้อย่างมีเหตุมีผล ลดความทะยานอยาก จึงให้สังคมอยู่กันได้อย่างมีเหตุมีผลด้วยการเรียนรู้ภาคสังคมในพระพุทธศาสนา เป็นการพัฒนาที่อาจจะไม่รวดเร็วแต่เป็นการก้าวอย่างมั่นคง ลดผลสะท้อนกลับที่เป็นเชิงลบ

ที่ยกขึ้นมานี้แสดงว่า ดูเหมือนว่า พระพุทธศาสนามุ่งเน้นการพัฒนาตัวบุคคลและจิตใจ แต่จริงๆ แล้ว เน้นสุขภาวะในองค์รวมของสังคมเป็นสำคัญ ฉะนั้น หลักธรรมที่นำไปสู่การพัฒนาการชีวิตเพื่อให้เกิดความสุขสำเร็จตามเป้าประสงค์ของสังคมที่ต้องการ จึงสามารถอ้างอิงหลักธรรมของพระพุทธศาสนาที่แสดงไว้ ในภาคส่วนการบริหารการจัดการทางสังคมที่แสดงไว้ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง

แม้กระทั่ง เรื่องของการค้าขาย นอกเหนือจากการจัดระบบสังคมให้สำเร็จแล้ว พระพุทธศาสนายังลงไปในเรื่องของอาชีวะ ดังที่กล่าวว่า พระพุทธศาสนาแสดงความประจักษ์แจ้ง นั่นคือ การยอมรับ สัมมาอาชีวะในมรรคมีองค์ ๘ นั่นคือ พระพุทธศาสนาให้การเกื้อกูลต่อภาคสังคมในเชิงสร้างสรรค์ ให้เกิดประโยชน์สุขไม่เบียดเบียนต่อกัน รู้จักแบ่งปันทรัพยากรอย่างยุติธรรม ให้สังคมนี้อยู่ร่วมกันได้ โดยมีค่ามวลรวมของความสุขที่มีค่าเป็นเลิศมากกว่าค่าของผลผลิต แต่ว่าให้อิงจากวัตถุดิบที่ใช้สอยอย่างมีคุณ

ค่าการจัดการเศรษฐศาสตร์ในเชิงพระพุทธศาสนา จึงจัดการแบ่งปันวัตถุดิบให้มีความพร้อมไปสู่สุขภาวะทางจิตใจที่แท้จริง ซึ่งมีความแตกต่างกับปรัชญาเศรษฐศาสตร์ทางโลกตะวันตก ที่ให้ความหมายเชิงเป้าประสงค์ทางผลผลิตเป็นสำคัญ และพยายามจัดระบบจัดการการผลิตให้มีความเสมอ และความสนองให้สัมพันธ์ มุ่งเน้น Demand & Supply เป็นหลัก มุ่งเน้นการใช้สอยทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สุข บนความสูงสุดของความพึงใจของภาคสังคม ซึ่งตามที่กล่าว ความอิ่มใจที่เกิดจากความถูกใจนั้น เกิดขึ้นได้ยาก เพราะความต้องการนั้นไม่เคยเพียงพอ พระพุทธศาสนาจึงจัดการระบบการแบ่งปันการใช้ประโยชน์วัตถุดิบ โดยมุ่งเน้นค่าความสุขทางจิตใจเป็นสำคัญ นั่นหมายความว่า พระพุทธศาสนาให้บริบทในการคิดการพิจารณาของสมาชิกในสังคมนี้ว่า ค่าความสุขในชีวิตนี้อยู่ที่อะไรเป็นสำคัญ

ฉะนั้น นอกเหนือจากกระบวนการให้ความพึงใจต่อการใช้สอยหรือการแบ่งปันแล้ว ยังเน้นให้ความรู้ด้านการพัฒนาจิตใจ ให้เกิดการยอมรับในวิธีการดำเนินวิถีเพื่อก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริงว่า ความสุขที่แท้จริงของความเป็นมุนษย์นี้มีค่าความหมายอยู่ในเรื่องใด สิ่งที่สะท้อนแสดงว่าพระพุทธศาสนามุ่งเน้นการให้ความรู้การจัดการที่ถูกต้อง ที่ถูกควร ที่ถูกทาง จึงมีการจัดระบบเกิดขึ้นในความเป็นไปของสังคม ในความเป็นไปของปัจเจกชน พหุชน และประชาคมอย่างทั่วถึงกัน พระพุทธ ดูเหมือนว่าเป็นการสั่งสอนเฉพาะบุคคล แต่ให้ความสำคัญกับองค์กรรวม ดังพระสูตรที่ยกมา

ที่สำคัญคือ พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับอาชีวะ มีการลงลึกในรายละเอียดของการสั่งสอน ให้รู้จักแบ่งปันผลผลิต รู้จักเมตตาตามหลักพรหมวิหาร พรหมวิหารจึงเป็นเศรษฐธรรมที่แท้จริง เศรษฐีทั้งหลายต้องมีพรหมวิหารธรรม นำไปสู่การแบ่งปันจากผู้มั่งมีไปสู่ผู้มีน้อย การกระจายรายได้ การกระจายผลผลิต ทำให้ภาคสังคมอยู่ร่วมกันได้ ไม่เบียดเบียนกัน ผู้รับก็ต้องรู้คุณผู้ให้ การให้ที่มีความสัมพันธ์ดังกล่าว เป็นของชาววิถีพุทธที่เป็น

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้
 

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้