posttoday
คุณทำการเล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า

คุณทำการเล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า

16 กุมภาพันธ์ 2553

หนูดี-วนิษา เรซ

การเล่น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และการเล่นไม่ใช่แค่เรื่องของ “เด็กๆ” นักวิจัยทางสมองยอมรับอย่างกว้างขวางว่า การเล่นสามารถสร้างสมองได้จริง ทั้งในหนูทดลอง ในคน และในสัตว์ประเภทต่างๆ และหากเราหยุดเล่นเมื่อไร เราก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการถดถอย ทันที นักวิจัยพูดถึงขนาดว่า การเล่นทำให้เราเจริญเติบโตและการหยุดเล่นคือการเริ่มของความตายกันทีเดียว

ผู้ใหญ่ก็ต้องการการเล่น เด็กก็ต้องการการเล่น เราจะเล่นไม่เหมือนกัน หรือจะเล่นด้วยกันก็ได้

คนเป็นพ่อแม่โชคดีอยู่อย่างค่ะ เราได้มีวัยเด็กสองครั้ง ครั้งแรกคือวัยเด็กของเราเอง กับครั้งที่สองคือวัยเด็กที่เราใช้ร่วมกับลูก เป็นโอกาสแก้ตัว อะไรที่เราไม่เคยได้ทำ เราก็มาทำพร้อมกับลูกของเราได้ สำหรับคนเป็นพ่อแม่ นอกจากเราจะสอนลูกเล่นแล้ว เรายังควรตามหา “เวลาแห่งการเล่น” กลับมาในชีวิตของเราเองด้วย อาจเป็นการขี่ม้า ถักนิตติ้ง เล่นต่อเครื่องบิน เล่นหมากรุก ปลูกผักสวนครัว ทำอาหาร ปั่นจักรยานเสือภูเขา ตัดเสื้อผ้าใส่เอง เข้าป่ากางเต็นท์ ทำหนังสือทำมือ ฯลฯ ะไรก็ได้ที่เรายินดีจะทำด้วยความชอบเต็มหัวใจ แม้ไม่มีใครมาบังคับ...แม้ไม่ได้เงินค่าจ้าง

ดร.สจ็วร์ด บราวน์ นายแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ได้ทำวิจัยเรื่องการเล่นมาเป็นเวลาหลายสิบปี และเป็นคนก่อตั้ง “สถาบันการเล่นแห่งชาติ” ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พิสูจน์ว่าการเล่นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสมอง ทำให้สมองเจริญเติบโตสมบูรณ์ การเล่นไม่ได้หยุดในวัยเด็ก แต่เราต้อง “เล่น” ตลอดชีวิต เพราะสมองของเราสร้างเส้นใยสมองใหม่ๆ ได้จนวันสุดท้าย และการเล่นเป็นหนึ่งในการบำรุงสมองที่เราทำได้ และจำเป็นต้องทำเป็นประจำไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรแล้วก็ตาม

ทันทีที่เราหยุดเล่น สมองเราจะเริ่มเสื่อมถอยสมรรถภาพ ดร.บราวน์ได้เล่าถึงตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการเล่น เรื่องมีอยู่ว่า

ห้องแล็บยานอวกาศขององค์กรคาลเท็ค สหรัฐอเมริกา หรือ JPL (JPL – Jet Propulsion Laboratory) เป็นองค์กรที่ก้าวหน้ามากในการออกแบบและผลิตเครื่องบิน ยานอวกาศ ทั้งแบบที่มีคนขับเคลื่อนและแบบใช้สมองกล นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่นี่เป็นผู้รับผิดชอบการจินตนาการ สร้างสรรค์ ออกแบบ และควบคุมโปรเจกต์ใหญ่ๆ ทั้งหมดมากว่า 7 ทศวรรษ เช่น หุ่นยนต์และยานอวกาศสำรวจดาวอังคาร ไม่ว่าโปรเจ็คจะใหญ่และท้าทายความคิดแค่ไหน ก็เป็นที่รู้กันว่า นักวิจัยกลุ่มนี้จะไม่เคยส่ายหน้าหนี และจะพูดเสมอว่า “พวกเราทำได้”

