
รอยสักนี้ มีที่มา
ยังจำได้สมัยเป็นเด็กเรามักถูกปลูกฝังว่าคนที่มี “รอยสัก” มักเป็นคนไม่ดี
โดย....มิวโกโตะ
ยังจำได้สมัยเป็นเด็กเรามักถูกปลูกฝังว่าคนที่มี “รอยสัก” มักเป็นคนไม่ดี ซึ่งนั่นอาจเป็นกุศโลบายที่ผู้ใหญ่ไม่อยากให้เด็กไทยสักก่อนวัยอันควรเท่านั้นเอง
แต่แท้ที่จริงแล้ว การสักเป็นเรื่องของรสนิยมและความชื่นชอบส่วนบุคคล หากสักแล้วไม่ทำให้ตนเองหรือใครเดือดร้อนเชิญสักเถอะครับ ไม่มีใครว่าคุณหรอก!
ในแวดวงลูกหนังโลก นักค้าแข้งหลายคนนิยมศิลปะบนเรือนร่างชนิดนี้ ซึ่งใช่ว่าจะสักเอาเท่หรือเอาไว้อวดสาวเรียกเสียงกรี๊ดเท่านั้น แต่รอยสักของนักเตะหลายคนล้วนมีที่มาที่ไปและมีความหมายลึกซึ้งอีกต่างหาก
เดวิด เบคแฮม จอมปั่นฟรีคิกจากแอลเอ กาแล็กซี เป็นนักเตะคนแรกๆ ที่เรียกได้ว่านำเทรนด์การสักในหมู่นักบอล แต่ทุกรอยสักของหนุ่มเบคส์ล้วนสื่อความหมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อลูกๆ ชื่อภรรยา หมายเลขที่ใส่ลงสนาม หรือสัญลักษณ์เกี่ยวกับศาสนา
สงสัยหนุ่มเบคส์เอาแต่เล่นฟุตบอลจนไม่รู้ว่าโลกใบนี้ก็มี “โพสต์อิต” ขาย พี่แกเลยจดทุกสิ่งทุกอย่างใส่ร่างกายไว้ซะหมดขนาดนี้ (ฮา)
ขณะที่ “เจ้าหมูพลิ้ว” เวย์น รูนีย์ หัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแบบสไตล์รักชาติด้วยการสักลายธงชาติอังกฤษพร้อมข้อความสุดซึ้ง “England And Proud”
รักชาติขนาดนี้อย่าลืมพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ติดมือบ้างล่ะ
ข้ามไปดูนักเตะอิตาลีกันบ้าง “เจ้าชายหมาป่า” ฟรานเชสโก ตอตติ ที่ทั้งชีวิตอุทิศให้กับสโมสรเดียวคือ โรมา ก็มีรอยสักรูป “นักรบชาวโรมัน” เปรียบเสมือนตัวเองที่เป็นนักรบในกรุงโรมเช่นกัน
ร่ายมาเสียยืดยาวทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะเข้าประเด็นนักเตะรายล่าสุดที่ออกมาอวดรอยสักให้เราได้ยลโฉมนั่นคือ เจ้าหนู แจ๊ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งอนาคตไกลสังกัด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลที่ออกมาทวีตภาพรอยสักที่แขนขวาเป็นรูปหญิงสาวลักษณะกำลังสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าด้วยใบหน้าที่มีความหวัง
รูปนี้ดูแล้วมีนัยแฝงอยู่มากมาย เพราะอารมณ์ของวิลเชียร์ในตอนนี้คงกำลังสวดมนต์ภาวนาอ้อนวอนให้ต้นสังกัดกลับมาโชว์ฟอร์มแจ่มแจ๋วอีกครั้ง หลังอาร์เซนอลออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างย่ำแย่ โดยเฉพาะนัดที่โดน “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด หลอกหัวโกร๋น 8-2
แฟนปืนแทบจะเอาปี๊บคลุมหัวออกจากบ้าน
เท่านั้นยังไม่พอ วิลเชียร์กำลังเผชิญกับอาการบาดเจ็บข้อเท้าขวา อาจเป็นไปได้ว่าอยากภาวนาให้สลัดอาการบาดเจ็บหายเป็นปลิดทิ้งเสียที เพื่อจะได้ลงช่วยทีมสู้ศึกในนัดที่เหลือของฤดูกาลนี้
ทันทีที่ภาพรอยสักดังกล่าวออกสู่สายตาประชาชี ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและลบจากแฟนบอล
บ้างก็ว่า... “ไร้สาระ”
บ้างก็ว่า... “สวยดี”
บ้างก็ว่า... “ธรรมดาๆ”
และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่อย่างไรก็ดี รอยสักของวิลเชียร์อาจจะดูขลังมากยิ่งขึ้น เพราะนัดล่าสุดอาร์เซนอลคว้า 3 แต้มแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ จากการเฉือนชนะสวอนซี 10
ประตูชัยในเกมดังกล่าว อาร์เซนอลได้มาแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ มิเชล วอร์ม นายทวารสวอนซีพยายามจะออกบอลเร็ว แต่ตอนที่จะกลิ้งบอลให้เพื่อนดันกลิ้งไปติดเท้าของพวกเดียวกันเอง ทำให้บอลกระเด็นมาเข้าทาง อังเดร อาร์ชาวิน ยิงเข้าไปแบบส้มหล่นลูกเบ้อเร่อ
หรือจะเป็นอภินิหารจากหญิงสาวบนต้นแขนของวิลเชียร์! (ฮา)







