
หญิงแกร่งแห่งเอ็มเอฟซี ประภา ปูรณโชติ
ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี อดีตรองกรรมการผู้จัดการ
ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี อดีตรองกรรมการผู้จัดการ
โดย..วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ผู้บริหารสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.กรุงไทย ที่ล่าสุดข้ามห้วยกลับมา บลจ.เอ็มเอฟซี อีกครั้ง อดีตเธอคือผู้ผลักดันให้ บลจ.กรุงไทย เป็นบริษัทจัดการแห่งแรกและแห่งเดียวที่บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ตลอด 5 ปีติดต่อกัน (ปี 2546-2550) มูลค่า 4.3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งทำให้ บลจ.กรุงไทย มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนทุกประเภทเพิ่มขึ้นจาก 4.5 หมื่นล้านบาท ในเดือน เม.ย. 2545 เป็น 1.5 แสนล้านบาท ในเดือน พ.ย. 2546 เพิ่มขึ้น 350% ภายในเวลาเพียง 1 ปี 7 เดือน
วันนี้กับเป้าหมายใหม่และความท้าทายใหม่ๆ พี่ใหญ่แห่งวงการเปิดใจถึงความมุ่งมั่น การผลักดันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี จากอันดับ 4 ขึ้นเป็นอันดับ 3 กลยุทธ์การไปสู่เป้าหมายไม่ใช่เรื่องยาก!
สัจธรรมแห่งชีวิต
ได้รับการกล่อมเกลามาแต่เยาว์ เกี่ยวกับสัจธรรมแห่งชีวิต ธรรมะและครรลองที่พึงเป็น ประภากล่าวว่า ครอบครัวของเธอยึดมั่นเรื่องการปฏิบัติอบรมจิตใจ ธรรมะคือพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกผู้นามในโลก เพราะเหตุการณ์ความเป็นไป สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกล้วนเป็นผลที่มีมาจากเหตุตั้งแต่จำความได้ก็ถูกปลูกฝังในเรื่องนี้
“เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจโรงเรียนอนุบาล ก็จะมีผู้อนุเคราะห์ส่งหนังสือมาให้ห้องสมุด หนังสือสมัยก่อนแม้ไม่มีภาพสีสวยๆ เหมือนปัจจุบัน แต่จำได้ว่าตอนเด็กๆ สนุกเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือในห้องสมุดที่โรงเรียนมาก หนึ่งในนั้นคือหนังสือชุดกฎแห่งกรรม ของ ท.เลียงพิบูลย์” ประภาเล่า
บ้านอยู่ย่านสุขุมวิท ใกล้ชิดติดกันคือวัดธาตุทอง ก็ได้อาศัยทำบุญตักบาตร ตั้งแต่ 56 ขวบ ก็ตามผู้ใหญ่ออกมายืนตักบาตรเป็นประจำทุกเช้า เมื่ออายุ 78 ขวบ เริ่มอ่านหนังสือแตก โดยหัดอ่านจนคล่องจากหนังสือกฎแห่งกรรมนี่เอง ประภาในวัยเด็กอ่านกฎแห่งกรรมเหมือนเด็กสมัยนี้อ่านการ์ตูน จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยพูดกับเพื่อนหรือคนในบ้านสักคนว่า ทำไมมัวแต่ฟังละครวิทยุอยู่ล่ะ มีแต่พูดระบายอารมณ์ใส่กัน ไปฟังให้เขาหลอกเราทำไม? โอ้โห...นี่เด็กเหรอเนี่ย !
กิจวัตรพลังบุญ
บิดาคือ ประมวล ปูรณโชติ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม และหลวงประดิษฐ์มนูธรรม รวมทั้งดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่คนแรก ของธนาคารมณฑล (ธนาคารกรุงไทยในปัจจุบัน) ส่วนมารดาคือ สุณีย์ ปูรณโชติ ทั้งสองท่านกล่อมเกลาจิตใจของประภามาแต่เยาว์วัย หากในเรื่องของศาสนาแล้ว ผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดคือคุณย่าลับ คุณย่าชอบไปวัดไปงานบุญ และเลื่อมใสในศาสนามาก อาจเพราะตามคุณย่าไปวัดบ่อยๆ จึงซึมซับมาอย่างเต็มที่ จำได้ว่าคุณย่าจะจูงมือไปวัดพร้อมๆ กับสอนหลานน้อยไปด้วย เช่น “คนที่เขาได้ดี เพราะเขาทำดีมาก่อน ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ใครทุบหัวปลามากๆ ก็จะปวดหัวอยู่เรื่อยๆ เหมือนปลาที่ถูกทุบหัว...รู้ไหม”
ทุกวันนี้กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ตื่นตีห้าครึ่งจัดเตรียมข้าวปลาอาหาร นมเนยเครื่องดื่ม เพื่อตักบาตรเป็นประจำทุกเช้า กรวดน้ำแผ่อุทิศส่วนกุศล เจริญจิตใจให้ผ่องใสก่อนมาทำงานทุกเช้า ถือว่าฝึกสติ ฝึกความนิ่ง และความแหลมคมของปัญญา เคล็ด (ไม่) ลับคือโลกยามเช้าที่สงบนัก ค่อยๆ สัมผัสความเคลื่อนไหวที่ไหลไปอย่างช้าๆ ซึมซับความสดชื่นแจ่มใสก่อนชาร์จพลังจนเต็มเปี่ยม ทุกวันพระมีเพิ่มถวายสังฆทาน ซึ่งทำเป็นประจำมาตั้งนานแล้ว
ส่วนวันสุดสัปดาห์ จะไปพักผ่อนเล่นกีฬาโดยมากคือกอล์ฟ ถือโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนในหลายวงการ ที่มีตั้งแต่กลุ่มธุรกิจการเงินด้วยกัน กลุ่มข้าราชการ เพื่อนฝูงในวงนักธุรกิจอื่น กลุ่มเพื่อนชมรมกอล์ฟ กลุ่มเพื่อนที่สถาบันพระปกเกล้าฯ (ประภาเป็นประธานรุ่นฯ) หรือเพื่อนตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนสาธิตจุฬาฯ ก็ยังคบกันอยู่ พูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กันแล้วจบด้วยการไปทำบุญ (ฮา) ประมาณว่าเป็นทัวร์ไหว้พระ ที่มักจะนัดแนะกันยกขบวนไปไหว้พระทำบุญที่วัดต่างจังหวัดใกล้ๆ ได้ออกกำลัง ได้เจอเพื่อน แถมได้บุญด้วย
ประสบการณ์จากทัวร์ไหว้พระ
ก็เพราะไปทัวร์ (ฮา) กับเพื่อนๆ ฝูงๆ นี่แหละ ครั้งหนึ่งที่ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่อธิบายไม่ออกบอกไม่ถูก ก่อนเล่าเรื่องนี้ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า เมื่อไม่นานมาประภาได้หัดสวดมนต์คาถาบูชาเจ้าแม่กวนอิม โดยท่องบ่นเป็นประจำทุกคืนติดต่อกันจนชำนิชำนาญแตกฉาน (1.2 หมื่นจบ) คืนหนึ่งนอนหลับฝันไปเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมบอกให้ไปไหว้ท่าน ในฝันเห็นเป็นนิมิตขององค์เจ้าแม่ ลืมตาตื่นขึ้นมาแบบไม่ค่อยแน่ใจ ต่อมาไม่นานเพื่อนฝูงก๊วนเดิมชวนไปไหว้พระแถวสระบุรี ถามเขาว่า แถวนั้นมีศาลเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่?
เขาตอบ “มี” จะพาไปไหว้อยู่ที่มวกเหล็กก็พากันไป เมื่อไปถึงก็ได้พากันเข้าไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม ที่ในศาลเจ้าแม่กวนอิมปรากฏต่อหน้าเป็นรูปหล่อโลหะขนาดใหญ่สีดำ ซึ่งประภาได้พบแล้วที่ในฝัน เธอรีบแสดงความเคารพและกล่าวกับท่านในใจว่า ได้มาไหว้ท่านแล้ว จากนั้นเพื่อนก็บอกว่า งั้นจะพาไปไหว้อีกที่หนึ่ง รถเคลื่อนตัวออกพร้อมกับเมฆฝนที่ตั้งเค้าดำทะมึน แต่คณะไม่ละความตั้งใจ เพื่อนได้พาไปที่ศาลอีกแห่งตั้งอยู่ที่โรงงานน้ำตาลที่ท่าม่วง เห็นมาจากไกลๆ คือองค์เจ้าแม่กวนอิมสีทองขนาดใหญ่ ประภาเห็นแล้วจำได้ทันที นี่คือนิมิตเจ้าแม่ที่เธอเห็นแล้วในฝันเช่นกัน
“ถ้ามีเวลาว่าง ควรฝึกจิตใจให้นิ่ง ฝึกใจให้สงบ หรือพอให้ช้าลงบ้าง อ่านหนังสือธรรมะอย่างน้อยวันละสัก 5-10 นาที และอย่างน้อยก็ควรยึดหลักศีล 5 สังคมจะลดความขัดแย้งลงได้” ประภากล่าว คนทุกคนมีข้อดีข้อเสียอย่ามองข้อเสียของคน มองคนในข้อดีหรือจุดดีที่เขามีอยู่ ให้อภัยและให้โอกาส เปิดทางให้คนได้ใช้ศักยภาพของตนให้ถึงที่สุด และนี่เองที่คือหลักธรรมที่ยึดเป็นหลักบริหารงาน บลจ.เอ็มเอฟซี ในปัจจุบัน







