
‘รับลมหนาว’ ไทยดีไซน์ตีความตามกระแสโลก
คอลเลกชัน Autumn/Winter 2011 เปิดตัวผ่านเอ็กซ์ฮิบิชันของแต่ละแบรนด์ในกลุ่มสมาชิกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS)
คอลเลกชัน Autumn/Winter 2011 เปิดตัวผ่านเอ็กซ์ฮิบิชันของแต่ละแบรนด์ในกลุ่มสมาชิกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS)
โดย.. ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
คอลเลกชัน Autumn/Winter 2011 เปิดตัวผ่านเอ็กซ์ฮิบิชันของแต่ละแบรนด์ในกลุ่มสมาชิกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS) ที่เหล่าดีไซเนอร์ได้ร่วมกันถ่ายทอดผลงานผ่านแรงบันดาลใจในสไตล์ของตัวเอง พร้อมกับแคมเปญใหม่ในสโลแกน Stop Fake, Wear Original Now’ Now’ ต่อต้านการใช้ของปลอม เนื่องจากมีสินค้าลอกเลียนแบบออกวางจำหน่ายเกลื่อนในหลายซีซันที่ผ่านมา
เสื้อผ้ารับหนาวนี้ได้อิทธิพลมาจากกระแสโลก กำลังกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ หลังจากที่โลกผ่านความสะบักสะบอมมามาก ใน 3 กระแสหลัก คือ New Chapter หรือ “ก้าวสู่โลกใหม่ใบเก่า” โดยหันไปมองรากเหง้าของอารยธรรมต่างๆ ที่มีคุณค่า หยิบนำมาประยุกต์สรรค์สร้างผลงานด้านแฟชั่นที่นำสมัยขึ้น โดยเลือกใช้วัสดุใหม่ที่ทำให้ดูตื่นตา Classic Revolution ย้อนกลับสู่สุนทรียภาพของสิ่งรังสรรค์เก่าๆ ไม่ว่ารูปทรงการออกแบบต่างๆ หรือรสนิยมการใช้ชิวีตก่อนยุคอุตสาหกรรมจะเข้ามาครอบงำ นำมาพัฒนาให้เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ต่อวิถีชิวิตของยุคนี้ และ Evolution and Crystallization การตกผลึกความคิดที่ผสมผสานธรรมชาติและโลกของวิวัฒนาการเข้าด้วยกันอย่างสมดุลและกลมกลืน
ดีไซน์จาก 3 เทรนด์หลัก
กลุ่ม BFS ดีไซเนอร์ไทยได้ร่วมกันตีโจทย์ แปลกระแสโลกที่ว่านี้ เป็นผลงานการออกแบบและแนวความคิดของกลุ่มแบรนด์ไทย โดยแบ่งเป็น 3 เทรนด์หลักของแฟชั่นไทย
Pioneer/Explorer คืนสู่อารยธรรมแห่งยุคบุกเบิก เป็นเหมือนการเฉลิมฉลองให้แก่นักเดินทางยุคอดีตกาล ที่ได้ค้นพบหรือสร้างอารยธรรมใหม่ๆ มลลิกา เรืองกฤติยา แบรนด์ Kloset เผยแรงบันดาลใจฝันอยากไปเที่ยวภูเขาในแถบอเมริกาเหนือ โดยผสานเรื่องราวของการตั้งแคมป์สมัยเด็กๆ ในสไตล์ของยุค 70’s เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายความเป็นฮิปปี้ มีรายละเอียดเป็นงานปักที่มีความเป็นอินเดียนแดงเข้ามาผสมผสาน วัสดุเลือกเป็นผ้าชีฟอง ลินิน “Must Have Item” ซีซันนี้
Classical Sensualism เสน่ห์ความงามไม่ตาย ไม่ว่าจะเป็นความงามยุคคลาสสิก หรือรูปทรงที่เน้นความโค้งเว้าของสตรีเพศ หรือความอ่อนช้อยของงานวิจิตรศิลป์ต่างๆ ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในฤดูกาล
แฟชั่นไอคอนนิวยอร์กในยุค 70s80s กลายเป็นแรงบันดาลใจคอลเลกชัน Hedonistic Glam ของเสื้อผ้า แบรนด์ ASAVA โดย พลพัฒน์ อัศวะประภา เน้นผสมความแตกต่างของเสื้อผ้าแบบลำลองและแบบโก้หรูไว้ในลุคเดียว ซีซันนี้มีโครงเสื้อ และรายละเอียดที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงสไตล์ของ ASAVA ที่เซ็กซี่มากขึ้นทุกวัน
Redefinition การสร้างนิยามใหม่ กับจินตนาการสนุกสนานผสมผสานแฟชั่นในยุคสมัยต่างๆ ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว หรือการผสมผสานวัสดุต่างๆ ที่ไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้ให้กลายเป็นเสื้อผ้ารูปแบบแปลกใหม่แหวกแนว กล้าคิดนอกกรอบผ่าน เทรนด์นี้แสดงออกอย่างโดดเด่น แบรนด์ Disaya ดิษยา สรไกรกิติกูล ดีไซเนอร์ เปิดเผยว่า “แนวคิดการล่าในยามค่ำคืนนำมาดัดแปลงให้ดูน่ารักในแบบฉบับของ Disaya โดดเด่นที่ลายพรินต์ลูกศรกับหัวใจเปรียบเสมือนการไล่ล่าความรักและลายพรางตัว”
และแบรนด์ Sretsis ในดวงใจแฟชั่นนิสตา พิมดาว สุขะหุต สื่อเรื่องราวของท้องฟ้าเปรียบเทียบกับอารมณ์ของคนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สีสันหลักจะเป็นสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ทั้ง Sky Blue ท้องฟ้าตอนเช้า Sunset Pink ท้องฟ้าในตอนเย็นและ Midnight Black ท้องฟ้ายามค่ำคืน เล่นกับลวดลายต่างๆ
ความอบอุ่นในหน้าหนาว
ในส่วนของลักษณะรูปทรง (Silhouette) ซีซันนี้มีให้เลือกหลากปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ กระโปรงสั้น MiniMicro Length กระโปรงเหนือเข่า Knee Length กระโปรงยาว 5 ส่วน Midi/Tunic กระโปรงยาวคลุมข้อ Maxi กางเกงขาสั้นเหนือเข่า Burmuda กางเกงขาบาน Wide Legs กางเกงขากระดิ่ง Bell Legs กางเกงขาสั้น Short Shorts เสื้อทรงหลวม Loose Top อีกทั้งยังมีปลีกย่อยเล็กๆ สอดแทรกเพิ่มเสน่ห์ให้โดดเด่น เช่น เสื้อเล่นไหล่ Dropped Shoulders
หรือจะเป็นการขยายวงไหล่แพตเทิร์นใหม่ๆ รวมทั้งการนำลวดลายย้อนยุคต่างๆ มาตกแต่งและปักลายแบบ Folk Trimming
สิ่งที่ทำให้กลิ่นอายของความอบอุ่นในหน้าหนาวที่กำลังจะย่างเข้ามาเริ่มชัดขึ้น คือ การนำสีสันต่างๆมาผสมผสานกันบนเนื้อผ้าที่มีพื้นผิวอีกหนึ่งมิติ เช่น ผ้าขนนก เสื้อผ้าหนัง หรือจะเป็นผ้าลายหนังงู ก็ทำให้ดีไซน์ฤดูหนาวนี้ดูเท่ขึ้น พร้อมกับลายกราฟฟิกโทนสีเข้ม สื่อถึงการได้รับไอรักอันแสนอบอุ่นในช่วงของฤดูเหงา
เหล่าดีไซเนอร์ได้เฟ้นหาผ้าเฉดสีใหม่ๆ มาสร้างสรรค์ที่ยังคงคอนเซปต์ของ Autumn/Winter ด้วยเฉดสีฤดูหนาวอย่าง Electric Winter สีอ่อนสดใสอมหวานของ Shades of Pale สีโทนเข้มอย่าง Winter Classic กับเฉดสีแตกต่างกันสามารถสื่อถืออารมณ์ของผู้สวมใส่เสื้อผ้าในซีซันนี้ได้อย่างชัดเจน