เมื่อสิบปีที่แล้ว JPL ประสบปัญหาที่น่าหนักใจ เพราะทีมนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ที่เป็นนักวิจัยกลุ่มแรกที่ส่งคนไปสำรวจดวงจันทร์กำลังใกล้เกษียณอายุ และทีมบริหารก็หาคนเก่งแบบนั้นมาแทนที่กลุ่มเดิมไม่ได้ ทีมบริหารได้เริ่มว่าจ้างนักศึกษาจบใหม่ที่เก่งที่สุดจากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด เช่น เอ็มไอที สแตนฟอร์ด และแม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยของคาลเท็คเอง แต่ก็พบว่าเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ มีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรุ่นใหม่แม้จะเก่งมากในเรื่องการเข้าใจทฤษฎีซับซ้อนและการคำนวณขั้นสูง แต่พวกเขาไม่สามารถนำทฤษฎีขั้นสูงซับซ้อนนั้นมาสู่การปฏิบัติที่ได้ผลในโลกแห่งความเป็นจริง เขาทำให้เกิดชิ้นงานจริงๆไม่ได้ เขามองไม่เห็นข้อบกพร่องของเครื่องบินหรือยานในขั้นพิมพ์เขียว จนเมื่อประกอบขึ้นมาจริงก็ทำให้เสียเงินแก้ไขมากมาย และที่สำคัญ พวกเขาไม่สามารถ “เล่น” กับปัญหาได้ เขาไม่สามารถแตกปัญหาออกเป็นส่วนๆ โยนข้อมูลแต่ละส่วนสลับไปมาในสมอง และไม่สามารถนำมันมาประกอบใหม่ให้เกิดนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่จะแก้ไขปัญหาในรูปแบบใหม่ได้แบบที่กลุ่มเก่าที่เกษียณไปนั้นทำได้มาเป็นอย่างดีมาหลายสิบปี

คนในอาชีพที่ได้รับเงินแพงที่สุดในโลก เช่นนักบริหาร หรือนักวิทยาศาสตร์ระดับสูง มีหน้าที่หลักโดยตรงก็คือการ”แก้ปัญหา” ยิ่งได้ค่าตอบแทนแพงเท่าไร ขนาดของปัญหาก็ใหญ่เท่านั้น ตอนนี้ คาลเท็คมีนักวิทยาศาสตร์เงินเดือนแพง เกรดเฉลี่ยสูงลิ่ว แต่พวกเขาแก้ปัญหาสำคัญให้กับองค์กรไม่ได้

ทีมบริหารหันมาปรึกษากันว่าเขาพลาดไปตรงไหนตอนสัมภาษน์ พวกเขาเชื่อว่าถ้าเลือกตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง เขาจะได้นักวิทยาศาสตร์ที่ทั้งแก้ปัญหาเก่งและสอบได้คะแนนดี เขาต้องการทั้งคู่ในตัวคนคนเดียว

ขณะเดียวกันนั้นเอง เนท โจนส์ เจ้าของร้านประกอบยนต์ที่เชี่ยวชาญด้านการทำยางให้รถสูตรหนึ่งหรือรถฟอร์มูลาวันก็ประสบปัญหาเดียวกันก็คือ ช่างประกอบรถรุ่นใหม่ส่วนใหญ่แก้ปัญหาไม่เป็น โชคดีที่ภรรยาของโจนส์เป็นคุณครู เธอก็เลยตั้งคำถามกับพนักงานทุกคน เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน จนพบว่าสิ่งหนึ่งที่ต่างกันในพนักงานสองกลุ่มก็คือ กลุ่มที่แก้ปัญหาเก่ง ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ คือกลุ่มที่ “เคยเล่น” มามากมายเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก เป็นการเล่นที่ “ใช้มือ” เยอะ เช่น สร้างของ ต่อตัวต่อ ถอดประกอบ หลายคนเคยถอดนาฬิกา วิทยุ ออกมาดูและประกอบกลับเข้าไปใหม่ ทราบดังนี้ โจนส์เลยเขียนบทความลงหนังสือเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนวงกว้าง

ทีมบริหารที่ JPL ได้อ่านเรื่องนี้เข้าพอดี พวกเขาเลยย้อนกลับไปดูประวัติของวิศวกรที่แก้ปัญหางานได้เก่งของเขา และได้พบลักษณะเดียวกันคือ คนกลุ่มนี้เคยได้เล่นมาเยอะมากเมื่อวัยเด็ก พอโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เลยทำให้เขาสามารถคิดได้อย่างอิสระ ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ สามารถท้าทายปัญหาได้ด้วยท่าทีสบายๆ แยกปัญหาออกเป็นส่วนๆ ได้ และประกอบเข้ามาใหม่ในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม เพื่อให้มีทางออกที่ใหม่เอี่ยมได้

การเล่นมีความมหัศจรรย์อยู่ในตัวและไม่จบสิ้นในวัยเด็ก เพราะเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว การเล่นกลับทำให้สมองของเราคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ และได้ผ่อนคลายจากความยุ่งเหยิงที่ปะปนมากับการทำงาน

ว่ากันว่าพื้นที่ที่จะเพาะปลูกให้ดี ให้ได้ผลผลิตเยอะๆ ก็ต้องมีการพักดินใช่ไหมคะ ฝรั่งเขาว่า A rested field grows more crops สมองก็เช่นเดียวกันค่ะ สมองที่ได้เล่น ได้พัก ก็ย่อมสร้างผลผลิตได้ดีกว่า

การเล่นมีค่าสำหรับสมองมาก แล้ววันนี้ เราได้นำการเล่นกลับมาสู่ชีวิตผู้ใหญ่ของเราหรือยังคะ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI