
คิดบวกสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
โดย.. วรธาร ทัดแก้ว
บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จระดับหมื่นล้าน ด้วยแนวคิดบวกและทฤษฎีความเชื่อที่นำประสบการณ์ในการใช้ความคิด ผสานกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา มาสร้างสรรค์และพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้คิดดีและคิดเป็นอย่างมีระบบ
เขากล่าวว่า คนที่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่ใช้ความคิดมากพอจนทำให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ การคิดบวกทำให้จิตเปิดกว้างไวต่อการรับรู้ทั้งในสิ่งที่ดีและไม่ดี เมื่อเราคิดบวกบ่อยๆ จะเกิดพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับตนเองและองค์กร และการคิดบวกล่วงหน้าทำให้เกิดพลังบวก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ที่เราคิดให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่มีเงื่อนไข
“ทฤษฎีความเชื่อง่ายๆ มีอยู่ว่า ถ้ามีใครมาบอกหรือสอนอะไรเรา ให้เราเชื่อไว้ก่อน ถ้าตราบใดสิ่งที่เชื่อนั้นไม่ได้สร้างความเดือดร้อนกับใคร” นักธุรกิจชั้นแนวหน้า กล่าว
เขากล่าวต่อว่า การเปิดใจรับฟังและนำเอาสิ่งที่รับฟังเข้ามาไว้ในการรับรู้ของตนเองน่าจะดีกว่าการปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ไม่เป็น ไม่ถูก ใช้จิตของเรารับฟังและคิดตาม ทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้ฟัง และสรุปว่าน่าเชื่อหรือไม่ หรือรับเอามาเป็นความรู้ หรือเป็นหลักคิดให้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง
แนวความคิดบวก...คุณพ่อให้มา
บุญเกียรติ กล่าวว่า คุณพ่อเป็นคนตั้งไมนด์เซต (MindSet) ให้ คนที่ทำให้มีความคิดบวกเป็นคนช่างคิดคือ คุณพ่อ (ดร.เทียม โชควัฒนา) พร้อมกับบอกว่าคนช่างคิดกับคิดมาก ไม่เหมือนกัน คิดมากคือ คนที่คิดนู่นคิดนี่ คิดไปเรื่อยๆ ไม่จบ เอาอันนู้นมาปะอันนี้ แต่คนช่างคิด จะคิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อยอดออกไปได้
“การคิดที่ถูกต้อง คือ เราต้องมีกระบวนการคิด เมื่อเราได้ยินเรื่องอะไรมา หรือไปอ่านหนังสือมา เราก็นำมาประยุกต์ นึกถึงสิ่งที่ได้ยิน หรือได้อ่านมา ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘Recall’ แต่ถ้าคิดก็คือ ‘Think’ แต่เราควรจะคิดอย่างลึกซึ้งก็คือ ‘Concentrate’ การคิดอย่างลึกซึ้งต้องมีกระบวนการ กระบวนการอย่างแรกที่เกิดขึ้น คือการตั้งเป้า คิดว่าทำอย่างไรถึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ”
เขากล่าวว่า ไมนด์เซต คือ สิ่งที่เราได้เจอ ได้สัมผัส สิ่งที่เรารับรู้ทั้งหลายทั้งปวง คนเรามักจะยึดติดอยู่กับมัน ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ถ้าเรามีไมนด์เซตที่เป็นบวกให้เก็บเอาไว้ แต่คนส่วนใหญ่มีไมนด์เซตเป็นลบเยอะ
“คนเรามี MindSet เต็มไปหมด ถ้าไมนด์เซตเล็กๆ ไม่มีผลต่อตัวเอง ต่อคนอื่น ไม่เป็นไร แต่ถ้าไมนด์เซตที่ใหญ่ ทำให้เราไม่เจริญก้าวหน้า ทำให้เราและคนอื่นเดือดร้อน เราต้องเปลี่ยนไมนด์เซตนั่น ต้องมองเห็นตัวเองก่อนว่ามีไมนด์เซตที่เป็นลบ ต้องหมั่นทบทวนตัวเองและมีสติอยู่ตลอดเวลา ต้องแยกแยะความคิดลบออกไป แล้วเราจะสามารถเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนตัวเองได้
ฝึกคิดบวกจะไม่โกรธใครง่ายๆ
ทั้งนี้ มีคนบอกว่า นักธุรกิจคนดังไม่เคยโกรธใครเลยมาเป็น 10 ปีแล้ว บุญเกียรติ กล่าวว่า ตนพยายามมองทุกอย่างในแง่ดีไว้ก่อน คือเวลาไม่ถูกใจ ก็ไม่โกรธ ถ้ามัวแต่คิดว่าคนอื่นทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะเกิดอารมณ์โกรธ แต่ถ้าเราใช้ความเข้าใจคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา เราไม่สามารถทำอะไรถูกใจใครได้หมด ตัวเราเองยังทำถูกใจตัวเองไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรจะไปทำถูกใจคนอื่น นอกจากนี้ เราต้องมีเมตตา รู้จักให้อภัยและปล่อยวาง ถ้าทำได้เช่นนี้ เราก็จะไม่เกิดอารมณ์ ไม่ปล่อยให้กิเลสครอบงำ
“คนที่คิดบวกไม่ได้หมายความว่าต้องคิดบวกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีความคิดบวกมากกว่า 50% การคิดบวกมี 3 ระดับ คือ คิดบวกต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสถานการณ์ ถ้าเราคิดบวกได้ครบทั้ง 3 ประเภท คนคนนั้นจะสามารถเจริญก้าวหน้าได้ คนรอบข้างก็มีความสุข องค์กรของเขาก็จะเจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ
“การคิดบวกมีพลังมาก คิดดีก่อให้เกิดการเหนี่ยวนำพลังที่ดี กระทำแต่สิ่งที่ดี และสามารถสร้างแรงผลักดันให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้”
อยากรู้แนวคิดของบุญเกียรติ ว่าเขามีแนวคิดบวกอย่างไร จึงทำให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในระดับแถวหน้าของเมืองไทย เชิญไปพิสูจน์กับหนังสือ “ท้าให้คิด ท้าให้เชื่อ” โดย บุญเกียรติ โชควัฒนา ได้เลย







